โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

อย่ามองข้าม! สาวเล่านาทีชีวิต กินอะไรไม่ได้ ตัวเหลืองทั้งตัว รู้สาเหตุยิ่งตกใจ

สยามนิวส์

เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • meimei
มีสาวผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์เล่าประสบการณ์เฉียดตับวาย หลังป่วยหนักจนตัวเหลือง ตาเหลือง ค่าตับพุ่งสูงกว่า 2,200 ต้องแอดมิทด่วนที่โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา ก่อนแพทย์วินิจฉัยว่าติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอในระยะรุนแรง พร้อมเตือนอาการเริ่มต้นที่หลายคนอาจมองข้าม และฝากให้ทุกคนหันมาดูแลสุขภาพก่อนสายเกินไป

วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 มีสาวผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์เล่าประสบการณ์เฉียดตับวาย หลังป่วยหนักจนตัวเหลือง ตาเหลือง ค่าตับพุ่งสูงกว่า 2,200 ต้องแอดมิทด่วนที่โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา ก่อนแพทย์วินิจฉัยว่าติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอในระยะรุนแรง พร้อมเตือนอาการเริ่มต้นที่หลายคนอาจมองข้าม และฝากให้ทุกคนหันมาดูแลสุขภาพก่อนสายเกินไป

เจ้าของโพสต์ระบุว่า อาการเริ่มต้นเกิดจากการท้องเสียต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ ก่อนจะเริ่มเจ็บบริเวณชายโครงขวาตั้งแต่ปลายปี 2568 ซึ่งตอนแรกคิดว่าเกิดจากการนอนทับตัวเอง จึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก แต่หลังจากนั้นอาการกลับไม่ดีขึ้น แถมมีไข้สูงขึ้น ๆ ลง ๆ ทุกวัน จนต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในจังหวัดระยองถึง 3 ครั้ง แต่ยังไม่พบสาเหตุชัดเจน ได้เพียงยารักษาตามอาการ เช่น พาราเซตามอล ยาแก้ไอ และยาลดน้ำมูก

ต่อมาในวันที่ 7 มกราคม 2569 เริ่มมีอาการอ่อนเพลีย เวียนศีรษะ กินอาหารไม่ได้ กินอะไรก็อาเจียน แม้แต่น้ำเปล่าก็ไม่สามารถรับได้ กระทั่งวันที่ 14 มกราคม 2569 จึงกลับไปพบแพทย์อีกครั้ง หลังสังเกตว่าปัสสาวะเปลี่ยนเป็นสีส้มเข้ม ผลตรวจในครั้งนั้นถูกวินิจฉัยว่าเป็นการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และยังได้รับยาเพิ่มเติมต่อเนื่อง

จนกระทั่งวันหนึ่งแฟนสังเกตว่าผิวหนังและดวงตาเริ่มมีสีเหลืองอย่างชัดเจน ขณะที่ร่างกายทรุดหนักลงเรื่อย ๆ และในวันที่ 18 มกราคม 2569 อุจจาระเริ่มมีสีขาวผิดปกติ ไม่มีสีเหมือนเดิม ทำให้ตัดสินใจย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลพญาไทศรีราชาในช่วงกลางดึก

เมื่อแพทย์เห็นอาการก็ส่งตรวจเลือดทันที ก่อนสั่งแอดมิทด่วน เนื่องจากค่าตับสูงเกิน 2,200 และภายหลังแจ้งว่าตรวจพบไวรัสตับอักเสบเอในระยะรุนแรงจนเกือบเข้าสู่ภาวะตับวาย แพทย์ระบุว่า หากมาช้ากว่านี้อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้ โดยเฉพาะเมื่อก่อนหน้านี้มีการรับประทานยาพาราเซตามอลจำนวนมาก ซึ่งยิ่งเพิ่มภาระให้ตับทำงานหนักขึ้น

เจ้าของโพสต์นอนรักษาตัวในโรงพยาบาลเกือบหนึ่งสัปดาห์ พร้อมติดตามค่าตับทุกวัน ก่อนค่าตับลดลงจาก 2,200 เหลือประมาณ 1,200 จึงได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน จากนั้นอีก 2 สัปดาห์ค่าตับลดลงเหลือ 260 และหลังจากผ่านไป 1 เดือนลดลงเหลือ 65 ใกล้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยแพทย์ระบุว่าค่าตับปกติของผู้หญิงอยู่ที่ประมาณ 35

แม้อาการจะดีขึ้นแล้ว แต่เจ้าตัวยอมรับว่าสุขภาพไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป มีอาการภูมิคุ้มกันตก เหนื่อยง่าย ง่วงนอนตลอดวัน รวมถึงมีผื่นคันตามร่างกาย และไม่สามารถดื่มแอลกอฮอล์ได้อีก เพราะจะเกิดอาการแพ้ทันที

ทั้งนี้ เธอเชื่อว่าการติดเชื้ออาจเกิดขึ้นในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสตับอักเสบเอ ประกอบกับการใช้ชีวิตอย่างหนัก ทั้งการนอนน้อย ดื่มสังสรรค์ และรับประทานอาหารร่วมกับคนจำนวนมาก จนทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และทิ้งท้ายฝากเตือนทุกคนให้หันมารักตัวเองและดูแลสุขภาพ เพราะไม่มีใครดูแลเราได้ดีเท่ากับตัวเราเอง

โพสต์ดังกล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...