โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

ครูพละ ปลูกน้อยหน่าเพชรปากช่อง เป็นอาชีพเสริม ผลผลิตลูกใหญ่ ผิวสวย รสชาติดี ฟันรายได้ไร่ละแสน

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 02 ก.ย 2566 เวลา 12.42 น. • เผยแพร่ 04 ก.ย 2566 เวลา 03.00 น.

“เพชรปากช่อง” เป็นน้อยหน่าลูกผสมที่ดำเนินการปรับปรุงพันธุ์โดยสถานีวิจัยปากช่อง สถาบันอินทรีจันทรสถิตย์เพื่อการค้นคว้าและพัฒนาพืชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จุดเด่นคือ ผลขนาดใหญ่ เนื้อมาก เมล็ดน้อย ให้ผลผลิตเร็ว และติดผลดกกระจายทั่วต้น ผลผลิตสูงทำให้เกษตรกรผู้ปลูกมีรายได้เพิ่มมากขึ้น โดยผลผลิตส่วนใหญ่บริโภคทั้งภายในและส่งออกประเทศใกล้เคียง เช่น จีน มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม และฮ่องกง เป็นต้น

คุณสมใจ มณีโชติ หรือ คุณครูสมใจ อยู่บ้านเลขที่ 61 หมู่ที่ 7 ตำบลหนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ข้าราชการครู ผู้มีหัวใจรักในงานเกษตร สวมบทเป็นเกษตรกรวันว่างทุ่มเทให้กับงานทำสวนผลไม้ ปลูกน้อยหน่าเพชรปากช่องเป็นอาชีพเสริม “ปลูกง่าย ใช้เวลาดูแลไม่มาก สร้างรายได้แซงงานประจำไปแล้ว”

คุณครูสมใจ เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันตนเองเป็นคุณครูสอนวิชาสุขศึกษาและพละศึกษา อยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอมวกเหล็ก ส่วนงานทำสวนปลูกพืชผัก ผลไม้ มีจุดเริ่มต้นมาจากที่ครอบครัวประกอบอาชีพเป็นเกษตรกรทำสวนผักมาก่อน แต่หลังจากนั้นเมื่อตนเองได้กลับมาบรรจุราชการเป็นคุณครูอยู่ที่บ้านเกิด จึงได้โอกาสกลับมาดูงานเกษตรของที่บ้าน รวมถึงได้มีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกผักมาทำสวนผลไม้แทน เนื่องจากอาชีพประจำรับราชการ มีเวลาค่อนข้างจำกัด ทำให้ไม่สามารถดูแลพืชผักได้อย่างใกล้ชิด จึงได้ปรับเปลี่ยนมาปลูกพืชเศรษฐกิจไม้ยืนต้น ที่มีระยะเวลาเก็บเกี่ยวได้นาน และไม่ต้องดูแลบ่อยๆ

โดยตัดสินใจเลือกปลูกน้อยหน่าเพชรปากช่องเป็นไม้ผลสร้างรายได้หลัก และมีไม้ผลชนิดอื่นๆ สร้างรายได้เสริม เช่น ฝรั่งกิมจู แก้วมังกร และพืชยืนต้นทั่วไปตามฤดูกาล ซึ่งสาเหตุที่เลือกปลูกน้อยหน่าเพชรปากช่องเป็นหลัก เพราะ 1. ปลูกง่าย ทนแล้ง บังคับให้ออกดอกติดผลได้ตลอดปีโดยวิธีการตัดแต่งกิ่งร่วมกับการให้น้ำ 2. น้ำหนักดี ติดผลดก ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกมีรายได้เพิ่มมากขึ้น 3. ราคาดี มีตลาดรองรับ ส่วนจุดด้อยก็มีคือ “เพชรปากช่อง” ถ้าเก็บผลที่อ่อนจัด เมล็ดจะเกิดเชื้อราก่อนสุก ที่ไร่จะใช้วิธีเก็บผลที่แก่จัดช่วยลดปัญหาการเกิดเชื้อรา

