โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

วิบากกรรมกบฏประชาธิปัตย์ ติดโทษแบนเก้าอี้รัฐมนตรี 6 เดือน ขับออกจากพรรค

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 28 ส.ค. 2566 เวลา 05.16 น. • เผยแพร่ 27 ส.ค. 2566 เวลา 10.21 น.

3 เหตุการณ์“พรรคแตก” ของประชาธิปัตย์ การ“บอยคอต” การเลือกตั้ง2 กุมภาพันธ์2557 การประกาศร่วมรัฐบาลกับ พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อปี’62 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลาออกจากหัวหน้าพรรค และการเลือกหัวหน้าพรรคคนที่8 เลือดไหลออกมากที่สุด

ประวัติศาสตร์กำลังจะซ้ำรอย เมื่อ16 สส.ประชาธิปัตย์ แหกมติพรรค ลงมติ“เห็นด้วย” ให้“เศรษฐา ทวีสิน” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคเพื่อไทย เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่30

16 สส.ที่ชีวิตทางการเมืองในพรรคประชาธิปัตย์ถูกแขวนอยู่บนเส้นด้าย ประกอบด้วย สส.สงขลา4 คน นายเดชอิศม์ ขาวทอง2.นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง3.น.ส.สุภาพร กำเนิดผล4.พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่

สส.นครศรีธรรมราช5 คน นายชัยชนะ เดชเดโช นายพิทักษ์ เดชเดโช นายทรงศักดิ์ มุสิกอง ว่าที่ร้อยโทยุทธการ รัตนมาศ นางอวยพรศรี เชาวลิต

นายกาญจน์ ตั้งปอง สส.ตรัง นายยูนัยดี วาบา ปัตตานีนายชาตรี หล้าพรหม สส.สกลนคร นางสุพัชรี ธรรมเพชร สส.พัทลุง นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ สส.ประจวบคีรีขันธ์ นายวุฒิพงษ์ นามบุตร อุบลราชธานี นายสมบัติ ยะสินธุ์ สส.แม่ฮ่องสอน

ข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์ฉบับใหม่ พ.ศ. 2566 หมวด19 การลงโทษสมาชิก ข้อที่120 การกล่าวหาสมาชิกพรรคคนหนึ่งคนใดว่าได้กระทำ หรือละเว้นการกระทำที่ผิดข้อบังคับพรรค หรือมติคณะกรรมการบริหารพรรค หรือกระทำการอันควรแก่การลงโทษ ให้กรรมการบริหารพรรคคคนหนึ่งคนใด หรือสมาชิกไม่น้อยกว่า20 คน ลงลายมือชื่อทำเป็นหนังสือหัวหน้าพรรค

ข้อ121 เมื่อได้รับหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาของกรรมการบริหารพรรค หรือสมาชิกพรรคว่าสมาชิกกระทำความผิดตามข้อบังคับพรรค ข้อที่120 หัวหน้าพรรคอาจทำการสอบสวนด้วยตนเอง หรือแต่งตั้งกรรมการไม่น้อยกว่า3 คน ดำเนินการสอบสวนก็ได้ แล้วเมื่อสอบสวนแล้วเห็นว่าไม่มีมูล หัวหน้าพรรคมีอำนาจสั่งระงับข้อกล่าวหานั้นได้

ในกรณีที่มีการสอบสวน ผู้สอบสวนต้องให้โอกาสแก่สมาชิกผู้ถูกกล่าวหาแก้ข้อกล่าวหา

ข้อ122 เมื่อมีการสอบสวนแล้ว ให้ผู้ได้รับมอบหมายเสนอรายงานการสอบสวน พร้อมพยานหลักฐานต่อหัวหน้าพรรคภายใน15 วัน นับแต่วันที่สอบสวนเสร็จสิ้น และให้หัวหน้าพรรคมีคำสั่งภายใน7 วัน นับแต่วันที่ได้รับผลการสอบสวน ทั้งนี้ คำสั่งของหัวหน้าพรรคให้เป็นอันที่สุด

ข้อ123 เมื่อการพิจารณาสิ้นสุดลง หัวหน้าพรรคมีอำนาจสั่งการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

–มีคำสั่งให้คณะกรรมการสอบสวนตามข้อบังคับพรรค ข้อ121 ดำเนินการสอบสวนต่อไป หรือจะแต่งตั้งคณะกรรมการคณะใหม่เพื่อสอบสวนก็ได้

