‘พี่ใหญ่กลับมาแล้ว’
บรรยากาศหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มันช่างคึกคักจนนึกว่ามีดาราระดับโลกแลนดิ้งมาจากต่างประเทศ เพราะตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ทันตั้งลำ บรรดานักข่าวทุกสำนักแห่กันไปจับจองพื้นที่ พ่วงด้วยนักการเมืองจากพรรคเพื่อไทย และมวลชนคนเสื้อแดงหลายร้อยชีวิตที่ยังเหนียวแน่นหอบป้ายไวนิล “เรารักทักษิณ” มารอรับขวัญ “นายใหญ่” ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีวัย 76 ปี ที่ได้รับอิสรภาพก้าวเท้าออกจากรั้วกำแพงสูง หลังรับโทษมาจนเข้าเกณฑ์ได้รับการพักโทษคุมประพฤติเป็นกรณีพิเศษ
วินาทีประวัติศาสตร์เกิดขึ้นตอนเวลาประมาณ 07.42 น. เมื่ออดีตนายกฯ ปรากฏตัวในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา กางเกงขายาวสีเข้ม ท่ามกลางเสียงไชโยโห่ร้องที่ดังสนั่นหวั่นไหว สิ่งแรกที่ทำเอาคนต้องขยี้ตาแรงๆ ไม่ใช่กำไล EM แต่เป็น “ออร่า” ที่เปล่งประกายจนผิดหูผิดตา มองจากดาวอังคารยังรู้ว่าสุขภาพดี โดยเฉพาะเส้นผมที่ยังดูดกดำราวกับเพิ่งออกจากซาลอนหรู ตัดกับภาพจำของผู้ต้องขังรุ่นราวคราวเดียวกันที่เวลาออกจากเรือนจำมักจะมาพร้อมกับผมขาวโพลนแบบ “หัวหงอก” ไปตามวัย สถานการณ์ แต่นายใหญ่กลับสวนกระแสจนหลายคนซุบซิบว่าข้างในมีที่ย้อมผมด้วยเหรอ
อีกทั้งความ “อวบอิ่ม” ของท่านอดีตนายกฯ ดูไปดูมานึกถึงกรณีของร็อกเกอร์รุ่นใหญ่ เสก โลโซ ช่วงหนึ่งที่ผ่านมรสุมชีวิตแล้วพอติดคุกน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจนดูหน้าตาผ่องใสอวบอิ่มผิดหูผิดตา นายใหญ่ในวัย 76 ปีรอบนี้ก็มาทรงเดียวกัน เหมือนคนได้พักผ่อนชาร์จแบตมาเต็มกำลัง ไม่เหมือนคนเพิ่งผ่านการอยู่ในเรือนจำมาแรมปี จนโดนแซวว่าอยู่ข้างในคงได้จำศีลเต็มที่ ได้ทานข้าว นอนเป็นเวลา ผิวพรรณเลยดูเต่งตึงเหมือนคนหนุ่มวัยเลข 5
งานนี้ขอฟันธงแบบไม่กลัวหน้าแตก แม้ทางเทคนิคจะเรียกว่า “ผู้ได้รับการพักโทษ” แต่หน้าตาและท่าทางของนายใหญ่มันบอกชัดว่านี่คือการ “คัมแบ็ก” ที่พร้อมจะส่งแรงสั่นสะเทือนการเมืองไทยอีกรอบ ใครที่เคยปรามาสว่าท่านจะแก่ชราลงไปตามกาลเวลา เห็นทีต้องรีบไปตัดแว่นใหม่ เพราะรอบนี้ท่านกลับมาแบบ “ดำเข้ม-เต็มถัง” พร้อมลุยในบทบาทผู้นำจิตวิญญาณคนเดิม ส่วนจะออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองท่าไหน หรือจะแค่เลี้ยงหลานตามที่เคยประกาศไว้ งานนี้ต้องตามดูกันยาวๆ แต่อย่างน้อยเด็กจากพรรคเพื่อไทยต่างยินดี และตะโกนเป็นเสียงเดียวกันว่า “พี่ใหญ่กลับมาแล้ว”.
วอชเชอร์