“เพชรปากช่อง” ปลูกเป็นอาชีพเสริมทำเงิน

คุณครูสมใจ อธิบายว่า ปัจจุบันที่สวนมีพื้นที่ทำการเกษตรอยู่ทั้งหมด 20 ไร่ ปลูกน้อยหน่า 15 ไร่ แบ่งเป็นแปลงเดิมที่ให้ผลผลิตเต็มที่จำนวน 3 ไร่ ต้นมีอายุประมาณ 7-8 ปี ส่วนอีก 12 ไร่ ที่เหลือเป็นการขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มกำลังทยอยให้ผลผลิต แบ่งเป็น 2 รุ่น 3 ปี อีก 5 ไร่ ที่เหลือ 7 ไร่ 4 ปี ผลผลิตเริ่มออกเพิ่มขึ้น โดยจุดเด่นน้อยหน่าเพชรปากช่องของที่ไร่ มีรสชาติที่โดดเด่นกว่าปลูกในพื้นที่อื่นคือ หวานหอม เนื้อเนียนละเอียด ลูกใหญ่ ติดผลดก ขายได้ราคาดี และที่สำคัญที่ไร่จะเก็บผลผลิตที่แก่พิเศษ ยิ่งทำให้ผู้บริโภคได้กินน้อยหน่าที่อร่อยมากขึ้นด้วย

ซึ่งปัจจัยสำคัญในการผลิตน้อยหน่าให้มีคุณภาพคือ ต้นพันธุ์ที่ดี เพราะถ้าได้ต้นพันธุ์ที่ดีมาปลูกก็จะส่งผลไปถึงความสมบูรณ์แข็งแรงของต้น ต้านทานโรคได้ดี รสชาติหวานหอม รูปทรงผลและผิวสวยงาม

“ผมโชคดีที่มีเพื่อนอยู่ที่กลางดง เขาก็จะแนะนำร้านที่ขายต้นพันธุ์ดีๆ ให้ เพราะเขาจะรู้ว่าร้านไหนคัดเลือกต้นพันธุ์ดี ขายต้นพันธุ์ดี อย่างของผมเริ่มต้นปลูกน้อยหน่าอยู่ 3 ไร่ หรือประมาณ 300 ต้น ผมก็ขยายพันธุ์เอง จาก 300 ต้นที่ปลูก แต่ก็ไม่ได้แปลว่าใน 300 ต้นจะสมบูรณ์ทุกต้น อาจจะมีการกลายพันธุ์บ้างก็ไม่เป็นไร เพราะเราได้คัดเลือกต้นพันธุ์เอง ขยายพันธุ์เอง เราก็มั่นใจในสายพันธุ์ของเรา”

ซึ่งกล่าวถึงจุดเด่นไปแล้ว ถัดมาในส่วนข้อดีของการปลูกน้อยหน่าเพชรปากช่อง คุณครูสมใจอธิบายเพิ่มเติมว่า น้อยหน่าจะมีระยะการให้ผลผลิตเป็นฤดูกาล ฤดูกาลหนึ่งเก็บผลผลิตได้ 2-3 รอบ แล้วแต่ความอุดมสมบูรณ์ของต้น อย่างของที่ไร่ความอุดมสมบูรณ์ของต้นค่อนข้างพร้อม สามารถตัดแต่งกิ่งทำลูกได้ถึง 3 รอบต่อปี หรือถ้าคิดว่าในช่วงระยะเวลา 5 เดือน ที่เก็บเกี่ยวผลผลิตจะมีรายได้เป็นก้อนเข้ามาเป็นเงินฝากประจำปี ซึ่งในแต่ละปีจะได้น้อยได้มากตัวแปรคือราคา อย่างเช่นในปีนี้ฝนแล้ง ผลผลิตติดน้อยมาก แต่ก็ส่งผลให้ราคาของน้อยหน่าก็สูงมากเช่นกัน เพราะฉะนั้นหากใครสนใจอยากปลูกเป็นอาชีพเสริมทำได้สบาย เก็บขายได้ราคาดีกว่าน้อยหน่าทั่วไป ผลผลิตต่อไร่สูง สามารถปลูกได้เกือบทุกพื้นที่ เพียงแต่ว่าจัดที่ให้เหมาะสมกับการปลูก มีข้อแม้ว่าน้อยหน่าเป็นพืชที่ไม่ชอบน้ำ แต่ขาดน้ำไม่ได้เช่นกัน

