ตลท. ปลื้ม JUMP+ มาแรงเกินคาด บจ.เข้าร่วม 144 แห่ง ทะลุเป้า 3 เท่า รับสัญญาณ Fund Flow ฟื้น
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผยโครงการ JUMP+ กระแสแรง บจ.เข้าร่วม 144 แห่ง เกินเป้าหมายเดิม พร้อมเดินหน้ายกระดับตลาดทุน-พัฒนาโปรดักต์ใหม่ รองรับเงินทุนไหลกลับ หลังเริ่มเห็นสัญญาณ Fund Flow ฟื้น
20 มี.ค. 2569 -นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่าปัจจุบันโครงการ JUMP+ ได้รับการตอบรับจากบริษัทจดทะเบียนอย่างล้นหลาม โดยมีบริษัทเข้าร่วมแล้วถึง 144 แห่ง สูงกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 50–60 บริษัท หรือขยายตัวมากกว่า 2–3 เท่า
โดยความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนความร่วมมือของภาคเอกชนที่ต้องการยกระดับศักยภาพองค์กร และร่วมขับเคลื่อนตลาดทุนไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยมีปัจจัยสำคัญจากการทำงานเชิงรุกของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจและเชิญชวนบริษัทเข้าร่วมอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ โครงการ JUMP+ จะเปิดรับสมัครรอบสุดท้ายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 โดยคาดว่าจะมีบริษัทสนใจเข้าร่วมเพิ่มเติม ก่อนเข้าสู่ระยะดำเนินงานเชิงลึกเพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงเชิงรูปธรรมในองค์กร
ในด้านการพัฒนาตลาดทุน ตลท.มุ่งสร้าง Supply ที่มีคุณภาพในระยะกลางถึงยาว ผ่านการยกระดับบริษัทจดทะเบียนให้มีความแข็งแกร่ง ทั้งด้านผลประกอบการ ธรรมาภิบาล และการเปิดเผยข้อมูล เพื่อเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุน
พร้อมกันนี้ อยู่ระหว่างพัฒนาและหารือผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ ทั้งฝั่งอุปทานและอุปสงค์ เพื่อเพิ่มทางเลือกและตอบโจทย์พฤติกรรมนักลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไป โดยต้องผ่านการพิจารณาของสำนักงาน ก.ล.ต. ก่อนนำเสนอออกสู่ตลาด
ตลาดหลักทรัพย์เชื่อว่า เครื่องมือการลงทุนใหม่จะช่วยรองรับความผันผวน และเพิ่มความน่าสนใจของตลาดทุนไทยในสายตานักลงทุนต่างชาติในระยะถัดไป
สำหรับทิศทาง Fund Flow แม้ตลาดโลกยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ แต่ตลาดทุนไทยได้รับผลกระทบจากเงินทุนไหลออกน้อยกว่าหลายประเทศ และเริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกจากการที่เงินทุนบางส่วนทยอยไหลกลับ ขณะที่แรงขายมีแนวโน้มชะลอลง
อย่างไรก็ตาม ทิศทางเงินทุนยังขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญ ทั้งเศรษฐกิจโลก อัตราดอกเบี้ย และสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ โดยช่วงต้นปีหลังการเลือกตั้งมีเงินทุนไหลเข้าอย่างมีนัยสำคัญ ก่อนจะเผชิญแรงขายจากสถานการณ์สงคราม
ทั้งนี้ ยังต้องติดตามการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจและความต่อเนื่องในการสร้างความเชื่อมั่น ขณะที่ปัจจัยด้านราคาพลังงานยังคงผันผวนตามสถานการณ์โลก แต่ประเมินว่าในระยะสั้นยังไม่เกิดภาวะขาดแคลนพลังงาน