–ยกข้อกล่าวหา

–ตำหนิสมาชิกผู้ถูกกล่าวหา

–ภาคทัณฑ์สมาชิกผู้ถูกกล่าวหา และห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง6 เดือน และถ้ายังปฏิบัติในครั้งต่อไปก็ให้เสนอคณะกรรมการบริหารพรรคมีมติลงโทษอย่างหนึ่งอย่างใด

ข้อ124 การลงโทษสมาชิกผู้ถูกกล่าวหาให้พ้นจากสมาชิกภาพจะกระทำได้ต่อเมื่อปรากฏว่าสมาชิกผู้นั้นกระทำการให้พรรคเสียหายอย่างร้ายแรงหรือทำให้เกิดการแตกแยกสามัคคีภายในพรรคหรือผู้ถูกกล่าวหาได้ฝ่าฝืนข้อบังคับพรรคจรรยาบรรณของพรรคมติหรือคำสั่งของคณะกรรมการบริหารพรรคในสาระสำคัญ

มติของคณะกรรมการบริหารพรรคในกรณีดังกล่าวจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนคณะกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ การวินิจฉัยของคณะกรรมการบริหารพรรคให้เป็นอันสิ้นสุด

กรณีที่สมาชิกผู้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(สส.) ถูกกล่าวหาว่าได้กระทำความผิดตามวรรคหนึ่งเมื่อได้ดำเนินการตามข้อบังคับพรรคแล้วเห็นว่ามีความผิดจริงสมควรลงโทษให้พ้นจากสมาชิกภาพก็ให้เสนอที่ประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการบริหารพรรคและสส.ลงมติและมติดังกล่าวต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า3 ใน4 ของที่ประชุมร่วม

ตำนาน“กบฏประชาธิปัตย์” ถูกกล่าวขานในพรรคประชาธิปัตย์เหมือนแผ่นเสียงตกร่อง คือ กลุ่ม“กบฏ10 มกรา” เหตุเกิดที่โรงแรมเอเชีย เมื่อวันที่10 มกราคม2530 ในการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่4

เป็นการแข่งขันกันระหว่าง กลุ่มของนายวีระ มุสิกพงศ์ เลขาธิการพรรคในขณะนั้น ที่สนับสนุนนายเฉลิมพันธ์ ศรีวิกรม์ อดีตเลขาธิการพรรคคนที่7 เป็นแคนดิเดตหัวหน้าพรรค กับกลุ่มของนายชวน หลีกภัย และ“เสธ.หนั่น” พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ที่เสนอชื่อนายพิชัย รัตตกุล เป็นหัวหน้าพรรค สุดท้ายกลุ่มของนายวีระแพ้ให้กับกลุ่มของนายชวน–เสธ.หนั่น

ต่อมาวันที่28 เมษายน2531 กลุ่ม10 มกรา ออกฤทธิ์เดช“สวนมติพรรค” และ“มติวิปรัฐบาล” โดยการลงมติ“ไม่เห็นชอบ” ร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ลิขสิทธิ์(ฉบับที่..) พ.ศ. …. ซึ่งเป็นร่างกฎหมายที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี(ครม.)

เอฟเฟ็กต์ในการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์–โหวตสวนมติพรรคและมติวิปรัฐบาล ถึงแม้ว่า“กฎหมายรัฐบาล” จะได้รับความเห็นชอบ(183 ต่อ134 เสียง) ถัดมาเพียงวันเดียว พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประกาศยุบสภาในวันถัดมา(วันที่29 เมษายน2531) โดยมีใจความว่า

โดยที่นายกรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลฯ ว่านับแต่ได้มีการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่27 กรกฎาคม.. 2529 เป็นต้นมาปรากฏว่าพรรคการเมืองต่าง ๆ หลายพรรคไม่สามารถจะดำเนินการในระบบพรรคการเมืองได้อย่างมีเอกภาพ

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสังกัดพรรคการเมืองยังไม่ยอมรับรู้ความคิดเห็น หรือมติของสมาชิกฝ่ายเสียงข้างมากในพรรคของตนอันเป็นการขัดต่อวิถีทางการปกครองในระบอบประชาธิปไตยและก่อให้เกิดปัญหาอุปสรรคในการบริหารราชการแผ่นดิน

และการพัฒนาประเทศเป็นอย่างมากสมควรยุบสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้และจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขึ้นใหม่

สุดท้ายกลุ่ม10 มกรา ได้ยกโขยงกันลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ และตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่ชื่อว่า พรรคประชาชน–พรรคเอกภาพ ก่อนที่แตกฉานซ่านเซ็นไปอยู่พรรคการเมืองต่าง ๆ เช่น พรรคความหวังใหม่ พรรคสามัคคีธรรม

