โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดใจครั้งแรก ทอยทอย ธนภัทร อดีตดาราวัยรุ่น ก่อเหตุแทงแฟนสาว ดับค่าบ้านพัก ปี 64

The Bangkok Insight

อัพเดต 12 ต.ค. 2566 เวลา 04.50 น. • เผยแพร่ 12 ต.ค. 2566 เวลา 04.45 น. • The Bangkok Insight

เปิดใจครั้งแรก ทอยทอย ธนภัทร อดีตดาราวัยรุ่น หลังก่อเหตุแทงแฟนสาว ดับค่าบ้านพัก เมื่อปี 64 ยกนิ้วสาบานพูดความจริง!

วันที่ 11 ตุลาคม - ในช่องยูทูบ KoBoyKrush ของ โกบอย ธนวัฒน์ ยูทูบเบอร์ชื่อดัง ได้อัปโหลดคลิป ทอยทอย ธนภัทร แทงแฟนสาว 20 แผลจนเสียชีวิต #เพื่อนข้างใน พร้อมระบุว่า Ep.นี้ผมได้มีโอกาสเข้าไปสัมภาษณ์ผู้ต้องขังภายในเรือนจำพิเศษมีนบุรี และได้สัมภาษณ์กับ ทอยทอย ธนภัทร กับคดีแทงแฟนสาว 20 แผลดับคาที่ เรื่องราวทั้งหมดที่มาจากปากเขาในเรื่องของเหตุการณ์ทั้งหมดอยากให้ทุกคนใช้วิจารณญาณในการรับชมและเรื่องราวจะเป็นยังไงลองรับฟังกันดูครับ

ซึ่งในคลิป โกบอย ได้มีโอกาสได้เข้าไปพูดคุยกับ ทอยทอย ธนภัทร อดีตนักแสดงหนุ่มวัยรุ่น กับคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ เมื่อปี 2564 หลังก่อเหตุใช้มีดแทงแฟนสาวเสียชีวิตที่บ้านพัก โดยมีบาดแผลสาหัสถึง 20 แผล ก่อนที่จะถูกศาลตัดสินใจคุกในข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนา เป็นเวลา 10 ปี

โดย ทอยทอย เล่าว่า ในวันเกิดเหตุได้คุยกันหลังจากที่เซ็นสัญญาเป็นนักแสดง ก็ได้เอาสัญญาให้เขาดู เขาก็ด่าว่านี่มันสัญญาทาส เราก็แกล้งไม่รู้ กลับมาถึงบ้านช่วง 3 ทุ่ม เขาก็นั่งกินเบียร์ไป ผมก็นั่งจิบเป็นเพื่อนเขา ก็นั่งพูดกันเรื่องสัญญาต่อ และได้ทะเลาะกันเรื่องการลงรูปคู่ เพราะเคยตกลงระหว่างกันแล้วว่าเราไม่สามารถเปิดตัวแฟนได้นะ ก่อนที่เขาจะให้ไปเปลี่ยนสัญญา เราก็โอเค และโทรไปหาผู้จัดการว่าข้อเปลี่ยนข้อนี้ได้ไหม ผู้จัดการก็ตกลง

แต่เขาไม่พอใจ จนผมเริ่มหงุดหงิดก็เลยประชดว่างั้นก็แต่งงานไปเลยไม่ต้องทำงานแล้ว และเขาพูดว่าจะแต่งได้ไงยังไม่ถอนหมั้นกับคนเก่า หลังคำพูดนั้นก็นิ่งเงียบ และเขาก็บ่นด่าในเรื่องเดิม เราเงียบและไม่โต้ตอบ สักพักเขาก็ตบหน้าเราบอกว่ากวน_น ไม่ยอมพูดกับเขา และก็ไล่ผมออกจากบ้าน ผมบอกโอเคยอมแพ้แล้ว ก็เดินขึ้นเก็บเสื้อผ้าชั้นสอง เขาตามขึ้นไปและถือมีดขึ้นไปด้วย

