โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถอดรหัส เพลง The Seed ของ Aurora ในวันที่โลกกำลังป่วยหนัก

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

บทความพิเศษ | ศรัณยู ตรีสุคนธ์

ถอดรหัส

เพลง The Seed ของ Aurora

ในวันที่โลกกำลังป่วยหนัก

คําว่าบ้านมีหลายความหมาย มันอาจจะเป็นบ้านที่เราอาศัยอยู่ในปัจจุบัน บ้านที่เรารู้รั้วรอบขอบชิดที่เป็นดั่งเกราะป้องกันและสร้างความอบอุ่นให้กับเรา เรารู้ว่าห้องไหนอยู่ตรงส่วนไหนของบ้าน อะไรตั้งหรือวางไว้ที่ไหน และต่อให้บ้านรกแค่ไหนก็ตาม เราก็ยังจะจำได้อยู่ดีว่าของที่เราใช้ประจำวางไว้ตรงไหนบ้าง และทำความสะอาดจัดบ้านบ้างเป็นครั้งคราว

ส่วนบ้านในความหมายที่สองคือ บ้านที่เราไม่ได้อาศัยอยู่แล้ว แต่เราก็ยังจำทุกอย่างเกี่ยวกับบ้านหลังนั้นได้ผ่านความทรงจำที่ไม่เคยรางเลือนไปเลย

ไม่ว่าเราจะอยู่ในบ้านหลังเล็กหรือว่าใหญ่จะถูกจะแพงแค่ไหนก็ตาม ยังมีบ้านอีกหนึ่งหลังที่เราอยู่กับมันทุกวันจนลืมไปแล้วว่านี่คือที่อยู่อาศัยของเราทุกคน

โลกมนุษย์เป็นบ้านหลังใหญ่ที่สุดเท่าที่มนุษย์ทุกคนเคยรู้จัก เราไม่เคยเห็นความสำคัญของรั้วรอบขอบชิด เพราะถึงแม้ว่าเราจะรู้ว่าห้องไหนอยู่ตรงส่วนไหนของบ้าน แต่สมาชิกในบ้านกลับอ้างในกรรมสิทธิ์ของตนจนนำไปสู่การฆ่าฟันเพื่อแย่งชิงพื้นที่

และสิ่งที่น่าเศร้าที่สุดก็คือ เราไม่เคยคิดที่จะทำความสะอาดหรือจัดบ้านอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

ส่งผลให้เราไม่สามารถหาของใช้ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตให้เจอได้เมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้มันจริงๆ

ทั้งการแก่งแย่งและปล่อยปละละเลยบ้านที่คนทั้งโลกอาศัยอยู่ร่วมกันนี้นำไปสู่หายนะที่ค่อยๆ ทวีความรุนแรงขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นการทำสงครามเพื่อช่วงชิงพลังงาน

แย่งชิงพื้นที่ที่แต่ละฝ่ายต่างก็อ้างในกรรมสิทธิ์

บ้านที่รกไปด้วยขยะที่ไม่ได้รับการจัดการก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศและสัตว์โลก

การเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ เสาเอกของบ้านใหญ่หลังนี้ค่อยๆผุพังลง

และคงไม่ผิดนักที่จะบอกว่าเรากำลังนับถอยหลังเพื่อรอเวลาให้ถึงวันที่เสาเอกหมดสภาพและบ้านหลังใหญ่หลังนี้ก็จะพังทลายลงต่อหน้าต่อตา

ออโรรา อัคเนส นักร้องนักแต่งเพลงสาวชาวนอร์เวย์ที่ใช้ชื่อในวงการดนตรีว่า Aurora

เธอเป็นศิลปินที่ทำเพลงอาร์ตป๊อปที่ผสมผสานดนตรีนิวเอจที่ใช้เสียงสังเคราะห์เลียนแบบเสียงธรรมชาติเข้ากับดนตรีอินดี้ป๊อปและซินธ์ป๊อปได้อย่างวิจิตรบรรจง

นอกจากนี้ก็ยังนำดนตรีพื้นถิ่นในบ้านเกิดอย่างนอร์ดิก โฟล์ก ที่โดดเด่นด้วยเสียงไวโอลินที่เล่นในแบบดนตรีพื้นบ้านนอร์เวย์

เสียงพิณของฟินแลนด์และซอที่ทำจากหางม้าฟังแล้วเหมือนนั่งอยู่ในกระท่อมอันอบอุ่นกลางภูเขาหิมะ ป่าสนอันเงียบสงัดและเรื่องเล่าของตำนานไวกิ้ง

