ทำไมเซ็นทรัลเวิลด์ ถึงเป็นหมุดหมายแรก สำหรับแบรนด์ดังจากทั่วโลก
ทำไมเหล่าแบรนด์ดังจากทั่วโลก ทั้งแบรนด์เสื้อผ้า-แฟชั่น-อาหาร ถึงเลือกมาเปิดสาขาแรกในไทย ที่ “เซ็นทรัลเวิลด์” ก่อนเสมอ ที่นี่มีคำตอบ
วันที่ 22 กันยายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ป๊อปมาร์ท (POP MART) ร้านอาร์ตทอยส์ รายใหญ่จากประเทศจีน ได้เข้ามาเปิดแฟลกชิปสโตร์แห่งแรกในไทย ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2566 ที่ผ่านมา ก็เรียกได้ว่าสร้างปรากฎการณ์พลิกโฉมวงการ ของเล่น ของสะสมครั้งสำคัญ ซึ่งวันแรกที่เปิดให้บริการมีผู้คนไปต่อคิวกันอย่างล้นหลามตั้งแต่ช่วงเช้ามืด
ซึ่งถ้าหากย้อนดูแล้ว เซ็นทรัลเวิลด์ นั้นขึ้นชื่อว่าเป็น Global Destination ที่มีแบรนด์ดังจากทั่วโลกมาเปิดให้บริการ โดยเฉพาะการเข้ามาทำตลาดในไทยเป็นครั้งแรก หลายแบรนด์ก็มักเลือกมาปักหมุดที่ เซ็นทรัลเวิลด์ ก่อนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ดัง ๆ ที่หลายคนนึกถึง อาทิ
Uniqlo, Haidilao, Tsuta, Saemauel Sikdang, Sushiro, Kam Roast, Shake Shack, Mak’s noodle, Yakiniku Like Flagship Store, Canton Paradise, Nitori, Lululemon, On-running, HOKA, Marimekko, Kate Spade, Marc Jacobs, MLB, Pandora, H&M Home เป็นต้น
วันนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” จะพาไปดูว่าทำไมเหล่าแบรนด์ดังจากทั่วโลกถึงเลือกมาปักหมุดสาขาแรกในไทย ที่ “เซ็นทรัลเวิลด์” ไปดูกันเลย
เริ่มต้นจากที่ “เซ็นทรัลเวิลด์” มีจุดแข็งที่สะท้อนความเป็นเดสติเนชั่นระดับโลก ที่ประกอบด้วย
1) Location ดี Traffic ดี : ด้วย Strategic location ของเซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพฯ ย่านราชประสงค์ ซึ่งเป็นย่านการค้าและท่องเที่ยวที่คึกคักแห่งหนึ่งของไทย มีคนสัญจรในย่านเฉลี่ยกว่า 600,000 คนต่อวัน เป็นศูนย์กลางธุรกิจและเป็นจุดหมายปลายทางของคนทั่วโลก เทียบชั้นย่านดังอย่าง Times Square New York, Oxford street และย่าน Ginza ญี่ปุ่น เลยทีเดียว
นอกจากนี้ บริเวรหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ ยังมี ‘the panOramix’ จอ LED Digital Interactive ขนาดใหญ่ที่สุดใน Southeast Asia สามารถเป็นพื้นที่โฆษณาให้ผู้คนมองเห็น โดยถูกจองคิวจากแบรนด์ดังและแฟนคลับทั่วโลก
ซึ่งปัจจุบัน Traffic Recovery ของเซ็นทรัลเวิลด์ เติบโตเฉลี่ย 120% จากปี 2019 หรือเฉลี่ย Traffic ต่อวันอยู่ที่ 150,000 คน และสูงขึ้นไปถึง 180,000-200,000 คนต่อวัน ถ้ามี Event ใหญ่ในศูนย์การค้า โดยลูกค้าที่มาใช้บริการแบ่งเป็นคนไทย 65% และต่างชาติ 35% นักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการมากที่สุดคือ Southeast Asia ได้แก่ จีน ฮ่องกง มาเลเซีย สิงคโปร์ อินเดีย และตะวันออกกลาง
2) มีทีม B2B Marketing ที่แข็งแกร่ง สามารถดูแลผู้เช่าได้เป็นอย่างดี ให้บริการได้ครบวงจร สนับสนุนการดำเนินงานของร้านค้า มีเครื่องมือ CRM ที่ช่วยให้ร้านสามารถเข้าถึงลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใช้จ่ายได้ตรง Target และ Lifestyle
3) เป็น Top of mind ของ Partners แบรนด์ดังระดับโลก ปัจจุบันมีแบรนด์ต่าง ๆ มากกกว่า 3,000 แบรนด์ที่เปิดให้บริการในเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเซ็นทรัลเวิลด์มีแบรนด์ที่โดดเด่นทั้งแบรนด์ร้านอาหาร เป็น Food destination รวมร้านดังไว้กว่า 500 ร้าน ทั้งร้านแรกในไทย ร้านมิชลินสตาร์ และ Flagship Stores อาทิ Shake Shack, Canton Paradise, Mak’s noodle, Yakiniku Like Flagship Store, Tsuta เป็นต้น
ส่วนการจัดงานอีเวนต์ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน ขึ้นชื่อว่ามี World-Class Event แลนด์มาร์กการจัดงานอีเวนต์ในทุกเทศกาลมาอย่างต่อเนื่องหลายสิบปี ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก เช่น งาน Countdown, งานสงกรานต์, งาน Pride Celebration รวมถึงงาน Expo ต่าง ๆ
ทั้งนี้ ด้วยจุดเด่นและจุดแข็งที่เซ็นทรัลเวิลด์มีอยู่ในมือ จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เหล่าแบรนด์ดังจากทั่วโลก ต่างก็อยากตบเท้าเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย และเลือกที่จะมาปักหมุดสาขาแรกที่เซ็นทรัลเวิลด์นั่นเอง
นอกจากนี้ที่เซ็นทรัลเวิลด์ได้ประกาศว่าจะมีอีกหลากหลายแบรนด์ดังกว่า 10 แบรนด์เตรียมมาเปิดในช่วงครึ่งปีหลังนั้น ล่าสุดทางเว็บไซต์ The1 ก็ได้เผยว่า ร้านชีสเค้กอันดับ 1 ของอเมริกา อย่าง “The Cheesecake Factory” ก็มีแผนเตรียมจะมาเปิดสาขาแฟลกชิปสโตร์แห่งแรกในไทย ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ในช่วงเดือนธันวาคม 2566 นี้อีกด้วย