พฤติกรรมเขาคือถือมีดแกว่งไปมา ผมนั่งเก็บเสื้อผ้าอยู่บนเตียง และเขาก็พูดในเชิงด่าเรื่อย ๆ เหมือนไม่พอใจ แต่ผมไม่ตอบโต้ เขาก็วางมีดไว้บนเตียง ก่อนมายกกระเป๋าผมเทออก ตอนนั้นผมโกรธว่าทำไมมาทำแบบนี้ ไหนบอกจะไม่อะไรใส่กัน ผมก็ไม่สนใจ ก็เก็บกระเป๋าอีกครั้งหนึ่ง สักพักนึงเขาก็เทอีก และด่าเชิงดูถูกเรื่อย ๆ รอบสามหลังจากที่เขาด่า เขายกคีย์บอร์ดคอมของผมที่วางอยู่ข้าง ๆ มาจะมาฟาด ผมก็เลยผลักเขาไปหน้าประตู แต่ก่อนจะยกคีย์บอร์ดเขาพังคอมพัง ผมก็เริ่มโมโห ทำผมแล้วทำไมต้องมาทำลายทรัพย์สินผมอีก เพื่ออะไร ผมก็ผลักเขาออกไปไม่ไหวแล้ว ก็วิ่งกลับมาเก็บกระเป๋ารวบ ๆ

เขาก็วิ่งมาหยิบมีดแล้วมาหาผม ช่วงนั้นก็ชุลมุนเกิดการแย่งมีดกัน พอผมแย่งมีดได้ เขาขู่ฆ่าพ่อแม่ผม ผมสาบานว่าพูดจริง เขาบอกว่าจะทำให้พ่อแม่ผมไม่มีที่ยืน ให้ลำบากที่สุด ครอบครัวผมอ่ะ ใครจะมารับได้มาพูดแบบนั้น ผมอยู่กับเขา เขาบอกว่าทำงานธุรกิจสีเทา มันจะเป็นไปไม่ได้เลยเหรอที่จะทำแบบนั้นได้

เขายังมาทุบตีผม อยู่ในมือผมถือมีดไว้แน่น แต่ยังไม่ทำอะไร แต่ตอนนั้นฟิวส์ขาดไปแล้ว และเขาได้เอาคีย์บอร์ดอันเดิมมาฟาดผมเรื่อย ๆ ผมเอามือกัน ด้วยความที่โมโหและเจ็บมาก ๆ ผมไม่รู้ว่าผมแทงไปตอนไหน แต่ช่วงที่ผมโดนคือตอนที่ผมดันเขาไปอีกห้องหนึ่ง รู้ตัวอีกทีเขาก็นั่งพิงกับโซฟา และมีเลือดไหลออกมา ผมกลัวเลือดทำอะไรไม่ถูกก็เลยโทรหาพี่ที่รู้จัก แต่เขายังหายใจอยู่

ก่อนจะโทร.หา 191 ขอรถพยาบาลตอนเที่ยงคืนสิบเก้า รถตำรวจขี่มอเตอร์ไซต์มา หลังจากที่โทร.เสร็จ หันไปเห็นจากที่เขานั่งพิง เขาลงไปนอนกับพื้นครั้งนี้เลือดไหลเยอะกว่าเดิม ผมสาบานเลยว่ามีดไม่ได้อยู่ที่เดิม ผมวางมีดไว้ที่หน้าประตู แต่หันไปเจออีกทีคือมีดอยู่ข้างตัวเขา ก่อนที่จะไปนั่งห้ามเลือดให้เขา ก่อนที่สติจะกลับมา ตำรวจก็เข้ามา จนกระทั่ง 4 ตี ถึงรู้ว่าเขาเสียชีวิต

พอถูกจับในคดีเจตนาฆ่า ผมก็สู้ว่าผมไม่ได้เจตนา ผมก็อยากจะเล่าแบบนี้ให้ศาลฟัง แต่เชื่อไม่เชื่อไม่เป็นไร แต่ผมขอแค่ได้เล่าในสิ่งที่ผมเจอจริง ๆ ปัจจุบันผมเขาไปในเรือนจำ 2 ปี เข้าไปอยู่แรก ๆ ที่ผมเข้ามาผมพยายามฆ่าตัวตาย ผมอยากตายตามเขาไป ผมอยากไปอยู่กับเขา ใครจะมองว่าผมหนีความผิดก็ได้แต่ความรู้สึกของผมคืออยากไปอยู่กับเขา

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...