**เก็บผลผลิตน้อยหน่าเพชรปากช่อง 3 ไร่

รายได้แซงงานประจำ มีเงินเก็บก้อนใหญ่**

คุณครูสมใจ บอกว่า น้อยหน่าเพชรปากช่องเป็นพืชที่ปลูกไม่ยากอย่างที่ใครหลายคนคิด เพราะมีหลายคนที่เข้าใจผิดว่าการปลูกน้อยหน่าเพชรปากช่องจะต้องยุ่งยากในการห่อผล และมีการบำรุงหลายขั้นตอน ต่างจากการปลูกน้อยหน่าสายพันธุ์ทั่วไป ที่ปลูกแล้วไม่ต้องดูแลอะไรมาก ซึ่งจริงๆ แล้วในส่วนของขั้นตอนการห่อผลและการตัดแต่งกิ่งของน้อยหน่าเพชรปากช่องไม่ได้มีความยุ่งยากหรือซับซ้อนมากไปกว่าการปลูกน้อยหน่าสายพันธุ์อื่นๆ แต่กลายเป็นข้อดีในการช่วยลดต้นทุนส่วนของการฉีดพ่นสารป้องกันโรคและแมลงศัตรูพืชได้อีกด้วย เพราะถ้าหากคิดเป็นต้นทุนค่าต่อปีเป็นเงินหลายบาท และยังได้ผลผลิตออกมาสวยงาม โดยทางสวนมีการประยุกต์ใช้ถุงพลาสติกในการห่อผลแทนการใช้ถุงผ้า ตรงนี้ช่วยลดต้นทุนไปได้มาก ซึ่งได้ผลลัพธ์ไม่แตกต่างจากการใช้ถุงผ้าสักเท่าไหร่ ผลผลิตที่ได้ออกมาเป็นที่น่าพึงพอใจมาก ผลสมบูรณ์ ลูกใหญ่ ผิวสวย น้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 7-8 ขีดต่อลูก ต่างจากน้อยหน่าบ้านทั่วไปที่มีน้ำหนัก 7-8 ลูกต่อกิโลกรัม เมื่อเทียบกับการดูแลที่ไม่ยุ่งยากถือว่าคุ้มค่า คนมีงานประจำทำได้สบาย

“ผมกล้าพูดได้ว่าคนมีงานประจำก็ปลูกน้อยหน่าได้ เพราะผมก็มีงานประจำคือการสอนหนังสือ ผมก็ใช้เวลาช่วงเช้า ตื่นเช้ามาถือกาแฟแก้วหนึ่งเดินดูสวน ว่าเป็นไงไปถึงไหน พัฒนาการของแต่ละต้นแข็งแรงสมบูรณ์ดีไหม เสร็จแล้วไปสอนหนังสือ พอตกเย็นมา หลังสอนหนังสือเสร็จ กลับบ้านยังมีเวลาก็มาเดินดูสวนอีกครั้ง ไม่จำเป็นต้องดูทุกวันก็ได้ ส่วนช่วงเสาร์-อาทิตย์ ในครอบครัวก็จะช่วยกันและผมก็ฝึกให้ลูกสาวเรียนรู้งานสวนไปกับผมด้วย”

เทคนิคการปลูก น้อยหน่าเป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีที่สุดในดินร่วน หรือในพื้นที่ดินลูกรังที่ระบายน้ำได้ดีก็สามารถปลูกได้ และยิ่งถ้าสวนไหนมีแหล่งน้ำที่เพียงพอ มีระบบน้ำที่ดีก็หมดกังวลไปได้เลยว่าจะปลูกไม่ได้ แต่ถ้าในกรณีที่สวนไม่มีระบบน้ำต้องอาศัยน้ำฝนจากธรรมชาติ จำเป็นต้องดูฤดูกาลปลูกสักหน่อย

