โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

PostTalk Ep.10 ดร.ณรงค์ชัย ทางออกประเทศไทยกับวิกฤตราคาน้ำมัน

PostToday

อัพเดต 16 มี.ค. เวลา 05.06 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. เวลา 03.09 น.

ดร.ณรงค์ชัย ใหญ่สว่าง นักวิชาการด้านเศรษฐกิจพลังงาน ให้สัมภาษณ์ในรายการ PostTalk ถึงกรณีสถานการณ์ราคาน้ำมันในประเทศไทยปัจจุบันว่า สถานการณ์ตอนนี้เรียกได้ว่าวิกฤต ไม่ใช่แค่เพียงในประเทศไทยแต่รวมไปถึงทั่วโลก เนื่องจากราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยอยู่ที่ 60 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 80 ดอลลาร์/บาร์เรล

โดยปัจจุบันราคาน้ำมันดิบขึ้นเป็นเท่าตัว ขณะที่ราคาดีเซลเพิ่มขึ้นกว่า 100 ถึง 150 เปอร์เซ็นต์ แม้ปัจจุบันจะมีกลุ่ม G7 เข้ามาขายรีเซิร์ฟ (Reserve) ทำให้ราคาน้ำมันดิบและดีเซลลดลงมาเล็กน้อย แต่เราก็ยังไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ เนื่องจากสถานการณ์การปะทะกันที่ตะวันออกกลางค่อนข้างมีความรุนแรง ซึ่งกระทบกับราคาน้ำมันโดยตรง โดยเฉพาะในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีการค้าน้ำมันในพื้นที่ดังกล่าวถึง 20-30 เปอร์เซ็นต์ของการค้าน้ำมันทั่วโลก คิดเป็นจำนวนประมาณ 20 ล้านบาร์เรล/วัน

นั่นหมายความว่าน้ำมันทั่วโลกกำลังจะขาดแคลน แม้ว่าจะมีคนขายรีเซิร์ฟ แต่ไทยก็ได้รับผลกระทบ เนื่องจากราคาดีเซลที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้กองทุนน้ำมันต้องเข้ามาชดเชย เพราะฉะนั้นหากสงครามบานปลายกินเวลามากกว่า 1-2 เดือน ก็อาจทำให้ประเทศไทยขาดแคลนน้ำมันได้

ส่วนสถานการณ์การปะทะกันที่ตะวันออกกลาง ขณะนี้ประเทศอิหร่านเองก็สู้สุดใจ มีการโจมตีประเทศเพื่อนบ้านรวมถึงสหรัฐอเมริกาอย่างต่อเนื่อง แม้โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะออกมากดดันอิหร่านอย่างต่อเนื่อง แต่อิหร่านก็ยังตอบโต้กลับอย่างต่อเนื่องเช่นกัน หลังการสูญเสียผู้นำสูงสุดอย่าง อาลี คาเมเนอี เพราะฉะนั้นจึงคาดการณ์ว่าสถานการณ์การปะทะกันครั้งนี้คงยืดเยื้อไม่ต่ำกว่า 3 เดือน แม้ โมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของผู้นำสูงสุดจะขึ้นมาเป็นผู้นำคนใหม่แล้วก็ตาม จนกว่าสหรัฐฯ จะออกมาขอโทษ ก็จะไม่มีการเจรจายุติสงครามโดยเร็ววันนี้แน่นอน

ส่วนที่รัฐบาลออก 6 มาตรการประหยัดพลังงาน หนุนข้าราชการ–รัฐวิสาหกิจ WFH (Work From Home) ดร.ณรงค์ชัย มองว่ารัฐบาลมีการปรับใช้นโยบายที่ค่อนข้างไว แต่บางมาตรการก็อยากให้มีการปรับใช้มากขึ้น เช่น การปรับจากการใช้น้ำมัน B5 มาเป็น B7 (หรือการเพิ่มสัดส่วนผสม) เนื่องจากราคาน้ำมัน B100 ในไทยนั้นยังมีราคาถูก ซึ่งหากประชาชนสามารถซื้อน้ำมันที่หน้าโรงกลั่นได้ก็จะถือว่าเป็นการช่วยประชาชนในระดับหนึ่ง รัฐบาลอาจช่วยสนับสนุนการผสมน้ำมัน B100 เพิ่มขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีตัวเลือกเพิ่มมากยิ่งขึ้นและได้ใช้ในราคาที่ถูกลง