Aurora เป็นนักเคลื่อนไหวในเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เธอเคยให้สัมภาษณ์ว่าเธอรู้สึกถึงความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์กับโลกอย่างลึกซึ้ง และมองว่าธรรมชาติคือ “บ้าน” ที่แท้จริง

และการเห็นการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศก็เหมือนกำลังมองเห็นบ้านทรุดโทรมลง และกำลังจะพังทลายไปต่อหน้าต่อตา

สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อจิตใจของเธอโดยตรง เธอจึงเข้าไปมีส่วนร่วมกับองค์กรการกุศลด้านสิ่งแวดล้อมมากมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องวิกฤตสภาพภูมิอากาศผ่านบทเพลง

โดยเพลงที่พูดถึงความรักที่เธอมีต่อธรรมชาติได้อย่างงดงามที่สุดเพลงหนึ่งมีชื่อว่า The Seed

Aurora มักจะพูดถึงคอนเซปต์ที่ว่า “เราไม่สามารถมีสุขภาพที่แข็งแรงได้ หากโลกของเรากำลังป่วย” นี่คือแนวคิดที่สอดแทรกอยู่ในบทเพลงของเธอหลายต่อหลาย

รวมถึงเพลง The Seed ด้วย

คำกล่าวของชาวอเมริกันพื้นเมืองบทหนึ่งที่เสียดสีความไม่รู้จักพอของมนุษย์ที่ทำลายธรรมชาติอย่างโหดร้ายได้อย่างกรีดลึก

คำกล่าวนั้นบอกว่า “เมื่อใดก็ตามที่ต้นไม้ต้นสุดท้ายถูกโค่นลง, ปลาตัวสุดท้ายถูกกิน และแม่น้ำสายสุดท้ายเป็นพิษ เมื่อนั้นคุณจะตระหนักว่าคุณไม่สามารถต่อลมหายใจด้วยการกินเงินได้”

Aurora ให้สัมภาษณ์อยู่บ่อยครั้งว่า ธรรมชาติเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเธอ เพราะธรรมชาติรอเราอยู่ตรงนั้นเสมอและไม่เคยเรียกร้องอะไรจากเราเลย แต่ในทางกลับกัน เรากลับเรียกร้องทุกสิ่งทุกอย่างจากธรรมชาติมากเสียจนขาดมันไม่ได้ นอกจากเราจะไม่เคยกล่าวคำขอบคุณแล้ว เรายังเรียกร้องให้ธรรมชาติขอโทษเราเสียด้วยซ้ำ โทษฐานที่ทำให้เราขาดแคลนในสิ่งที่เราต้องการอย่างไม่มีสิ้นสุด

Aurora เปรียบเมล็ดพันธุ์ในเพลง The Seed ว่าเป็นดั่งจิตวิญญาณของมนุษย์ ที่เมื่อถูกฝังลงในผืนดินแล้วก็จะไม่มีทางรู้เลยว่ามันจะโผล่พ้นดินโคลนท่ามกลางความมืดมิด เติบใหญ่กลายเป็นต้นไม้ที่มีรากฝังลึกลงดินได้หรือเปล่า

เพราะการที่ต้นอ่อนจะดิ้นรนหาแสงสว่างที่เป็นดั่งสารอาหารให้ลำต้นเติบโตได้ไม่ใช่เรื่องง่าย

นี่คือท่อนแรกของเพลงที่สื่อให้เห็นว่า คนเราทุกคนต่างก็มีช่วงที่หลงทางในชีวิต ไม่รู้ว่าจะเติบโตไปทางไหน

การแทรกตัวอย่างอดทนผ่านดินโคลนคือความเจ็บปวดที่เป็นส่วนสำคัญในการเติบโต

เพราะหากไม่มีแรงกดดันจากผืนดินที่ถม เมล็ดพันธุ์แห่งชีวิตก็จะไม่อาจแข็งแรงพอที่จะงอกออกมาได้

แสงสว่างก็เป็นดั่งความหวังที่ทำให้เรายังคงก้าวต่อไปต่อให้ชีวิตมันจะยากแค่ไหนก็ตาม

และการเติบโตเป็นต้นไม้ที่สูงใหญ่ได้นั้นต้องใช้เวลาเพื่อเรียนรู้ที่จะรู้จักตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง

ท่อนที่สองของเพลงเขียนว่า เธออยากให้น้ำตาของเธอกลายเป็นสายฝนที่หลั่งรดชโลมดินเพื่อให้ดอกไม้กลับมาเบ่งบานได้อีกครั้ง

