โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยาปลูกผมคืออะไร? ช่วยแก้ผมร่วงได้จริงไหม รู้จักประเภทก่อนใช้

MThai.com

อัพเดต 27 เม.ย. เวลา 09.38 น. • เผยแพร่ 27 เม.ย. เวลา 07.45 น.

ยาปลูกผม ได้ผลจริงไหม? รู้จักตัวยา วิธีรักษาผมร่วง และทางเลือกปลูกผมถาวร

ในบทความนี้ Mediren Clinic จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่หลักการทำงานของยาปลูกผม ประเภทของยาที่ใช้ทางการแพทย์ ไปจนถึงทางเลือกอื่นสำหรับการรักษาปัญหาผมร่วงอย่างเหมาะสม

ยาปลูกผมคืออะไร?

ยาปลูกผม คือกลุ่มตัวยาที่ช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผมและกระตุ้นรากผมให้เส้นผมงอกใหม่ ในทางการแพทย์มักเรียกว่ายารักษาผมร่วง (Hair Loss Treatment) โดยกลไกหลักของยาลดผมร่วงคือการช่วยให้รากผมกลับเข้าสู่ระยะการเจริญเติบโตของเส้นผม ซึ่งเรียกว่า Anagen Phase ทำให้เส้นผมมีโอกาสงอกใหม่และหนาขึ้น
ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ปลูกผมมีหลากหลายรูปแบบ เช่น เซรั่มปลูกผม, น้ำยาปลูกผม, สเปรย์ปลูกผม และครีมปลูกผม จึงไม่แปลกที่หลายคนจะค้นหาว่าเซรั่มปลูกผม ยี่ห้อไหนดีหรือน้ํายาปลูกผม ยี่ห้อไหนดี เพื่อหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับปัญหาของตัวเอง

ประเภทของยาปลูกผมที่ใช้ในการรักษา มีอะไรบ้าง ?

การรักษาผมร่วงด้วยยาปลูกผมสามารถแบ่งออกได้หลายกลุ่ม โดยแพทย์จะเลือกใช้ตามสาเหตุของและลักษณะของหนังศีรษะ

ฟีนาสเตอไรด์ (Finasteride)

Finasteride เป็นยาปลูกผมแบบกินที่ใช้รักษาผมร่วงจากพันธุกรรม ออกฤทธิ์โดยยับยั้งเอนไซม์ 5-Alpha Reductase ซึ่งมีบทบาทในการสร้างฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) ที่ทำให้รากผมฝ่อและเกิดภาวะศีรษะล้านในผู้ชาย
การใช้ยาปลูกผมในกลุ่มนี้สามารถช่วย
• ลดการหลุดร่วงของเส้นผม
• ชะลอการเกิดศีรษะล้าน
• ทำให้เส้นผมดูหนาขึ้น

ไมน็อกซิดิล (Minoxidil)

Minoxidil เป็นยาปลูกผมที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดบริเวณหนังศีรษะและช่วยกระตุ้นรากผม โดยส่วนใหญ่พบว่ายาปลูกผมผู้หญิงหลายยี่ห้อมักมี Minoxidil เป็นส่วนประกอบสำคัญ
ผลลัพธ์ที่พบจากการใช้ยาปลูกผมที่เห็นผลจริงในกลุ่มนี้ ได้แก่
• เส้นผมแข็งแรงขึ้น
• ลดการหลุดร่วง
• ช่วยให้เส้นผมเข้าสู่ระยะเจริญเติบโต

ยากลุ่มอื่นที่แพทย์อาจใช้ร่วม

นอกจากยาปลูกผม แบบกินและยาทาแล้ว แพทย์อาจใช้วิธีรักษาอื่นร่วมด้วย เพื่อช่วยกระตุ้นรากผมและลดปัญหาผมร่วงได้ดีขึ้น เช่น การรับประทานวิตามินบำรุงเส้นผมอย่างไบโอติน (Biotin) หรือซิงก์ (Zinc) ที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของเส้นผม
อีกวิธีที่นิยมคือการฉีด PRP (Platelet-Rich Plasma) ซึ่งเป็นการใช้เกล็ดเลือดเข้มข้นจากเลือดของผู้เข้ารับการรักษาเองมาฉีดบริเวณหนังศีรษะ เพื่อช่วยกระตุ้นการทำงานของรากผม และมักใช้ร่วมกับยาปลูกผม หรือผลิตภัณฑ์ปลูกผม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการฟื้นฟูเส้นผมให้ดีขึ้น

