โป๊ปเลโอที่ 14 ประณามการสังหารผู้ประท้วงในอิหร่าน ย้ำจุดยืนต้านสงคราม
โป๊ปเลโอที่ 14 ประณามการสังหารผู้ประท้วงในอิหร่าน ย้ำจุดยืนต้านสงคราม เผยการล่มสลายของการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน เป็นเรื่องน่ากังวลอย่างยิ่ง
วันที่ 24 เมษายน 2569 เวลา 04.59 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ประณามอย่างชัดเจนต่อการสังหารผู้ประท้วงในอิหร่าน เมื่อวันพฤหัสบดี หลังจากก่อนหน้านี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าไม่ได้ออกมาประณามเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่แสดงจุดยืนคัดค้านสงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่าน
สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ซึ่งทรงเป็นสมเด็จพระสันตะปาปาชาวอเมริกันองค์แรก ทรงยังแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของพลเรือนจำนวนมากในสงคราม พร้อมตรัสว่าการล่มสลายของการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน เป็นเรื่องน่ากังวลอย่างยิ่ง โดยทรงให้สัมภาษณ์ระหว่างการเดินทางกลับกรุงโรม หลังเสร็จสิ้นภารกิจเยือน 4 ประเทศในแอฟริกา
“ขอประณามทุกการกระทำที่ไม่ยุติธรรม และการพรากชีวิตผู้คน” พร้อมตรัสว่า หากรัฐบาลใดตัดสินใจในลักษณะที่ทำให้ผู้คนเสียชีวิตอย่างไม่เป็นธรรม ก็เป็นสิ่งที่ต้องถูกประณามอย่างชัดเจน
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้วิจารณ์โป๊ปลีโอผ่านโซเชียลมีเดียว่า “แย่มาก” เมื่อวันที่ 12 เมษายน หลังผู้นำศาสนารายนี้ออกมาแสดงจุดยืนต่อต้านสงครามอิหร่านและนโยบายตรวจคนเข้าเมืองที่เข้มงวดของสหรัฐ และยังตั้งคำถามในเวลาต่อมาว่ามีใครช่วยบอกโป๊ปลีโอไหมเกี่ยวกับการเสียชีวิตของผู้ประท้วงในอิหร่าน
รายงานระบุว่า ทางการอิหร่านได้สังหารผู้ประท้วงหลายพันคนระหว่างการประท้วงต่อต้านรัฐบาลในเดือนมกราคม ซึ่งถือเป็นความไม่สงบภายในประเทศครั้งรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามปี 1979 ขณะที่ องค์กรสิทธิมนุษยชน ระบุว่ารัฐบาลยังคงปราบปรามฝ่ายต่อต้านอย่างต่อเนื่อง และมีการประหารชีวิตเพิ่มเติมแม้ในช่วงสงคราม
โป๊ปลีโอไม่ได้ตรัสถึงทรัมป์โดยตรงในคำแถลงครั้งนี้ แต่ทรงย้ำจุดยืนว่า ในฐานะผู้นำศาสนาของคริสตจักรคาทอลิกที่มีสมาชิกกว่า 1.4 พันล้านคนทั่วโลก ไม่สนับสนุนสงครามในทุกกรณี
“ในฐานะผู้นำจิตวิญญาณ ไม่สามารถสนับสนุนสงครามได้” พร้อมตรัสว่า พกภาพเด็กคนหนึ่งที่เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลในเลบานอน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่เคยออกมาต้อนรับเขาระหว่างการเยือนประเทศดังกล่าว
สำหรับความล้มเหลวของการเจรจาสันติภาพ โป๊ปลีโอตรัสว่า“วันหนึ่งอิหร่านตอบตกลง อีกวันสหรัฐปฏิเสธ และก็สลับกันไปมา เราไม่รู้ว่าสถานการณ์จะจบลงอย่างไร” พร้อมชี้ว่า สถานการณ์ยังคงสับสนวุ่นวาย และประชาชนอิหร่าน ซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์กำลังได้รับผลกระทบจากสงคราม
นอกจากนี้ โป๊ปลีโอยังทรงปกป้องการตัดสินใจเยือนประเทศในแอฟริกาที่มีผู้นำแบบอำนาจนิยมโดยตรัสว่านครรัฐวาติกันยังคงรักษาความสัมพันธ์ทางการทูตกับประเทศเหล่านี้ เพื่อผลักดันความยุติธรรมและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน แม้จะไม่ได้แสดงท่าทีอย่างเปิดเผยเสมอไปก็ตาม
อ้างอิง : www.reuters.com