โดยกลุ่ม–แกนนำที่เป็นคีย์แมน มีบทบาททางการเมืองมาในปัจจุบัน เช่น“กลุ่มวาดะห์” ของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภาคนปัจจุบัน นายจาตุรนต์ ฉายแสง–นายสุชาติ ตันเจริญ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ เพื่อไทย

“รศ.สุขุม นวลสกุล” อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแห่ง–อดีตที่ปรึกษาพล.อ.เปรม นั่งไทม์แมสชีน ย้อนเวลากลับไปช่วงนั้นถึงความขัดแย้งภายในพรรคประชาธิปัตย์

“เขาโกรธคุณพิชัย เขาวิ่งไปหา พล.อ.เปรม มีอะไรเขาก็ให้ พล.อ.เปรมสั่งตรงกับเขา เขาจึงไม่ยอมขึ้นกับมติของพรรคประชาธิปัตย์ แต่เขาก็ยังสนับสนับ พล.อ.เปรม”

อดีตที่ปรึกษา พล.อ.เปรมย้ำว่า เหตุผลที่กลุ่ม10 มกรา แตกออกไปเป็นเพราะมีปัญหากับนายพิชัย เนื่องจากนายเฉลิมพันธ์ไม่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ทั้งที่เป็นหัวหน้ากลุ่ม

ขณะที่การเลือกตั้งหัวหน้าพรรคที่ต้องทำให้คนพ่ายแพ้ต้องเก็บข้าวของออกจากพรรคประชาธิปัตย์การกลับมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์สมัยที่สอง ของอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคคนที่7 ที่ทำให้หมอวรงค์ นพ.วรงค์เดชกิจวิกรมแคนดิเดตหัวหน้าพรรคลาออกไปตั้งพรรคไทยภักดี

การเลือกตั้งหัวหน้าพรรคคนที่8 แทนนายอภิสิทธิ์ ที่ประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรค หลังจากพ่ายแพ้การเลือกตั้ง24 มีนาคม2562 ประชาธิปัตย์กลายเป็น“พรรคต่ำร้อย” ได้ สส.มาเพียง52 ที่นั่ง

จุรินทร์ลักษณวิศิษฏ์ ครองตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนที่8 หลังจากนั้นกรณ์จาติกวณิช และพีระพันธุ์สาลีรัฐวิภาค แคนดิเดตหัวหน้าพรรคต้องโบกมือลา พรรคเก่าแก่ไป

นายกรณ์ไปก่อตั้งพรรคใหม่ ชื่อว่า“พรรคกล้า” ขณะที่นายพีระพันธุ์ ไปรับตำแหน่ง“ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี” ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ก่อนจะไปก่อร่างขึ้นโครง“พรรครวมไทยสร้างชาติ”

3 อดีตแคนดิเดตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่พ่ายแพ่ในเกมชิงอำนาจในพรรคที่ลาออกไปตั้งพรรคใหม่ ได้ดึงอดีต สส.ประชาธิปัตย์ไปร่วมตั้งพรรคใหม่เช่นนายถาวรเสนเนียมนายอรรถวิชช์สุวรรณภักดีนายเอกนัฎพร้อมพันธุ์

ประชาธิปัตย์ยุคที่นายจุรินทร์เป็นหัวหน้าพรรคจึงมี“เลือดไหลออก” มากที่สุด ไล่เรียงตั้งแต่ นายอันวาร์ สาและ อดีต สส.ปัตตานี ที่ไม่ถูกส่งลงเลือกตั้งปี’66 จนต้องลาออกไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรองหัวหน้าพรรคร่วมก่อตั้งพรรคสร้างอนาคตไทยของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ก่อนที่ย้ายไปแพ้สงครามครั้งสุดท้ายกับพรรคพลังประชารัฐ

“นราพัฒน์ แก้วทอง” แคนดิเดตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่9 บอกถึงสัจจะธรรมของระบอบประชาธิปไตยในพรรคประชาธิปัตย์มีอยู่3 ทางเลือก

หนึ่งคุณเชื่อเคารพมีวินัยเดินตามสองไม่เคารพไม่เชื่อแต่ไม่ออกฤทธิ์ออกเดชเพื่อรอเวลาอีก4 ปีข้างหน้าจะกลับเข้ามา หรือมาเสนอตัวใหม่สามไม่ไหวแล้วก็ออกไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...