เฟด คงดอกเบี้ย 3.5%-3.75% ส่งสัญญาณลดอีก 1 ครั้งในปี 69
เฟด คงดอกเบี้ย 3.5%-3.75% ท่ามกลางเงินเฟ้อสูง-ตลาดแรงงานผันผวน และความเสี่ยงสงคราม ส่งสัญญาณลดอีก 1 ครั้งในปี 69
19 มี.ค. 2569 สำนักข่าวซีเอ็นบีซี รายงานว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมวันพุธที่ผ่านมา ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาด สัญญาณตลาดแรงงานที่ยังไม่ชัดเจน และความไม่แน่นอนจากสถานการณ์สงคราม
คณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ลงมติ 11 ต่อ 1 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ย federal funds rate ไว้ที่กรอบ 3.5%-3.75% ซึ่งเป็นระดับที่ใช้กำหนดต้นทุนการกู้ยืมระยะสั้นของธนาคาร และมีอิทธิพลต่ออัตราดอกเบี้ยในระบบเศรษฐกิจโดยรวม
แถลงการณ์หลังการประชุม ระบุว่า เฟดปรับมุมมองเศรษฐกิจเพียงเล็กน้อย โดยคาดการณ์การเติบโตเร็วขึ้นเล็กน้อย และเงินเฟ้อในปี 2026 สูงขึ้น
แม้ความไม่แน่นอนจะเพิ่มขึ้น แต่กรรมการยังคงส่งสัญญาณว่ามีแนวโน้มปรับลดดอกเบี้ยในอนาคต โดย Dot Plot ชี้ว่ามีโอกาสลดดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ และอีก 1 ครั้งในปี 2027 แม้ช่วงเวลายังไม่ชัดเจน
จากกรรมการ FOMC ทั้งหมด 19 คน มี 7 คนที่มองว่าอัตราดอกเบี้ยจะไม่เปลี่ยนแปลงในปีนี้ เพิ่มขึ้นจาก 6 คนในการประเมินครั้งก่อน ขณะที่ภาพรวมระยะยาวคาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะทยอยลดลงก่อนทรงตัวที่ประมาณ 3.1%
ทั้งนี้ตลาดหุ้นปรับตัวลงหลังการประกาศผลประชุม และถ้อยแถลงของ Jerome Powell ที่เน้นย้ำความเสี่ยงของเงินเฟ้อที่อาจยืดเยื้อ
หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือสงครามกับอิหร่านที่ยืดเยื้อเกือบ 3 สัปดาห์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อช่องแคบฮอร์มุซ และสร้างความผันผวนให้กับตลาดน้ำมันโลก อาจทำให้อัตราเงินเฟ้อยังคงสูงกว่ากรอบเป้าหมาย 2% ของเฟด
เฟด ระบุว่า “ผลกระทบของสถานการณ์ตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังมีความไม่แน่นอน” ขณะที่Powell ย้ำว่า“ยังเร็วเกินไป” ที่จะประเมินผลกระทบทั้งหมด โดยความคาดหวังเงินเฟ้อระยะสั้นเริ่มปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา สอดคล้องกับราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นจากปัญหาการหยุดชะงักของอุปทาน
ทั้งนี้Stephen Miran ยังคงโหวตสวน โดยสนับสนุนการลดดอกเบี้ย 0.25% จากความกังวลต่อภาวะตลาดแรงงาน ขณะที่ Christopher Waller ซึ่งเคยสนับสนุนการลดดอกเบี้ยในการประชุมก่อนหน้า กลับมาสนับสนุนการคงดอกเบี้ยในครั้งนี้
อย่างไรก็ตามก่อนเกิดสงคราม ตลาดเคยคาดการณ์ว่าเฟดจะลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ และอาจมีครั้งที่ 3 แต่จากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นและเงินเฟ้อที่ยังแข็งแกร่ง ทำให้มุมมองถูกปรับลดเหลือเพียง “อย่างมาก 1 ครั้ง” ในปี 2026
ขณะที่เฟดปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP โดยคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเติบโต 2.4% ในปีนี้ สูงกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้า และจะขยายตัวต่อเนื่องที่ 2.3% ในปี 2027
ขณะเดียวกัน เฟดปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อ โดยดัชนี PCE ทั้งทั่วไปและพื้นฐานคาดว่าจะอยู่ที่ 2.7% อย่างไรก็ตาม เงินเฟ้อมีแนวโน้มลดลงใกล้เป้าหมาย 2% ในระยะถัดไป เมื่อผลกระทบจากมาตรการภาษีและสงครามเริ่มคลี่คลาย
ด้านตลาดแรงงาน เฟดยังคงคาดว่าอัตราการว่างงานจะอยู่ที่ 4.4% ภายในสิ้นปี แม้ข้อมูลการจ้างงานระยะหลังจะอ่อนแอ
ที่มา : www.cnbc.com