ร้านอาหารดัง ขอตรึงราคาอาหาร แม้ต้นทุนพุ่ง 15% ฝากรัฐบาลเร่งดูแล
นายสรเทพ โรจน์พจนารัช หรือสตีฟ CEO บริษัท สตีฟ กรุ๊ป (ไทยแลนด์) ซึ่งมีร้านอาหารไทย 5 สาขา Steve Cafe & Cuisine และแพท คาเฟ่ โบราณ เปิดเผยว่า ตั้งแต่มีสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางต้นทุนต่างๆของร้านได้ปรับเพิ่มขึ้น 15% แล้ว
ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรุง ข้าวสารราคาพืชผักต่างๆหรือแม้กระทั่งเนื้อสัตว์ อาหารทะเลและไข่ไก่
รวมไปถึงภาชนะต่างๆที่เป็นพลาสติกไม่ว่าจะเป็นกล่องใส่อาหารถุงใส่อาหารแก้วน้ำที่ใส่เครื่องดื่มกับบ้านหรือแม้แต่ราคาเครื่องดื่มบางชนิดที่ปรับราคาขึ้นเพราะผลกระทบมาจากค่าขนส่ง
แต่ที่น่ากังวลมากที่สุดคือราคาก๊าซหุงต้มและราคาค่าไฟฟ้าที่กำลังปรับสูงขึ้น หากสถานการณ์สงครามยังยืดเยื้อต่อเนื่องไปอีก 1 เดือนทางร้านอาจจำเป็นต้องพิจารณาปรับกลยุทธ์และวิธีต่างๆรวมถึงต้นทุนบางอย่างรวมไปถึงการลดค่าใช้จ่ายต่างๆแม้แต่เรื่องของแรงงาน
ดังนั้น จึงอยากฝากให้ รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี รีบพิจารณาออกมาตรการต่างๆเพื่อประคองเศรษฐกิจในสถานการณ์ขณะนี้ ภายในสิ้นเดือนเมษายน โดยเฉพาะร้านอาหารที่เป็น SMEs ที่อยู่ในระบบภาษี เช่น
- มาตรการลดหย่อนภาษี โดยให้ลูกค้าที่มาทานอาหารที่ร้านสามารถเก็บใบกำกับภาษีเพื่อนำไปลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาได้ในปีถัดไปไม่เกิน 2 หมื่นบาท
- ลดเงินประกันสังคมลงครึ่งหนึ่งทั้งนายจ้างและลูกจ้าง ถึงสิ้นปี 2569 เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายของทั้งนายจ้างและลูกจ้างก่อน
- ช่วยตรึงราคาค่าไฟฟ้าไม่ให้เกินหน่วยละ 3.8 บาทไปก่อน 6 เดือน
- ดูแลตรึงราคาก๊าซหุงต้มเพื่อไม่ให้กระทบธุรกิจร้านอาหารและครัวเรือน
- ให้คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ลงมาดูแลกลไกราคาตลาดสินค้าเกษตรต่างๆรวมทั้งเนื้อสัตว์เพราะราคาหน้าฟาร์มเกษตรกรยังได้ในราคาที่ต่ำแต่พอมาถึงมือผู้ประกอบการหรือครัวเรือนประชาชนทั่วไปราคากลับสูงขึ้นอย่างน่าใจหาย
- สุดท้ายอยากให้รัฐบาลเร่งเติมเงินเข้ามาในระบบให้กับประชาชนทั่วไปเพื่อเป็นการประคองค่าใช้จ่ายรายวันและเพิ่มกำลังซื้อในระบบ ไม่ว่าจะเป็นโครงการคนละครึ่งพลัสเฟสสอง ซึ่งในสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปราะบางขนาดนี้ ควรจะให้สิทธิประชาชนอย่างน้อยๆ 30 ล้านสิทธิและวงเงิน 3,000 บาทต่อคน เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานล่างได้ด้วย