นาดีสุดทน ร้องโครงการ "ดินแลกน้ำ" ผู้รับเหมาขุดล้ำที่ชาวบ้าน ป.ป.ช.ลุยสอบพิรุธ
นาดีสุดทน ร้องโครงการ ดินแลกน้ำ ผู้รับเหมาขุดล้ำที่ชาวบ้าน เอาทรายกองขวางลำน้ำ ผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี สั่งเบรกแล้ว 2 แห่ง ป.ป.ช.ลุยสอบพิรุธ พบปริมาณที่ขุดมูลค่ากว่า 200 ล้าน
วันที่ 17 เม.ย. 2569 ผู้สื่อข่าว จ.ปราจีนบุรี รายงานความคืบหน้าปัญหาความขัดแย้งจากโครงการ "ขุดดินแลกน้ำ" ในพื้นที่ ต.สำพันตา และ ต.สะพานหิน อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ในแควหนุมาน และในคลองยาง พบทวีความรุนแรงขึ้น
หลังชาวบ้านภาคประชาสังคม และภาคธุรกิจท่องเที่ยว รวมตัวร้องเรียนหน่วยงานรัฐ ให้ตรวจสอบความโปร่งใสและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างหนัก พร้อมส่งจดหมายเปิดผนึกถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
นางอิ๋นอ้อย มาลีปะคำ อายุ 48 ปี ชาวบ้าน อ.นาดี เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อนายอมร กลิ่นขำ นายก อบต.สำพันตา อ.นาดี พร้อมยื่นเรื่องเพื่อเสนอผ่านถึงศูนย์ดำรงธรรมอำเภอนาดี และเข้าแจ้งความที่ สภ.นาดี
โดยระบุว่า ที่ดิน ภ.บ.ท.5 มรดกตกทอดของตนจากมารดา ถูกผู้รับเหมาโครงการขุดลอกคลองรุกล้ำเข้ามานอกแนวเขตที่ตกลงกันไว้ (เกิน 26 เมตร) โดยโค่นต้นไม้เสียหาย จึงเรียกร้องให้หยุดงานทันที ปรับสภาพพื้นที่คืน และชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมด
นางอิ๋นอ้อย กล่าวต่อว่า วันนี้มายื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อนายก อบต.สำพันตา อยากให้ผู้ประกอบการทำอะไรที่มันชัดเจนมากว่านี้ เพราะขณะที่ดูดทรายนั้นได้รุกล้ำเข้าที่ดินของตนเองมากเกินไป ซึ่งคนขับรถแบคโฮอ้างว่า ทำอย่างถูกต้อง โดยยึดแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ
ด้านนายอมร กลิ่นขำ นายก อบต.สำพันตา กล่าวว่า ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากประชาชนในโครงการดินแลกน้ำ ถูกบุกรุกที่ดิน จึงสั่งการให้นายณัฐวุฒิ พรมเปลว ปลัดอบต.สำพันตา นายณรงค์ฤทธิ์ นิยม รองนายกฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบตามที่ประชาชนได้ร้องมา และจะทำเรื่องเรียกคู่กรณีชี้แจงเพื่อเยียวยาความเดือดร้อนของประชาชนโดยเร่งด่วนต่อไป
นายอมร กล่าวต่อว่า ทางปลัดอำเภอนาดีกับผู้ใหญ่บ้านโคกกระจง หมู่ 6 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบคลองยาง จุดที่ชาวบ้านร้องเรียนมีการบุกรุกที่ดิน ภ.บ.ท.5 ด้วย และแจ้งว่าตอนนี้ได้สั่งระงับโครงการนี้ชั่วคราวแล้วทั้ง 4 โครงการ
ด้าน น.ส.ศิริพร ฉายวัฒนะ อายุ 46 ปี ผู้คัดค้านโครงการ พร้อมกับทีมงานภาคประชาสังคม ได้ลงพื้นที่บ้านหนองแหน ริมคลองยาง หมู่ 7 ต.สำพันตา อ.นาดี หลังรับแจ้งความเดือดร้อนจากชาวบ้านกว่า 20 ราย
พบว่าโครงการขุดดินแลกน้ำดังกล่าว อ้างเป็นการขุดลอกคลองยาง ก่อนไหลมารวมกับแควหนุมาน ที่บริเวณปากร่วม แต่กลับพบว่าผู้รับเหมานำรถแบคโฮขุดทรายจากตลิ่งไปกองไว้กลางคลองแทน จนขวางทางน้ำ และโค่นต้นไม้ใหญ่ทิ้งลงลำน้ำ ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม รวมถึงอาชีพหาปลา โดยไม่มีการทำประชาคมหรือแจ้งชาวบ้านล่วงหน้า
นายไพโรจน์ สิงห้อย ชาวบ้าน หนองแหน หมู่ 7 กล่าวว่า แม้ฝั่งนี้จะเป็นที่สาธารณะ แต่ทางผู้ประกอบการได้ขุดรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ที่ชาวบ้านใช้ทำมาหากิน สร้างความเดือดร้อน
ขณะที่ นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ออกหนังสือด่วนที่สุด ลงวันที่ 9 เมษายน 2569 สั่งระงับโครงการในพื้นที่แควหนุมาน (หมู่ 1-5 และหมู่ 9 ต.สะพานหิน) ไว้ชั่วคราวแล้ว จำนวน 2 โครงการ และยังรอพิจารณา-ตรวจสอบอีก 2 โครงการ เนื่องจากมีประเด็นคัดค้านจากประชาชนเรื่องการทำลายหาดทรายธรรมชาติ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว และความสูญเสียทรัพยากรทรายที่มีมูลค่ามหาศาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ทางสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดปราจีนบุรี ร่วมกับชมรม Strong จิตอาสาพอเพียงต้านทุจริต จ.ปราจีนบุรี ได้เข้าตรวจสอบโครงการทั้ง 4 แห่งใน อ.นาดี หลังพบข้อสงสัยเรื่องปริมาณดินขุดลอกที่สูงถึง 1 ล้านลูกบาศก์เมตร หากคิดเป็นมูลค่าทรายอาจสูงเกินกว่า 200 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จะเร่งสอบสวนขั้นตอนการขออนุมัติและความคุ้มค่า เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ประชาชนและรักษาทรัพยากรของแผ่นดินต่อไป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นาดีสุดทน ร้องโครงการ "ดินแลกน้ำ" ผู้รับเหมาขุดล้ำที่ชาวบ้าน ป.ป.ช.ลุยสอบพิรุธ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th