โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ร้านอาหารดัง ขอตรึงราคาอาหาร แม้ต้นทุนพุ่ง 15% ฝากรัฐบาลเร่งดูแล

เดลินิวส์

อัพเดต 12 เมษายน 2569 เวลา 18.40 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ร้านอาหารชื่อดัง ขอตรึงราคาอาหาร แม้ต้นทุนปรับเพิ่ม 15% ช่วยประคองค่าใช้จ่ายของลูกค้า ฝากรัฐบาลอนุทิน เร่งสารพัดวิธี ดูแลค่าครองชีพประชาชน ผู้ประกอบการธุรกิจ และลูกจ้าง

นายสรเทพ โรจน์พจนารัช หรือสตีฟ CEO บริษัท สตีฟ กรุ๊ป (ไทยแลนด์) ซึ่งมีร้านอาหารไทย 5 สาขา Steve Cafe & Cuisine และแพท คาเฟ่ โบราณ เปิดเผยว่า ตั้งแต่มีสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางต้นทุนต่างๆของร้านได้ปรับเพิ่มขึ้น 15% แล้ว
ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรุง ข้าวสารราคาพืชผักต่างๆหรือแม้กระทั่งเนื้อสัตว์ อาหารทะเลและไข่ไก่

รวมไปถึงภาชนะต่างๆที่เป็นพลาสติกไม่ว่าจะเป็นกล่องใส่อาหารถุงใส่อาหารแก้วน้ำที่ใส่เครื่องดื่มกับบ้านหรือแม้แต่ราคาเครื่องดื่มบางชนิดที่ปรับราคาขึ้นเพราะผลกระทบมาจากค่าขนส่ง

แต่ที่น่ากังวลมากที่สุดคือราคาก๊าซหุงต้มและราคาค่าไฟฟ้าที่กำลังปรับสูงขึ้น หากสถานการณ์สงครามยังยืดเยื้อต่อเนื่องไปอีก 1 เดือนทางร้านอาจจำเป็นต้องพิจารณาปรับกลยุทธ์และวิธีต่างๆรวมถึงต้นทุนบางอย่างรวมไปถึงการลดค่าใช้จ่ายต่างๆแม้แต่เรื่องของแรงงาน

ดังนั้น จึงอยากฝากให้ รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี รีบพิจารณาออกมาตรการต่างๆเพื่อประคองเศรษฐกิจในสถานการณ์ขณะนี้ ภายในสิ้นเดือนเมษายน โดยเฉพาะร้านอาหารที่เป็น SMEs ที่อยู่ในระบบภาษี เช่น

  • มาตรการลดหย่อนภาษี โดยให้ลูกค้าที่มาทานอาหารที่ร้านสามารถเก็บใบกำกับภาษีเพื่อนำไปลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาได้ในปีถัดไปไม่เกิน 2 หมื่นบาท
  • ลดเงินประกันสังคมลงครึ่งหนึ่งทั้งนายจ้างและลูกจ้าง ถึงสิ้นปี 2569 เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายของทั้งนายจ้างและลูกจ้างก่อน
  • ช่วยตรึงราคาค่าไฟฟ้าไม่ให้เกินหน่วยละ 3.8 บาทไปก่อน 6 เดือน
  • ดูแลตรึงราคาก๊าซหุงต้มเพื่อไม่ให้กระทบธุรกิจร้านอาหารและครัวเรือน
  • ให้คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ลงมาดูแลกลไกราคาตลาดสินค้าเกษตรต่างๆรวมทั้งเนื้อสัตว์เพราะราคาหน้าฟาร์มเกษตรกรยังได้ในราคาที่ต่ำแต่พอมาถึงมือผู้ประกอบการหรือครัวเรือนประชาชนทั่วไปราคากลับสูงขึ้นอย่างน่าใจหาย
  • สุดท้ายอยากให้รัฐบาลเร่งเติมเงินเข้ามาในระบบให้กับประชาชนทั่วไปเพื่อเป็นการประคองค่าใช้จ่ายรายวันและเพิ่มกำลังซื้อในระบบ ไม่ว่าจะเป็นโครงการคนละครึ่งพลัสเฟสสอง ซึ่งในสถานการณ์เศรษฐกิจที่เปราะบางขนาดนี้ ควรจะให้สิทธิประชาชนอย่างน้อยๆ 30 ล้านสิทธิและวงเงิน 3,000 บาทต่อคน เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานล่างได้ด้วย
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...