โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘หุ้นไทย’ วันนี้ แนวโน้มในกรอบ 1,480-1,500 จุด จับตาตะวันออกกลาง

Businesstoday

อัพเดต 17 เม.ย. เวลา 09.32 น. • เผยแพร่ 17 เม.ย. เวลา 02.32 น. • Businesstoday

บล.กสิกรไทยประเมิน SET วันนี้แกว่งในกรอบ 1,480-1,500 จุด เน้นเกาะติดการเจรจาสงคราม และการรายงานกำไร 1/69 โดยระยะสั้นแนะหุ้นคาดงบ 1/69 เด่น และหุ้นอิงการเจรจาผ่อนคลาย โดยวันนี้แนะนำ BH, SCGP

SET Index วานนี้ปิดที่ 1,489.73 จุด ลดลง 17.11 จุด หรือ -1.14% โดยแรงขายกระจุกตัวในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ธนาคาร และพลังงาน สอดคล้องกับการย่อตัวของราคาน้ำมันดิบ ประกอบกับแรงกดดันทางจิตวิทยาจากกรณี DELTA ติดเกณฑ์ Trading Alert ขณะที่นักลงทุนต่างชาติพลิกกลับมาขายสุทธิหุ้นไทย 3,190 ล้านบาท

สำหรับวันนี้ ประเมินว่า SET Index มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ 1,480-1,500 จุด โดยตลาดยังติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด ล่าสุด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณเชิงบวกต่อโอกาสในการบรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน โดยระบุว่าอิหร่านอาจยอมรับบางเงื่อนไขที่ก่อนหน้านี้เคยปฏิเสธ และคาดว่าจะมีการเจรจาเพิ่มเติมในเร็ว ๆ นี้ อย่างไรก็ดี ฝั่งอิหร่านยังไม่ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าตอบรับข้อเสนอดังกล่าว

ขณะเดียวกัน ผู้นำอาหรับและยุโรปบางส่วนประเมินว่าการบรรลุข้อตกลงสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจต้องใช้เวลาอีกราว 6 เดือน นอกจากนี้ ทรัมป์ยังประกาศว่าอิสราเอลและเลบานอนจะหยุดยิงเป็นเวลา 10 วัน ซึ่งช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดในภูมิภาคได้บางส่วน

ด้านปัจจัยในประเทศ นักลงทุนยังให้น้ำหนักกับการทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ดังนั้น กลยุทธ์ระยะสั้นยังแนะนำ Selective Buy ในหุ้นที่คาดว่ากำไรไตรมาส 1/69 จะออกมาดี และหุ้นที่ได้อานิสงส์จากบรรยากาศการเจรจาที่ผ่อนคลายลง โดยหุ้นแนะนำวันนี้คือ BH และ SCGP

ประเด็นสำคัญที่กำลังเป็นกระแสและมีผลต่อการลงทุน

S&P Global Ratings ระบุว่าอันดับเครดิตของประเทศอาเซียนกำลังเผชิญแรงกดดันจากวิกฤตราคาพลังงานในตะวันออกกลาง โดยอินโดนีเซียมีความเปราะบางสูงสุดจากภาระเงินอุดหนุนและความเสี่ยงต่อดุลบัญชีเดินสะพัด ขณะที่ไทยยังมีเสถียรภาพรองรับได้จากความน่าเชื่อถือของนโยบายการเงินและฐานะต่างประเทศที่แข็งแกร่ง ส่วนมาเลเซียและเวียดนามยังมีกันชนรองรับในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ S&P คาดว่าราคา Brent เฉลี่ยปีนี้จะอยู่ที่ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งโดยรวมถือเป็นปัจจัยเชิงบวกต่อจิตวิทยาการลงทุนในตลาดไทยจากภาพเสถียรภาพด้านเครดิต

อีกปัจจัยที่น่าสนใจคือบรรยากาศสงกรานต์ปี 2569 ในกรุงเทพฯ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานรวมเกือบ 5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 93% จากปีก่อน สะท้อนการฟื้นตัวชัดเจนของภาคท่องเที่ยว โดยพื้นที่ที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือสยามสแควร์ ตามด้วย ICONSIAM และถนนสีลม อย่างไรก็ดี การท่องเที่ยวที่คึกคักยังมาพร้อมแรงกดดันด้านการจัดการเมือง หลังพบว่าปริมาณขยะเพิ่มขึ้นถึง 336 ตัน และเหตุเพลิงไหม้ โดยเฉพาะไฟไหม้หญ้า เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประเด็นนี้มองเป็นบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยวและค้าปลีก เช่น CPALL, CPN และ ERW จากจำนวนผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้น แต่ยังต้องติดตามต้นทุนการบริหารจัดการและความแออัดที่อาจกดดันมาร์จิ้นในระยะถัดไป

