โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“อิหร่าน” ปฏิเสธดีลหยุดยิงสหรัฐ เปิดฉากโจมตีรอบใหม่ในอ่าวเปอร์เซีย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 มี.ค. เวลา 15.40 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. เวลา 08.40 น.

"อิหร่าน" ปฏิเสธคำกล่าวของประธานาธิบดีสหรัฐว่าต้องการเจรจาหยุดยิง พร้อมเดินหน้าโจมตีเป้าหมายทั่วอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้สนามบินดูไบต้องระงับเที่ยวบินชั่วคราว

วันที่ 16 มกราคม 2569 เวลา 14.44 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า อิหร่านปฏิเสธคำกล่าวอ้างของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ระบุว่าเตหะรานต้องการเจรจาหยุดยิง พร้อมเปิดฉากโจมตีครั้งใหม่ทั่วอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลให้สนามบินหลักของนครดูไบต้องระงับเที่ยวบินชั่วคราว

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และซาอุดีอาระเบีย รายงานว่า มีการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธในช่วงข้ามคืนถึงวันจันทร์ ขณะที่นครดูไบต้องระงับเที่ยวบินที่สนามบินหลัก หลังเกิดไฟไหม้ถังเก็บเชื้อเพลิงซึ่งทางการระบุว่าเกิดจากโดรนของอิหร่าน ก่อนจะทยอยกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา อย่างไรก็ตามสายการบินบางเที่ยวบินของสายการบิน Emirates ถูกยกเลิก

ขณะเดียวกันท่าเรือส่งออกน้ำมันสำคัญของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่เมืองฟูไจราห์ (Fujairah) ถูกโจมตีอีกครั้งในวันจันทร์ หลังจากเพิ่งถูกโจมตีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ต้องระงับการขนส่งน้ำมันบางส่วนเป็นเวลาประมาณหนึ่งวัน ในกรุงอาบูดาบี มีพลเรือนชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตหนึ่งราย หลังขีปนาวุธตกใส่รถยนต์ของเขา ตามรายงานของทางการท้องถิ่น

ด้านอิสราเอลได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อโครงสร้างพื้นฐานในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธถล่มอิสราเอลก่อนหน้านี้

การโจมตีล่าสุดสะท้อนว่าสงครามที่ดำเนินมาแล้ว 17 วันยังไม่มีสัญญาณผ่อนคลาย โดยความขัดแย้งเริ่มต้นจากการโจมตีทางอากาศของพันธมิตรสหรัฐ–อิสราเอลต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ขณะที่ช่องแคบฮอร์มุซยังคงปิดกั้นการเดินเรือเกือบทั้งหมด ส่งผลกระทบต่อการขนส่งพลังงานของโลก

ทรัมป์เรียกร้องให้มหาอำนาจโลก เช่น ฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น และจีน ส่งเรือรบเข้าร่วมกับสหรัฐ เพื่อคุ้มกันเรือพาณิชย์และเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ยังไม่มีประเทศใดแสดงความพร้อมเข้าร่วมปฏิบัติการดังกล่าว

ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยราคาน้ำมันดิบเบรนต์พุ่งขึ้นราว 2.4% แตะระดับกว่า 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลสหรัฐ เนื่องจากราคาน้ำมันเบนซินภายในประเทศปรับตัวสูงขึ้น

ก่อนหน้านี้ทรัมป์กล่าวว่าอิหร่านต้องการทำข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม แต่สหรัฐต้องการเงื่อนไขที่ดีกว่านี้ โดยรวมถึงการให้อิหร่านยุติโครงการนิวเคลียร์

อย่างไรก็ตามAbbas Araghchi รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ปฏิเสธว่าอิหร่านไม่ได้ต้องการเจรจาหรือหยุดยิงกับสหรัฐ โดยกล่าวว่า อิหร่านกำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับสหรัฐ ในช่วงที่สหรัฐตัดสินใจโจมตีอิหร่าน

เขาระบุว่า อิหร่านจะยังคงป้องกันตนเองต่อไปจนกว่าสหรัฐฯ จะยอมรับว่าสงครามครั้งนี้เป็นสงครามที่ผิดกฎหมาย และไม่มีทางชนะได้

ด้านญี่ปุ่นระบุว่าการส่งเรือคุ้มกันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเผชิญอุปสรรคสูง ขณะที่ออสเตรเลียประกาศชัดว่าจะไม่ส่งเรือรบเข้าร่วม

ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศของสหภาพยุโรปเตรียมหารือถึงความเป็นไปได้ในการขยายภารกิจทางทะเลของสหภาพยุโรปจากทะเลแดงไปยังช่องแคบฮอร์มุซ แต่เจ้าหน้าที่เตือนว่ายังไม่มีการตัดสินใจในเร็ว ๆ นี้

ทางด้านรัฐบาลสหรัฐประเมินว่าสงครามครั้งนี้อาจใช้เวลาประมาณ 4–6 สัปดาห์ และมีต้นทุนอย่างน้อย 11,300 ล้านดอลลาร์ในช่วง 6 วันแรกเพียงอย่างเดียว

จนถึงขณะนี้ ความขัดแย้งในภูมิภาคทำให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 4,000 คน โดยมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 3,000 คนในอิหร่าน ขณะที่เลบานอนรายงานผู้เสียชีวิตกว่า 850 คนจากการโจมตีของอิสราเอลต่อกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐได้โจมตีเป้าหมายทางทหารบนเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่าน โดยทรัมป์กล่าวว่าสถานที่ทางทหารถูกทำลายเกือบทั้งหมด แต่สหรัฐตั้งใจหลีกเลี่ยงการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันโดยตรง

ทรัมป์ยังเตือนว่า หากอิหร่านพยายามขัดขวางการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ สหรัฐอาจโจมตีชายฝั่งอิหร่านอย่างหนัก

ขณะที่ อิหร่าน ระบุว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซใช้กับเรือของสหรัฐและพันธมิตรเท่านั้น และตั้งแต่เริ่มสงครามมีรายงานการโจมตีเรือในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซแล้วอย่างน้อย 16 ครั้ง

รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวเพิ่มเติมว่า อิหร่านพร้อมเปิดการเจรจากับประเทศในภูมิภาค แต่การยุติสงครามต้องมีหลักประกันว่าการโจมตีจะไม่เกิดขึ้นอีก และฝ่ายที่โจมตีต้องชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...