โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิเคราะห์สมดุลแห่งความกลัวและมายาภาพพลังงาน: เมื่อปาหี่ระดับโลก 14 วัน กับละครไทย "ลด 2 บาท"

The Better

อัพเดต 08 เม.ย. เวลา 02.37 น. • เผยแพร่ 08 เม.ย. เวลา 00.11 น. • THE BETTER
โดย…นพ.กรณ์ ปองจิตธรรม

**อัปเดตสถานการณ์: 8 เมษายน 2569 — 07:00 น.**

โลกและประเทศไทยกำลังรับชมละครสองโรงที่เล่นสอดประสานกันอย่างมีนัยสำคัญ โรงแรกคือ "สมดุลแห่งความกลัว" ในตะวันออกกลางที่ซื้อเวลาออกไป 14 วัน และโรงที่สองคือ "นโยบายลดราคา 2 บาท" ของรัฐบาลไทยที่ฉาบฉวยและเอื้อทุนพลังงาน

1. หมากระดับโลก: ทฤษฎีเกมเบื้องหลังปาหี่ 14 วัน (Game of Chicken)

ในทางการเมืองระหว่างประเทศ เหตุการณ์นี้คือ **เกมคนใจเสาะ (Game of Chicken)** ที่รถสองคันวิ่งประสานงากัน ฝ่ายที่หักหลบก่อนคือผู้แพ้ แต่ถ้าไม่มีใครยอมหลบ ทั้งคู่จะพินาศร่วมกัน (Total War)

การประกาศเลื่อนเส้นตายปฏิบัติการทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน คือการนำ **ทฤษฎีเกม (Game Theory)** มาใช้อธิบายสภาวะบนขอบเหว (Brinkmanship) ได้ชัดเจนที่สุด สิ่งที่โลกเผชิญคือ **ความกลัวที่แตกต่างกัน (Asymmetric Fear)**:
* **สหรัฐฯ (โดนัลด์ ทรัมป์):** กลัววินาศภัยทางเศรษฐกิจมากกว่าการสู้รบ หากราคาน้ำมันพุ่งสูงเกินคุมจะทำลายตลาดหุ้นและคะแนนนิยมทันที ทรัมป์จึงกลัว "ชัยชนะที่ว่างเปล่า"
* **อิหร่าน:** กลัวการล่มสลายของระบอบการปกครอง (Regime Collapse) หากถูกโจมตีจุดยุทธศาสตร์สำคัญจนประชาชนเดือดร้อนเกินขีดจำกัด
ผลลัพธ์คือการมุ่งหน้าสู่ **จุดสมดุลของแนช (Nash Equilibrium)** ที่ต่างฝ่ายต่างยอมถอยเพื่อ "รักษาหน้า" และซื้อเวลาจัดระเบียบผลประโยชน์ใหม่ โดยทิ้งให้ประเทศผู้นำเข้าพลังงานอย่างไทยต้องแบกรับความผันผวนต่อไป

2. สมรภูมิน้ำมันดูไบและความผันผวนของค่าเงิน: ต้นทุนแฝงที่คนไทยแบกรับ

ไทยนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางเป็นหลัก ราคาอ้างอิง **ดูไบ (Dubai Crude)** จึงเป็นตัวกำหนดต้นทุนจริงมากกว่าราคา WTI ในข่าว:
* **War Premium:** แม้ราคาน้ำมันล่วงหน้า (Paper Oil) จะลดลงจากข่าว 14 วัน แต่ราคาจริง (Physical Oil) ยังค้างสูงจากค่าประกันภัยและค่าขนส่งที่ยังไม่ลดลง
* **ความผันผวนของค่าเงิน:** แม้ดอลลาร์จะเริ่มอ่อนค่าและบาทแข็งค่ากลับมาบ้าง แต่สภาวะ **"ผันผวนรุนแรง"** กลายเป็นอุปสรรคใหม่ ผู้นำเข้าและโรงกลั่นมักใช้ความเสี่ยงจากการที่บาทอาจกลับมาอ่อนค่าเป็นข้ออ้างในการคงราคาน้ำมันหน้าปั๊มให้สูงไว้ก่อน เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ในจังหวะที่ทิศทางค่าเงินยังไม่นิ่ง

3. ชำแหละกำไรโรงกลั่น: 2 บาทที่ลด คือการ "เล็มขน" ไม่ใช่ "เฉือนเนื้อ"

รัฐบาลสั่งลดราคา 2 บาทต่อลิตร แต่กลับเพิกเฉยต่อ **กำไรส่วนเกินจากภาวะสงคราม (Windfall Profit)** ที่โรงกลั่นกวาดเข้ากระเป๋าไปก่อนหน้านี้นับแสนล้านบาท หากอ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนสมมติที่ **32.50 บาท/ดอลลาร์** (เพื่อความชัดเจนในการคำนวณ) จะพบความจริงที่น่าตกใจ:

**ก. กำไรจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (Crack Spread)**
* **น้ำมันดีเซล (Diesel 10ppm):**
* ภาวะปกติ: กำไรประมาณ **3.40 บาท/ลิตร**
* ภาวะวิกฤต: (อิงค่าการกลั่นที่เคยพุ่ง $48/bbl) กำไรพุ่งไปถึง **9.80 บาท/ลิตร**
* **ส่วนต่างที่เพิ่มขึ้น:** **+6.40 บาท/ลิตร**
* **วิเคราะห์:** รัฐบาลสั่งลด 2 บาท เท่ากับโรงกลั่นยังอมกำไรส่วนเกินไว้เน้นๆ อีก **4.40 บาท/ลิตร**
* **น้ำมันเบนซิน (Gasoline 95):**
* ภาวะปกติ: กำไรประมาณ **2.80 บาท/ลิตร**
* ภาวะวิกฤต: (อิงค่าการกลั่น $28/bbl) กำไรพุ่งไปถึง **6.10 บาท/ลิตร**
* **ส่วนต่างที่เพิ่มขึ้น:** **+3.30 บาท/ลิตร**
* **วิเคราะห์:** ลด 2 บาท โรงกลั่นยังเหลือกำไรส่วนเกินค้างไว้อีก **1.30 บาท/ลิตร** มากกว่าปกติเกือบเท่าตัว

**ข. ขุมทรัพย์จากสต็อก (Stock Gain) ที่มหาศาลกว่า**

เมื่อราคาน้ำมันดิบพุ่งจาก $75 ไปสู่ $112 (ส่วนต่าง $37 ต่อบาร์เรล):
* **คำนวณกำไร:** $37 times 32.50 บาท = 1,202.50 บาทต่อบาร์เรล
* **แปลงเป็นลิตร:** 1,202.50 / 159 ลิตร = **กำไรฟรีๆ 7.56 บาทต่อลิตร**

**สรุปสมการกำไร "3 เด้ง" (กรณีดีเซล):**

กำไรปกติ (1.00) + กำไรส่วนเกิน Crack Spread (6.40) + กำไรจากสต็อก (7.56) = **รวมกำไรเบื้องต้น ~14.96 บาทต่อลิตร!**
การที่รัฐบาลขอคืนให้ประชาชนเพียง 2 บาท จึงเป็นเรื่องที่น่าขบขันในสายตาผู้รู้จริง และรัฐบาลมักใช้ข้ออ้างเรื่อง Stock Loss ในขาลงมาบังหน้าเพื่อ "ไม่เก็บภาษีลาภลอย" (Windfall Tax) ทั้งที่รู้ดีว่าขาลงรัฐบาลก็รีบใช้กลไกกองทุนน้ำมันฯ เข้ามาอุ้มทุนอยู่ดี

4. มาตรการ "ประหยัดไฟ" สู่ปาหี่ "เคอร์ฟิวปั๊มน้ำมัน"

ในขณะที่กลุ่มทุนกวาดกำไรระดับ 15 บาทต่อลิตร รัฐบาลกลับใช้นโยบาย "เคอร์ฟิวปั๊มน้ำมัน" สั่งปิดปั๊มหลังเที่ยงคืน ซึ่งสะท้อนวิสัยทัศน์ที่คับแคบ:
1. **ตรรกะประหยัดไฟที่ล้มเหลว:** การปิดปั๊มไม่ลดปริมาณการใช้จริง แต่ทำลายระบบโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้าเกษตรกะดึก
2. **สร้างมลพิษเพิ่ม:** ประชาชนต้องแห่กันไปเติมน้ำมันก่อนเวลาปิดจนรถติดยาวเหยียด
3. **การแสดง (Performance):** มาตรการนี้มีไว้เพื่อให้ดูเหมือนรัฐบาลทำงานหนัก แต่ความจริงคือการเบี่ยงเบนประเด็นจากการที่ "ไม่กล้า" แตะกำไรโรงกลั่น และกดดันให้ประชาชนยอมรับสภาพวิกฤตเทียม

5. ทางตันของเศรษฐกิจไทยและความเหลื่อมล้ำ

ภายใต้ปาหี่สองระดับนี้ เศรษฐกิจไทยปี 2569 ถูกพยากรณ์ว่า GDP จะโตเพียง **1.6% - 1.8%** เนื่องจากหนี้ครัวเรือนพุ่งสูงจากการที่ราคาสินค้าไม่ลดลงตามน้ำมันโลก และความเสี่ยงของตลาดหุ้นไทย (SET) ที่ฝากไว้กับกลุ่มพลังงาน หากเกิดภาวะ Stock Loss รุนแรงหลัง 14 วัน ตลาดทุนไทยจะพังทลายทันทีเนื่องจากกลุ่มพลังงานมีสัดส่วน Market Cap ใหญ่ที่สุด

บทสรุป: อนุสาวรีย์แห่งความเหลื่อมล้ำ

นโยบายพลังงานของรัฐบาลชุดนี้คือการ "เอาใจประชาชนด้วยตัวเลขหลอกๆ" ขณะที่หลังฉากยังรักษาผลประโยชน์ให้กลุ่มทุนอย่างเหนียวแน่น 2 บาทที่ลดลงมานี้จึงไม่ใช่ชัยชนะของประชาชน แต่มันคืออนุสาวรีย์แห่งความเหลื่อมล้ำที่ตอกย้ำว่า ในกอไผ่พลังงานนี้ไม่มีแค่หน่อไม้ แต่มันมี "งูเห่า" ที่จ้องจะคาบเอาส่วนต่างของประชาชนไปกินแบบนิ่มๆหรือไม่?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...