“ยกตัวอย่าง ที่ไร่เริ่มต้นปลูกน้อยหน่าบนพื้นที่ 3 ไร่ แบบไม่มีระบบน้ำอาศัยเพียงน้ำฝนในการดูแล ผลผลิตมีให้ได้เก็บขายอยู่ตลอด แต่อาจไม่สมบูรณ์เท่ากับปลูกแบบที่มีระบบน้ำคอยดูแล ปัจจุบันต้นมีอายุเกือบ 10 ปี อยู่ในช่วงของการปลูกต้นใหม่แซมระหว่างต้น เพื่อทดแทนต้นเก่าที่กำลังทยอยหมดอายุการให้ผลผลิตที่ดีแล้ว”

การเตรียมดิน น้อยหน่าเป็นพืชที่รากหากินไม่ลึกมากคล้ายกับทุเรียน การเตรียมดินด้วยการไถดะให้ลึกเพื่อการอุ้มน้ำที่ดี พร้อมกับการสังเกตว่าดินมีธาตุอาหารเพียงพอหรือไม่ หากวิเคราะห์ดูแล้วว่าดินมีธาตุอาหารไม่เพียงพอ ให้เติมปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอกลงไป โดยของที่ไร่จะเน้นใช้ปุ๋ยคอกขี้วัวเก่าเป็นหลัก เนื่องจากเป็นวัสดุที่หาง่ายในพื้นที่ หรือถ้าในกรณีที่พื้นที่ไหนหาปุ๋ยคอกยาก และมีในปริมาณจำกัด ให้ใช้วิธีใส่รองก้นหลุมก่อนปลูกต้นละประมาณ 1 กิโลกรัม แล้วขุดหลุมปลูกในระยะห่างระหว่างต้น ตามมาตรฐาน 4×4 เมตร เป็นระยะที่รถแทรกเตอร์สามารถเข้าไปไถพรวนร่องทางได้สะดวก แต่ในส่วนของแปลงที่ขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มมีการวางระบบน้ำที่ดีแล้ว ทางไร่จะปลูกในระยะห่างระหว่างต้น 3 เมตร ระยะห่างระหว่างแถว 4 เมตร จะได้จำนวนต้นและปริมาณที่มากกว่าเดิม

“การปลูกขุดหลุมปลูกเหมือนพืชทั่วไป แต่เราจะกลบดินไม่สนิท เพราะแปลงเดิมที่ผมปลูกต้องอาศัยน้ำฝน ผมจะขุดหลุมให้ลึกหน่อย แล้วตอนปลูกผมจะทำให้เป็นแอ่งนิดหนึ่ง เพื่อเอาไว้ช่วงหน้าแล้ง 3-4 วันฝนตกที จะมีน้ำขังอยู่ปากหลุม แต่ย้ำว่าไม่ต้องทำแอ่งให้ลึกมาก เพราะอย่างที่บอกว่าน้อยหน่าไม่ชอบน้ำ ถ้าน้ำขังต้นจะไม่โต แต่ดินที่บ้านค่อนข้างจะซึมน้ำได้เร็ว คือตรงนี้จากประสบการณ์ที่เราปลูกมา แต่ถ้าใครมีระบบน้ำ แนะนำให้ปลูกพื้นเสมอเลย แล้วรดน้ำตามปกติ”

ระบบน้ำ เดิมทีอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก ปัจจุบันมีการพัฒนารดน้ำด้วยระบบน้ำมินิสปริงเกลอร์ อาทิตย์ละครั้งก็เพียงพอแล้ว เพราะอย่างที่กล่าวไปเบื้องต้นว่าแปลงที่ปลูกครั้งแรกก็ไม่มีระบบน้ำแต่ยังสามารถปลูกและเจริญเติบโตได้ หากช่วงใดที่มีฝนตกมาก ก็งดให้น้ำไปเลย เพราะฉะนั้นหากเข้าใจธรรมชาติของน้อยหน่าสักหน่อยว่า เป็นไม้ผลที่ชอบน้ำ แต่ไม่ควรให้น้ำมากจนดินแฉะเกินไป

