‘พริษฐ์’ ห่วง ครม. เคาะ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน เยียวยาหว่านแห
‘พริษฐ์’ ห่วง ครม. เคาะ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน เยียวยาหว่านแห ตีเช็กเปล่า เลี่ยงสภาฯ ตรวจสอบ จี้ ยืนยันกฎหมายค้างท่อ
วันนี้ (5 พ.ค. 69) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยถึงการประชุมวิปฝ่ายค้านประจำสัปดาห์ ว่าเป็นการประชุมเกี่ยวกับวาระการประชุมสภาฯ ในสัปดาห์นี้ และการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล โดยอยากให้ประชาชนจับตาดูการประชุม ครม. ในวันนี้ ว่า ครม. จะมีมติยืนยันในร่างกฎหมายใดบ้างที่ค้างมาจากสภาชุดที่แล้ว เช่น พ.ร.บ. อากาศสะอาด และ พ.ร.บ. PRTR ซึ่งจะมีส่วนทำให้อากาศบริสุทธิ์ แก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 และมลพิษภาคอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ยังมี พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้า ที่พรรคประชาชนมองว่าเป็นเครื่องมือสำคัญให้รัฐบาลใช้แก้ปัญหาการผูกขาดและการส่งเสริมการแข่งขันในตลาดได้ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานที่มีส่วนให้สิทธิของแรงงานใกล้เคียงกับมาตรฐานสากลมากขึ้น ทั้งเรื่องชั่วโมงทำงาน วันลา และสัญญาจ้างที่เป็นธรรม
อย่างไรก็ตามฝ่ายรัฐบาลยืนยันว่าจะเดินหน้าร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็เป็นเรื่องที่ดี แต่กฎหมายที่ค้างอยู่ไม่ได้มีเพียงฉบับเดียว ฝ่ายค้านจะตรวจสอบอย่างใกล้ชิดว่ามีฉบับใดที่ยืนยันและไม่ยืนยัน หากมีกฎหมายฉบับใดที่ ครม. มีมติไม่ยืนยันในวันนี้ และฝ่ายค้านเห็นว่า ครม. ควรจะยืนยัน เราจะซักถามหน่วยงานที่เข้าประชุมวิปฝ่ายค้านในวันนี้ เพื่อทำความเห็นกลับไปให้ ครม. ทบทวนการตัดสินใจ เพราะหากไม่ยืนยันวันนี้ก็จะมีอีกโอกาสคือ การประชุม ครม. ในสัปดาห์หน้า ซึ่งอยู่ในกรอบ 60 วันตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ว่า ครม. ต้องมีมติภายในวันที่ 14 พ.ค. 69
อีกประเด็นที่ฝ่ายค้านให้ความสนใจคือ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เข้าใจว่าจะแบ่งเป็นสองก้อน คือ 2 แสนล้านบาท ใช้ในการเยียวยาประชาชนจากวิกฤตพลังงาน และอีก 2 แสนล้านบาท เป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน พรรคประชาชนมีความกังวลใจเพราะมองว่าครึ่งหนึ่งเป็นการเยียวยาแบบหว่านแหสุ่มเสี่ยงตกหล่น อีกครึ่งเป็นเหมือนโครงการตีเช็กเปล่าที่พยายามจะเลี่ยงการตรวจสอบจากสภาฯ
เราเห็นตรงกันว่าในวิกฤติจำเป็นจะต้องเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ แต่เรามีความกังวลกับรายละเอียดการเยียวยาของรัฐบาล แม้ว่านายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะพูดตลอดว่าต้องการเยียวยาแบบพุ่งเป้า แต่โครงการไทยช่วยไทยพลัส เป็นโครงการลักษณะหว่านแห ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่กลุ่มประชาชนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด หากเปิดลงทะเบียนแบบใครลงทะเบียนก่อนได้ก่อนก็มีความสุ่มเสี่ยงที่จะไม่พุ่งเป้าไปที่ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนมากที่สุด นอกจากนี้ยังมีบางกลุ่มที่ตกหล่นจากมาตรการต่าง ๆ ทั้งภาคประมงและค่าขนส่ง ซึ่งจะมีกลุ่มที่เข้าพบ ครม. เงาในวันพรุ่งนี้ (6 พ.ค. 69) เพื่อสะท้อนประสิทธิภาพของมาตรการรัฐบาลที่ผ่านมา
นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า หากรัฐบาลเดินหน้าโครงการไทยช่วยไทยพลัส เป็นโครงการในลักษณะที่ประชาชนต้องออก 40% อาจจะไม่เหมาะสมที่สุดกับเป้าหมายหลักที่ต้องการเยียวยาประชาชนและลดค่าครองชีพ เพราะโครงการให้ประชาชนช่วยออกที่ผ่านมามักจะใช้กับวัตถุประสงค์กระตุ้นการใช้จ่ายมากกว่า แต่ปัญหาที่เราเผชิญคือเรื่องต้นทุนค่าครองชีพ โครงการรูปแบบนี้อาจจะไม่ได้เหมาะสมที่สุด
ขณะที่โครงการการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ขอตั้งคำถามว่าเหตุใดเงินก้อนนี้ถึงไปรวมกับ พ.ร.ก. กู้เงิน เพราะตามรัฐธรรมนูญหากจะออกเป็น พ.ร.ก. ต้องระบุชัดว่าเป็นเรื่องที่เร่งด่วน หลีกเลี่ยงไม่ได้ เราเห็นว่าโครงการการเปลี่ยนผ่านพลังงานควรจะจัดทำเป็น พ.ร.บ. เพื่อเสนอเข้าสภาฯ อาจจะเหมาะสมกว่า เพราะทำให้สภาฯ ตรวจสอบรายละเอียดของโครงการได้ เรากังวลใจว่าการฉวยโอกาสนำโครงการดังกล่าวไปรวมกับ พ.ร.ก. เงินกู้จะเป็นการตีเช็กเปล่าเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของสภาฯ
เมื่อถามว่าจะมีการยื่นศาลหรือไม่ เพราะร่างกฎหมายไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญกำหนด นายพริษฐ์ กล่าวว่า เรายังไม่ได้คุยกันเรื่องกลไก ขอเอาเรื่องหลักการก่อน เพราะเงินก้อนที่สองเป็นเงินที่มีความสุ่มเสี่ยงที่จะไม่เข้านิยามคำว่า “เร่งด่วน” ตามที่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ทางออกที่เหมาะสมกว่าสำหรับรัฐบาลคือ การนำเงินก้อนนี้มาเสนอเป็น พ.ร.บ. เพื่อให้สภาฯ ตรวจสอบได้