ผลิตภัณฑ์ปลอมและยาปลอม อันตรายแค่ไหน

ปัจจุบันมียาปลูกผมหลายรูปแบบ เช่น เซรั่มปลูกผม น้ำยาปลูกผม หรือสเปรย์ปลูกผม วางขายจำนวนมาก แต่บางชนิดอาจไม่ได้มาตรฐาน หรือเป็นของปลอม ทำให้เสี่ยงเกิดผลข้างเคียงและอาจทำให้ปัญหา ผมร่วงรุนแรงขึ้นได้
อันตรายที่อาจเกิดจากการใช้ยาปลูกผมปลอม ได้แก่
• ไม่มีตัวยาที่ช่วยกระตุ้นรากผมจริง
• เสี่ยงเกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองหนังศีรษะ
• อาจทำให้ผมร่วงมากขึ้นจากสารเคมีที่ไม่ปลอดภัย
• เสียค่าใช้จ่ายโดยไม่เห็นผลลัพธ์จากการใช้ยา
ดังนั้น ก่อนเลือกใช้ยาปลูกผมหรือยาปลูกผม ยี่ห้อไหนดี ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีแหล่งที่มาชัดเจน หรือปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เหมาะสมที่สุด

รักษาผมร่วง หัวล้านแบบไหนดี เมื่อยาปลูกผมเอาไม่อยู่?

แม้ยาปลูกผมจะช่วยลดผมร่วงและช่วยกระตุ้นรากผมได้ในบางกรณี แต่หากรากผมฝ่อตัวถาวรหรือมีภาวะศีรษะล้านจากพันธุกรรมที่รุนแรง การใช้ยารักษาผมร่วงเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จึงอาจต้องพิจารณาวิธีรักษาอื่นร่วมด้วยเพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้น

1. การรักษาทางการแพทย์

การรักษาทางการแพทย์เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมร่วง โดยแพทย์อาจแนะนำวิธีต่าง ๆ เช่น การฉีด PRP (Platelet-Rich Plasma) หรือการใช้เลเซอร์กระตุ้นรากผม เพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพหนังศีรษะและเสริมประสิทธิภาพของยาปลูกผมให้ทำงานได้ดีขึ้น

2. การปลูกผม

การปลูกผมถาวร (Hair Transplant) เป็นอีกหนึ่งวิธีรักษาปัญหาผมบางหรือศีรษะล้าน ที่ให้ผลลัพธ์ค่อนข้างชัดเจน โดยแพทย์จะทำการย้ายรากผมจากบริเวณที่เส้นผมยังแข็งแรง เช่น บริเวณท้ายทอยหรือเหนือใบหู ซึ่งมักไม่ไวต่อฮอร์โมน Dihydrotestosterone (DHT) มาปลูกในบริเวณที่ผมบางหรือศีรษะล้าน
เมื่อรากผมใหม่ฝังตัวและฟื้นตัวดีแล้ว เส้นผมจะสามารถงอกขึ้นตามธรรมชาติ ช่วยเพิ่มความหนาแน่นของเส้นผมและทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้ในระยะยาว จึงเป็นทางเลือกที่หลายคนพิจารณาเมื่อการใช้ยาปลูกผม หรือวิธีรักษาอื่นยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างที่ต้องการ

ปลูกผมราคา เท่าไหร่ ? ค่าใช้จ่ายโดยประมาณก่อนตัดสินใจรักษา

โดยทั่วไปค่าใช้จ่ายในการปลูกผมจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น จำนวนกราฟต์ที่ต้องใช้ เทคนิคการปลูกผม และความซับซ้อนของปัญหาผมร่วงในแต่ละคน ซึ่งทำให้ราคาแตกต่างกันไปในแต่ละเคส เช่น
• เทคนิคปลูกผมแบบ FUE (Follicular Unit Extraction) ซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับความนิยม มักมีราคาโดยประมาณอยู่ที่ 60,000 – 150,000 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวนกราฟต์และรายละเอียดของการรักษา
• เทคนิคปลูกผมไม่โกน (Non-Shaven FUE) ซึ่งต้องใช้ความละเอียดมากขึ้น ราคามักอยู่ประมาณ 80,000 – 180,000 บาท เนื่องจากขั้นตอนการแยกและปลูกกราฟต์ผมต้องใช้เวลาและความประณีตมากกว่า
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายจริงอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ดังนั้นการเข้ารับคำปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจปลูกผม จะช่วยประเมินจำนวนกราฟต์และแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาผมร่วงของแต่ละคนได้ดีที่สุด

ปลูกผมไม่ต้องโกน ทางเลือกใหม่จาก Mediren Clinic

ปัญหาผมร่วง ผมบาง หรือศีรษะล้าน สามารถรักษาได้หลายวิธี ตั้งแต่การใช้ยาปลูกผม ยารักษาผมร่วง ไปจนถึงการปลูกผมถาวร ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ชัด โดยเฉพาะในกรณีที่รากผมบางบริเวณเริ่มฝ่อตัวและการใช้ยาเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ
สำหรับผู้ที่สนใจการปลูกผมถาวร Mediren Clinic มีบริการปลูกผมด้วยเทคนิคสมัยใหม่ เช่น เทคนิค ปลูกผมไม่ต้องโกน (Non-Shaven Hair Transplant) ที่ช่วยให้สามารถปลูกผมได้โดยไม่ต้องโกนผมทั้งหมด ทำให้ยังคงทรงผมเดิมและใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติ พร้อมทั้งมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยประเมินปัญหาและวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...