2 สัปดาห์ทองชี้ชะตาโลก ลุ้น“สันติภาพ-ยุติสงคราม” เศรษฐกิจเดินหน้าต่อ
*** คอลัมน์ฐานโซไซตี หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ “ลึก ตรงประเด็น เห็นโอกาส” ฉบับ 4,191 ระหว่างวันที่ 12-15 เม.ย. 2569 “ว.เชิงดอย” ประจำการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ที่มีสาระ เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะเช่นเคย
*** ข่าวใหญ่ระดับโลกในห้วงเวลานี้ คงหนีไม่พ้นการที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ออกมาประกาศ “หยุดยิง 2 สัปดาห์” กับ อิหร่าน เมื่อเช้าวันที่ 8 เมษายน 2569 (เวลาประเทศไทย)พร้อมเงื่อนไขสำคัญ ต้องเปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” ให้เรือทุกชาติผ่านได้อย่างปลอดภัย ฟังเผินๆ อาจเหมือนเป็นเพียง “จังหวะพักหายใจ” ของมหาอำนาจ แต่สำหรับโลกเศรษฐกิจ และโดยเฉพาะประเทศไทย นี่คือ “หน้าต่างโอกาส” ที่มีค่ามหาศาล เพราะฮอร์มุซไม่ใช่แค่ทางน้ำ แต่คือ “เส้นเลือดใหญ่ของพลังงานโลก”
*** การตัดสินใจของ “ทรัมป์” ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ หากแต่เป็นผลจากแรงกดดันทางการทูต โดยเฉพาะจากเชห์บาซ ชารีฟ และผู้นำกองทัพปากีสถาน ที่พยายาม “เบรกเกมร้อน” ไม่ให้ลุกลาม ข้อเสนอที่วางอยู่บนโต๊ะ 10 ข้อจากฝั่งอิหร่าน สะท้อนชัดว่า นี่ไม่ใช่แค่การหยุดยิง แต่คือการต่อรอง “ระเบียบโลกย่อย” ในตะวันออกกลาง ไม่ว่าจะเป็นการยกเลิกคว่ำบาตร การรับรองโครงการนิวเคลียร์ หรือแม้แต่การถอนกำลังสหรัฐออกจากภูมิภาค ทั้งหมดนี้คือ “ดีลใหญ่” ที่เดิมพันด้วยทั้งอำนาจ ความมั่นคง และ เศรษฐกิจโลก ที่สำคัญอิหร่าน ก็ “รับลูก” ทันที พร้อมประกาศว่า หากไม่มีการโจมตี จะเปิดฮอร์มุซ และหยุดปฏิบัติการทางทหาร 2 สัปดาห์เช่นกัน
*** แต่ในอีกด้านหนึ่ง “ข่าวดี” นี้ กลับซ้อนทับอยู่บน“ข่าวร้าย” สำหรับคนไทย เมื่อสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีต่างประเทศ ออกมายืนยันว่า ลูกเรือไทย 3 คนจากเรือ “มยุรีนารี” เสียชีวิตจากเหตุโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซ …นี่คือราคาที่ต้องจ่าย แม้จะสามารถช่วยลูกเรืออีก 20 คนกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย แต่ 3 ชีวิตที่สูญเสียไป คือเครื่องเตือนใจว่า “สงครามไม่มีพื้นที่ปลอดภัย”
*** ในทางเศรษฐศาสตร์ การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เท่ากับ “ปลดล็อกซัพพลายเชนโลก” น้ำมัน ก๊าซ ปุ๋ย ทุกอย่างที่ไหลผ่านเส้นทางนี้ คือหัวใจของต้นทุนการผลิต และสำหรับ “ไทย” ยิ่งชัดเจน เพราะวันนี้ยังมีเรือไทยอีก 9 ลำ “ติดค้าง” รอสัญญาณผ่าน โดยในจำนวน 5 ลำนั้น คือเรือปุ๋ย ปัจจัยการผลิตสำคัญของภาคเกษตร ถ้าผ่านไม่ได้ เท่ากับว่าต้นทุนพุ่ง แต่ถ้าผ่านได้ เท่ากับ ความเสี่ยงลดลงทันที นี่คือเหตุผลที่ไทยต้อง “เดินเกมทางการทูต” อย่างเต็มกำลัง
*** การเดินทางของ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ไป โอมาน ในวันที่ 15-16 เมษายนนี้ จึงไม่ใช่แค่ขอบคุณ แต่คือ “ภารกิจเปิดทาง” เนื่องจากโอมาน คือ “คนกลาง” สำคัญที่สามารถคุยกับอิหร่านได้ และหากเกมนี้สำเร็จ คนที่คุยได้ คือคนที่เปิดทางรอด เป้าหมายของไทยชัดเจนที่ต้องทำอย่างไรก็ได้ให้เรือ 9 ลำนี้ผ่านฮอร์มุซให้ได้ ภายใน “2 สัปดาห์ทองคำ”
*** ภาพใหญ่ของโลก สงครามครั้งนี้ ถ้า “สหรัฐ-อิหร่าน” ดีลสำเร็จ โลกอาจได้ “สันติภาพ” กลับมา อันจะส่งผลให้ราคาพลังงานอาจนิ่ง เศรษฐกิจอาจฟื้นความเชื่อมั่นกลับมา ตรงกันข้าม ถ้าล้มเหลว “ฮอร์มุซ” ปิดไปอีกนาน ความตึงเครียดก็จะยังคงอยู่ต่อไป …การหยุดยิง 2 สัปดาห์ อาจเป็นเพียง “พักเพื่อรบใหม่” หรือไม่?
*** แต่สำหรับไทย ไม่มีทางเลือกมากนัก นอกจาก “ใช้ทุกวินาทีของโอกาสนี้” ให้คุ้มค่าที่สุด ทำอย่างไรให้เรือผ่านมาได้ เพื่อให้เศรษฐกิจเดินต่อได้ และเพื่อไม่ให้มี “ข่าวร้าย” เกิดขึ้นซ้ำอีก …ก็ได้แต่ภาวนาให้ “สหรัฐ-อิหร่าน” บรรลุข้อตกลงร่วมกัน เพื่อให้เกิด “สันติภาพถาวร” ทั้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และโลก…