ก็เหมือนเมล็ดพันธุ์ทุกเมล็ดนั่นแหละ พวกมันต่างก็อยากมีชีวิตรอด เหมือนเราทุกคนในอดีตที่ต่างก็เคยทำผิดพลาด แต่อย่าให้มันกลายมาเป็นข้ออ้างในการประหัตประหารทำลายกัน เพราะสิ่งเดียวที่จะทำให้เราเติบโตไปด้วยกันก็คือการเรียนรู้ที่จะให้อภัยกันและกัน

ถ้าหากว่า ชาร์ลส์ ดาร์วิน ยังมีชีวิตอยู่ The Seed จะต้องเป็นเพลงที่เขาชื่นชอบอย่างแน่นอน เพราะหัวใจสำคัญของเพลงนี้ก็คือวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตทุกสายพันธุ์ที่ต้องปรับตัวให้ได้เพื่อผ่านบททดสอบในการคัดสรรทางธรรมชาติ

ซาวด์ดีไซน์หรือการออกแบบเสียงดนตรีในเพลงนี้ก็สะท้อนให้เห็นถึงสารัตถะสำคัญของเนื้อหาในบทเพลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

มีการใช้เสียงนกและเพอร์คัสชั่นสังเคราะห์ที่สื่อแทนจังหวะการเต้นของหัวใจของโลกใบนี้ ซาวด์สังเคราะห์ออกแบบให้มีความผิดปกติเพื่อสื่อถึงระบบนิเวศที่ได้รับความเสียหาย เสียงคอรัสที่ซ้อนทับกันหลายชั้นสื่อถึงการรวมแรงรวมใจของผู้คนเพื่อเป็นการปลุกใจให้กับนักเคลื่อนไหวเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเยาวชน เพราะเด็กๆ คือเมล็ดพันธุ์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังที่สุด

Aurora เผยว่า เธอแต่งเพลงนี้เอาไว้นานหลายปีแล้ว

เพราะเธอมองเห็นว่า ในอนาคนโลกใบนี้จะสับสนวุ่นวายมากขึ้นเรื่อยๆ จากการแบ่งเขาแบ่งเรา และการแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติ

เธอมองว่า อีกไม่นานโลกจะพร้อมสำหรับเพลงนี้ ในวันที่ในที่สุดผู้คนจะตระหนักได้ว่า การสู้รบฆ่าฟันกันเพื่อกระดาษและทำลายโลกที่เป็นอู่ข้าวอู่น้ำจริงๆ เป็นเรื่องไร้สาระเพียงใด

ทุกวันนี้มนุษย์ทำงานอย่างหนักก็เพื่อเงิน แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาอาจจะต้องนำเงินที่หามาทั้งชีวิตเพื่อจ่ายเป็นค่ายารักษาโรคที่เกิดจากการละเลยการดูแลสุขภาพ

ซึ่งก็ไม่ได้ต่างไปจากโลกที่ขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยระบบทุนนิยม มนุษย์ทุ่มเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเพื่อความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี แต่ทรัพยากรที่นำมารับใช้มนุษย์ซึ่งใช้เงินซื้อทำให้ธรรมชาติถูกทำลายจนถึงจุดที่ไม่อาจหวนคืน

และนับต่อจากนี้ไปต่อให้นำเงินทั้งโลกมากองรวมกัน ก็ไม่มีทางที่จะทำให้น้ำแข็งขั้วโลกหยุดละลาย, ฝุ่น PM2.5 หายไป หรือทำให้อุณหภูมิของโลกเย็นลงได้อีกแล้ว

การต่อสู้ระหว่างธรรมชาติกับทุนนิยมเป็นมวยผิดคู่

เราไม่ได้เป็นเจ้าของโลกแต่เป็นส่วนหนึ่งของโลก

โลกก็คือบ้าน แต่เป็นบ้านที่เราไม่รู้รั้วรอบขอบชิด ไม่รู้ว่าห้องไหนอยู่ส่วนไหนของบ้าน

เมื่อเราไม่รู้จักบ้าน บ้านก็ย่อมไม่รู้จักเรา

และยิ่งเป็นบ้านที่ใหญ่ขนาดที่ทุกคนบนโลกคือคนในครอบครัวเดียวกันด้วยแล้ว การไม่รู้ว่าของสำคัญต่อการใช้ชีวิตอยู่ตรงส่วนไหนของบ้าน

ก็ทำให้ช่วงเวลาที่เราจะได้มีโอกาสสูดลมหายใจจากอากาศที่นับวันจะเลวร้ายมากขึ้นเรื่อยๆ นั้น…สั้นลงไปทุกที

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ถอดรหัส เพลง The Seed ของ Aurora ในวันที่โลกกำลังป่วยหนัก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...