ในด้านสภาพอากาศ นักวิชาการและหน่วยงานสากลประเมินว่า “เอลนีโญ” มีแนวโน้มเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 และอาจยาวไปถึงต้นปี 2570 โดยมีโอกาสรุนแรง ส่งผลให้ไทยต้องเผชิญกับอากาศร้อนและภาวะแห้งแล้งมากกว่าปกติ ฝนอาจมาช้าและต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในหลายช่วง โดยเฉพาะภาคใต้ ขณะที่อุณหภูมิโลกยังมีแนวโน้มทำสถิติสูงต่อเนื่อง เพิ่มความเสี่ยงด้านน้ำ พลังงาน และสุขภาพ อย่างไรก็ตาม ในเชิงตลาดทุน ประเมินว่าเป็นบวกต่อกลุ่มเครื่องดื่มและค้าปลีกจากอากาศที่ร้อนขึ้น

ส่วนปัจจัยต่างประเทศ GDP จีนไตรมาส 1/69 ขยายตัว 5.0% YoY เร่งขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ 4.5% และดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 4.8% โดยได้แรงหนุนจากภาคการผลิตและการส่งออก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมใหม่อย่างแบตเตอรี่และหุ่นยนต์ อย่างไรก็ดี การส่งออกเริ่มชะลอในเดือนมีนาคมจากผลกระทบของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ขณะที่อุปสงค์ภายในประเทศยังอ่อนแอ สะท้อนจากยอดค้าปลีกและการลงทุนที่ฟื้นตัวจำกัด ในระยะต่อไป เศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มชะลอลงจากแรงกดดันภายนอกและอุปสงค์ในประเทศที่ยังไม่ฟื้นเต็มที่ โดยทั้งปีคาดเติบโตประมาณ 4.5% ภาพนี้จึงอาจเป็นลบต่อกลุ่มส่งออกและสินค้าโภคภัณฑ์ของไทย เช่น ปิโตรเคมี และยางพารา จากความเสี่ยงที่ดีมานด์จีนจะชะลอตัวลง

หุ้นเด่นวันนี้

BH
ให้ราคาพื้นฐานที่ 170.00 บาท โดยเป็นหุ้นโรงพยาบาลที่มีสัดส่วนผู้ป่วยจากตะวันออกกลางสูงที่สุดในกลุ่ม คิดเป็นราว 25% ของรายได้รวม ดังนั้นหากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย จะเป็นปัจจัยบวกต่อ BH อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ราคาหุ้นในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาได้ปรับตัวลงไปแล้วกว่า 22% สะท้อนความกังวลดังกล่าวไปพอสมควร

นอกจากนี้ บริษัทได้ปรับค่าบริการขึ้นราว 4% ตั้งแต่ต้นปี ซึ่งเป็นบวกต่อผลประกอบการปีนี้ โดยผู้บริหารคาดว่ารายได้ไตรมาส 1/69 จะเติบโตประมาณ 2-3% แม้จะอยู่ในช่วงรอมฎอนก็ตาม ด้าน valuation ปัจจุบันซื้อขายที่ PE ราว 17 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 15 ปีที่ประมาณ 38 เท่า

SCGP
ให้ราคาพื้นฐานที่ 22.00 บาท คาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/69 อยู่ที่ประมาณ 1.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% YoY และเพิ่มขึ้นเล็กน้อย QoQ หนุนจากสภาวะตลาดที่เอื้อขึ้นและการแข่งขันที่ลดลง ทำให้บริษัทสามารถปรับราคาขายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มาร์จิ้นดีขึ้น โดยกำไรไตรมาส 1 คิดเป็นราว 22% ของประมาณการทั้งปี

แนวโน้มรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะดีขึ้นจากไตรมาสก่อน แม้ว่าปริมาณขายจะอ่อนตัวตามฤดูกาล แต่ ASP เพิ่มขึ้น 2-3% QoQ ส่งผลให้ spread ขยายตัวจากราคาขายที่สูงขึ้น ขณะที่ต้นทุนกระดาษรีไซเคิลยังอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ดี แนวโน้มไตรมาส 2/69 ยังมีความไม่แน่นอน โดยต้องระวังผลกระทบจากปริมาณขายในไทยที่อาจอ่อนตัวตามวันหยุดยาว รวมถึงต้นทุนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากค่าระวางเรือและราคาพลังงาน

ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
วันศุกร์ ติดตามรายงานดุลการค้าของยูโรโซน เดือนกุมภาพันธ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...