โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

TikTok เตรียมห้ามแปะลิงก์ E-commerce คู่แข่งรายอื่น บีบให้ผู้ใช้งานหันมาใช้แพลตฟอร์มตัวเอง

Positioningmag

อัพเดต 27 ส.ค. 2566 เวลา 16.22 น. • เผยแพร่ 27 ส.ค. 2566 เวลา 16.22 น.

บริษัทแม่ของ TikTok อย่าง ByteDance เตรียมห้ามแปะลิงก์ E-commerce คู่แข่งรายอื่น บีบให้ผู้ใช้งานหันมาใช้แพลตฟอร์มตัวเอง หลังจากเคยใช้มาตรการดังกล่าวใน Douyin มาแล้วในประเทศจีนในปี 2020

สื่อธุรกิจในประเทศจีนอย่าง Caixin รายงานข่าวว่า TikTok เตรียมห้ามแปะลิงก์ E-commerce คู่แข่งรายอื่นในช่วงเดือนกันยายน หลังจากที่ ByteDance บริษัทแม่ได้ผลักดันแพลตฟอร์มอย่าง TikTok Shop ในหลายประเทศในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงในประเทศไทยด้วย
ลิงก์จากบริการ E-commerce รายอื่นๆ เช่น ลิงก์จาก Shopify รวมถึงผู้ให้บริการรายอื่น ซึ่งถือเป็นหน้าร้านของผู้ที่ต้องการขายสินค้าจะไม่สามารถแปะลิงก์ดังกล่าวอีกต่อไปได้ นอกจากนี้ถ้าหากมีการไลฟ์ขายสินค้า หรือลงวิดีโอสั้นแล้วแปะลิงก์ไปยังร้านค้าของตนก็จะไม่สามารถทำได้เช่นกันหลังจากวันที่ 12 กันยายนเป็นต้นไป
ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้งานที่เป็นเจ้าของร้านจะต้องเปิดร้านบน TikTok Shop เท่านั้น และทาง TikTok ได้เร่งบอกกับเจ้าของร้านให้รีบมาใช้งานแพลตฟอร์มซื้อขายดังกล่าวเช่นกัน
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok ใช้มาตรการนี้ แต่ Douyin ได้ใช้มาตรการดังกล่าวในประเทศจีนมาแล้วตั้งแต่ปี 2020 ที่ห้ามไม่ให้เจ้าของร้านแปะลิงก์ของ Taobao ของ Alibaba หรือแพลตฟอร์ม E-commerce รายอื่นในประเทศจีนมาแล้ว เพื่อที่จะบังคับให้ลูกค้าใช้แพลตฟอร์มของตัวเอง
ในช่วงที่ผ่านมาTikTok เตรียมที่จะเปิดตัวธุรกิจ E-Commerce ของบริษัทในสหรัฐอเมริกา เพื่อที่จะแข่งขันในการแย่งชิงลูกค้ากับ Shein ที่เป็นแพลตฟอร์มคู่แข่งสำคัญที่กำลังตีตลาดแดนมะกันในตอนนี้ นอกจากนี้ยังรวมถึงขยายธุรกิจของ TikTok Shop มาในอาเซียนด้วย
แรงกดดันของบริษัทมาจากผู้ใช้งานของ TikTok นอกประเทศจีนมีมากถึง 840 ล้านรายแล้ว ทำให้ ByteDance บริษัทแม่ของ TikTok ต้องการที่จะผลักดันแพลตฟอร์มขายสินค้านอกประเทศจีนมากขึ้น เนื่องจากการเติบโตของผู้ใช้งานในแต่ละวันเติบโตไล่กับผู้ใช้งานในประเทศจีนแล้ว
มาตรการดังกล่าวยังเป็นการหารายได้เพิ่มจากต่างประเทศ เนื่องจากรายได้ของ ByteDance ในประเทศจีนเริ่มเติบโตชะลอตัวลงแล้ว แต่โอกาสหารายได้ใหม่ของบริษัทจากนอกประเทศจีนยังเปิดกว้างอยู่ จึงทำให้บริษัทต้องงัดมาตรการเดียวกับในจีนมาใช้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...