โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปชน. แจง 3 เหตุยื่นศาลรธน.ชี้ขาดพรก.กู้เงิน ยันชัดไม่ได้ขยายอำนาจศาล ตีความเกินขอบเขต

MATICHON ONLINE

อัพเดต 12 พ.ค. เวลา 12.33 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. เวลา 12.33 น.

‘มือกฎหมาย พรรคประชาชน’ แจงปมยื่นศาล รธน. วินิจฉัย ‘พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน’ บอกเป็นกลไกปกติฝ่ายนิติบัญญัติ ย้ำทำด้วยความรอบคอบ-ระมัดระวัง

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม นายธีระ สุธีวรางกูร ส.ส.บัญชีรายชื่อและทีมกฎหมายพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่พรรคประชาชนยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่า มีหลายท่านกังวลใจต่อกรณีดังกล่าว ซึ่งที่ผ่านมาพรรคประชาชน พรรคก้าวไกล และพรรคอนาคตใหม่ ยืนยันเส้นแบ่งเกี่ยวกับอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญไว้ชัดเจนว่า ไม่ต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญใช้อำนาจเกินขอบเขต หรือเข้ามาก้าวก่ายในอำนาจหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร แต่การที่พรรคประชาชนยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว มีความจำเป็นด้วยเหตุผลที่ว่า 1.ในฐานะที่พรรคประชาชนเป็นฝ่ายค้านที่มีอำนาจหน้าที่อย่างหนึ่งในการตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล เมื่อพบเห็นว่ารัฐบาลใช้อำนาจที่อาจไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการออกพ.ร.ก.ดังกล่าว พรรคคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องทำหน้าที่ในการตรวจสอบ

นายธีระ กล่าวต่อว่า 2.แม้พรรคจะสามารถมีมติให้ สส.ของพรรคลงมติไม่อนุมัติ พ.ร.ก.ดังกล่าวได้ แต่สส.ของพรรคถือเป็นฝ่ายข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎร รัฐบาลซึ่งมีสส.เป็นฝ่ายข้างมากในสภาผู้แทนฯ ย่อมอนุมัติการออกพ.ร.ก.ข้างต้นได้ ทำให้การตรวจสอบรัฐบาลในทางการเมืองของพรรคไม่บรรลุผลได้ และเมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดกลไกการตรวจสอบทางตุลาการให้ส.ส.สามารถเข้าชื่อเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบเงื่อนไขการตรา พ.ร.ก.ดังกล่าวได้ การที่พรรคตัดสินใจยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบ จึงเป็นความพยายามในการใช้กลไกการตรวจสอบให้ครบถ้วนสมบูรณ์ทั้งการตรวจสอบทางการเมือง และการตรวจสอบทางศาล ซึ่งอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เป็นอำนาจที่จะช่วยปกป้องอำนาจหน้าที่ในการตรากฎหมายของฝ่ายนิติบัญญัติ ดังนั้น การที่พรรคยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐบาลในการออกพ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว ถือเป็นการใช้กลไกการตรวจสอบปกติทั่วไปที่จะเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายนิติบัญญัติ และต่อพรรคในฐานะที่มีสส.ในฝ่ายนิติบัญญัติ

นายธีระ กล่าวด้วยว่า 3.สำหรับข้อกังวลว่าการที่พรรคยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวอาจเป็นการเปิดช่องให้ศาลรัฐธรรมนูญอาศัยคำวินิจฉัยของตนเองและขยายขอบเขตอำนาจของตนให้กว้างขวางยิ่งขึ้นเกินกว่าที่รัฐธรรมนูญกำหนดนั้น ย้ำว่าเรื่องนี้พรรค ปชน.ได้เสนอประเด็นของคดีในการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ศาลวินิจฉัยตามเฉพาะประเด็นว่า พ.ร.ก.ดังกล่าวตราขึ้นโดยเป็นไปตามเงื่อนไขเพื่อรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 วรรคหนึ่ง กำหนดไว้หรือไม่เท่านั้น ดังนั้น โดยความชัดเจนของประเด็นแห่งคดีที่พรรคเสนอไป น่าจะช่วยให้คลายความกังวลได้ระดับหนึ่ง และแม้พรรคจะไม่เห็นด้วยกับการใช้อำนาจเกินขอบเขตของศาลรัฐธรรมนูญในหลายคดีที่ผ่านมาก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติก่อนหน้านี้ สส.ของพรรคก็เคยมีบทบาทในการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยในหลายกรณี ไม่ว่าจะเป็นกรณี พ.ร.ก.ขยายเวลาการบังคับใช้พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันการทรมานฯ หรือกรณีการกระทำของรองประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทำร่างกฎหมายงบประมาณ ดังนั้น การที่พรรคยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าวตราขึ้นโดยชอบด้วยเงื่อนไขตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดหรือไม่ จึงไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นเรื่องที่พรรคเคยทำมาแล้ว แต่ครั้งนี้เราทำด้วยความระมัดระวังที่จะไม่ตั้งประเด็นของคดีเปิดช่องให้ศาลรัฐธรรมนูญขยายอำนาจของตนผ่านคำวินิจฉัย ฉะนั้น ด้วยเหตุผลข้างต้น พรรคเข้าใจและยอมรับความกังวลใจของหลายท่าน แต่ขอยืนยันว่าการยื่นเรื่องดังกล่าวนั้น พรรคได้ทำไปด้วยความรอบคอบอย่างระมัดระวัง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปชน. แจง 3 เหตุยื่นศาลรธน.ชี้ขาดพรก.กู้เงิน ยันชัดไม่ได้ขยายอำนาจศาล ตีความเกินขอบเขต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...