ขณะที่มาตรการการสำรองน้ำมัน ตอนนี้ยังถือว่ารับได้ระดับหนึ่ง แต่มองว่าอาจช้าไปเล็กน้อย จึงอยากให้รัฐบาลเร่งรัดเรื่องนี้เพราะอาจเกิดเหตุการณ์ขาดแคลนน้ำมันภายในประเทศได้ และอยากให้คิดแผนรองรับสำหรับระยะสั้น-กลาง-ยาว สนับสนุนการปรับส่วนผสมน้ำมันให้ประชาชนมีทางเลือกใช้น้ำมันชนิดอื่น และถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ

ด้านแนวคิดการแสวงหาแหล่งน้ำมันอื่นเพื่อมาทดแทนน้ำมันจากตะวันออกกลางนั้น ปัจจุบันแหล่งน้ำมันในยุโรปหรือสหรัฐฯ พร้อมส่งออกน้ำมัน แต่การส่งออกมายังไทยกินเวลากว่า 35-40 วัน ซึ่งผู้นำเข้ามีความกังวลเรื่องความผันผวนของราคา ดังนั้นทางออกนี้จึงมีความเสี่ยงสูง

ทั้งนี้ หากให้ประเมินคะแนนรัฐบาลในการรับมือสถานการณ์ราคาน้ำมัน ดร.ณรงค์ชัย ให้ที่ 6.5/10 คะแนน ซึ่งถือว่าไม่แย่เพราะรัฐบาลดำเนินการเร็ว แต่อยากให้นโยบายเปลี่ยนแปลงให้ทันสถานการณ์และคำนึงถึงความมั่นคงทางพลังงานเป็นสำคัญ โดยได้เสนอ 3 แนวทางแก้ไขคือ

1.การปรับปรุงระบบการจัดเก็บและบริหารจัดการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

ปัจจุบันโครงสร้างกองทุนมีการนำเงินจากผู้ใช้เบนซินไปอุดหนุนดีเซล ซึ่งเงินเหล่านี้ส่วนใหญ่ไหลออกสู่ต่างประเทศผ่านการนำเข้า ผู้เชี่ยวชาญเสนอให้ปรับลดสัดส่วนการอุดหนุนลงและหันไปสนับสนุนพลังงานทางเลือกอื่นเพื่อลดภาระหนี้กองทุนที่อาจแตะระดับแสนล้านบาท

2.การปรับปรุงสูตรน้ำมันดีเซลและส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลภายในประเทศ

เสนอให้ปรับสัดส่วนการผสมจาก B7 เป็น B10 หรือ B20 และผลักดันการใช้ B100 ให้เป็นทางเลือก โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรม ซึ่งมีราคาหน้าโรงกลั่นถูกกว่าน้ำมันดีเซลทั่วไป ช่วยลดการนำเข้าและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

3.การยกระดับความมั่นคงทางพลังงานด้วยการเพิ่มปริมาณสำรอง

เร่งปรับเพิ่มการสำรองน้ำมันสำเร็จรูปจาก 1% เป็น 3% ให้รวดเร็วขึ้น หากคลังน้ำมันบนบกไม่เพียงพอ ควรพิจารณาเช่าเรือเพื่อจัดทำเป็นที่เก็บน้ำมันลอยลำ (Floating Storage) เพื่อสำรองไว้ใช้ในยามวิกฤต

อย่างไรก็ตาม ดร.ณรงค์ชัย ประเมินว่าราคาน้ำมันในไทยอาจพุ่งสูงถึง 40-50 บาทต่อลิตร หากกองทุนน้ำมันรับไม่ไหวและต้องปล่อยให้ราคาลอยตัว สถานการณ์ครั้งนี้ถือเป็น "วิกฤตเหนือวิกฤต" เพราะราคาน้ำมันเทียบเท่ากับช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน เมื่อ 3-4 ปีก่อน และต้องจับตาสถานการณ์โลกอย่างใกล้ชิดต่อจากนี้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...