‘หมอยง’ เตือนอย่ากังวลมาก ไวรัสตับอักเสบ เอ ในไทย ระบาดต่ำ
The Bangkok Insight
อัพเดต 27 เม.ย. เวลา 04.49 น. • เผยแพร่ 27 เม.ย. เวลา 04.49 น. • The Bangkok Insight"หมอยง" ชี้ ไวรัสตับอักเสบ เอ ในไทย จัดอยู่ในกลุ่มระบาดต่ำ วัคซีนเป็นทางเลือกป้องกัน แนะดูแลเรื่องสุขอนามัย น้ำดื่ม อาหาร
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า ตับอักเสบ เอ ประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่มระบาดต่ำ (low endemicity)
การมีสุขอนามัยที่ดี ไม่ว่าจะเป็นน้ำดื่มและอาหาร เราจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันนี้ เรากินน้ำดื่มเป็นขวด ของใครของมัน และความสะอาดต่าง ๆ ทางด้านสุขอนามัยดีขึ้น ทำให้เราไม่เห็นการระบาดของโรค ตับอักเสบ เอ มานานแล้ว พบเป็นเพียงราย ๆ
ในอดีตเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว มีการระบาดใหญ่หลายครั้ง ที่ระบาดใหญ่ที่สุดที่ผมได้เห็นคือการระบาดใหญ่ที่เชียงราย ในปี 2548 มีผู้ป่วยเป็นจำนวนมาก และมีผู้เสียชีวิต 2 คน ต่อมาระบาดใหญ่อีกครั้งหนึ่งในปี 2555 ที่จังหวัดบึงกาฬ
เราได้ทำการศึกษาภูมิต้านทานต่อไวรัสตับอักเสบ เอ ในประชากรไทย ดังแสดงในรูป จะเห็นว่าในปัจจุบันนี้ ประชากรไทยส่วนใหญ่ โดยเฉพาะที่อายุต่ำกว่า 40 ปี ไม่มีภูมิต้านทานต่อไวรัสตับอักเสบเอโดยธรรมชาติ และภูมิต้านทานต่อไวรัสตับอักเสบเอ จะค่อยๆเพิ่มสูงขึ้นหลังอายุ 40 ปีขึ้นไป และอายุเกิน 60 ปีขึ้นไปจะมีภูมิต้านทานแล้วเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ดังแสดงในรูป
โรคตับอักเสบเอ อาการที่เด่นชัดจะเป็นตัวเหลืองตาเหลือง หรือที่เรียกว่าดีซ่าน หรือไวรัสลงตับ ผู้ป่วยจะมีอาการไข้ในวันแรกแต่ไข้มักจะไม่สูง มีคลื่นไส้อาเจียน ปวดท้อง บางรายอาจจะมีท้องเสียได้ อาการจะเป็นในวันแรก ๆ เท่านั้น แล้วหลังจากนั้นก็จะเริ่มเห็นตัวและตาเหลือง โรคนี้มีอัตราตายที่ค่อนข้างต่ำ ผู้ที่เสียชีวิตส่วนใหญ่จะมีอายุเกิน 40 ปี และมีโรคตับอยู่ก่อนแล้ว หรือมีโรคประจำตัวที่มีร่างกายอ่อนแอ
ตับอักเสบเอ สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน แต่ปัจจุบันวัคซีน ยังราคาค่อนข้างแพง ยังไม่ได้อยู่ในภาคบังคับ การจะรับวัคซีนจึงต้องมีการเสียค่าใช้จ่ายเอง และเมื่อประชากรส่วนใหญ่ไม่มีภูมิต้านทาน เมื่อมีการหลุดรอดของเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ เข้ามาในกลุ่มประชากร ก็อาจจะเกิดการระบาดได้
ในอดีตประเทศไทยมีการระบาดน้อยมาก จึงยังไม่ได้มีการจัดให้วัคซีนในกลุ่มประชากรไทยที่ไม่มีภูมิต้านทาน แต่อย่างไรก็ตาม วัคซีนมีประสิทธิภาพสูงมากในการป้องกันโรค และสามารถอยู่ระยะยาวมาก วัคซีนจึงเป็นทางเลือก
การป้องกันในปัจจุบัน จึงมุ่งเน้น ในการดูแลเรื่องสุขอนามัย เรื่องความสะอาดของน้ำดื่มและอาหารที่รับประทาน การล้างมือให้สะอาด รวมทั้ง การควบคุมการระบาด อย่างรวดเร็วไม่ให้แพร่กระจายออกไป
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ไวรัสตับอักเสบ เอ ระบาด 'หมอยง' ห่วงคนไทยอายุต่ำกว่า 40 ไม่มีภูมิต้านทาน
- 'หมอยง' แนะวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ก็พอ ไม่ต้องถึง 4 สายพันธุ์
- เกาะติดไวรัสในไทย 'ไข้หวัดใหญ่' ยังระบาดต่อเนื่อง ข่าวดี ไม่พบ โรคชิคุนกุนยา
ติดตามเราได้ที่