การบำรุงใส่ปุ๋ย จริงๆ แล้วน้อยหน่าติดผลออกดอกตั้งแต่ 2 ปีแรกที่ปลูก แต่ต้องเก็บออก ไม่แนะนำให้เอาไว้ แล้วค่อยมาเริ่มเก็บผลตอนปีที่ 3 ในกรณีปลูกโดยไม่มีระบบน้ำ การบำรุงใส่ปุ๋ยในปีแรกด้วยสูตร 46-0-0 เพื่อให้ต้นเจริญเติบโตได้ไว เนื่องจากที่ไร่อาศัยน้ำฝนในการดูแลก็จะมีโอกาสใส่ปุ๋ยแค่ประมาณ 3 เดือน คือตั้งแต่เดือนสิงหาคม-ตุลาคม ถ้ารอใส่แต่ปุ๋ยคอกอย่างเดียวต้นอาจจะโตได้ไม่เต็มที่ จึงต้องใส่ปุ๋ยยูเรียบำรุงเพิ่มเติม ต้นละประมาณครึ่งกำมือ พอหมดหน้าฝนเริ่มตัดติ่งกิ่งทางไร่จะกลับมาเน้นใส่ปุ๋ยคอกเป็นหลัก

พอเข้าสู่ปีที่ 2 ต้นเริ่มติดใบติดดอกมากขึ้น จะบำรุงด้วยปุ๋ยสูตร 25-7-7 ในปริมาณที่น้อยมากเพื่อลดต้นทุนการผลิต และได้ผลผลิตเป็นที่พอใจ

ปีที่ 3 เริ่มเก็บผลผลิต ใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ 15-15-15 ต้นหนึ่งเก็บได้ประมาณ 15-20 ลูก เน้นการฉีดบำรุงทางใบด้วยฮอร์โมนไข่ สาหร่ายทะเล ผสมกับน้ำส้มควันไม้และเหล้าขาว ไว้ฉีดพ่นไล่แมลงได้ผลดีมาก

“น้อยหน่าจะออกผลผลิตเป็นฤดูกาล จะมีการตัดแต่งกิ่งประจำปี คือประมาณตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงมกราคม ให้ตัดแต่งกิ่งจากกิ่งง่ามออกประมาณ 20 เซนติเมตร ส่วนกิ่งฝอยและกิ่งกระโดงตัดออกให้หมด รวมทั้งใบด้วย ให้เหลือแต่ต้นตอ ที่นี่อัตราการติดดอกติดผล ขึ้นอยู่กับการเตรียมต้น ว่าปลายปีเราให้ปุ๋ย ให้ยา ให้อาหารเพียงพอไหม ถ้าไม่เพียงพอเขาจะสลัดลูกทิ้งหมดเลย”

การห่อผล ห่อผลในระยะที่ต้นน้อยหน่าเริ่มติดผลแล้ว 3 เดือน ซึ่งมีผลขนาดเล็กกว่ากำปั้นนิดหนึ่ง เพื่อป้องกันการเจาะของหนอนและแมลงวันทอง นอกจากนี้ ผลดีของการห่อผลก็คือ ทำให้ผลน้อยหน่ามีสีสวย ซึ่งจะเป็นสีออกเหลืองอมชมพู หลังจากนั้นเมื่อผลน้อยหน่ามีอายุ 150 วัน ก็ถือว่าผลแก่พอที่จะเก็บเกี่ยวได้เลย

การเก็บเกี่ยวผลผลิต เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-พฤศจิกายน ซึ่งผลผลิตจะไม่ได้ออกผลผลิตทุกวัน แต่จะมีให้เก็บเป็นรุ่น โดยผลผลิต ชุดแรก ของที่ไร่เริ่มเก็บในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ชุดที่สอง เริ่มเก็บเดือนสิงหาคม-กันยายน และ ชุดที่สาม ทำการตัดแต่งกิ่งใหม่อาจจะประมาณเดือนตุลาคม เริ่มเก็บผลผลิตชุดที่สาม

ปริมาณผลผลิต ต้นที่ปลูกเพิ่มเติมในแปลงที่มีระบบน้ำ ปัจจุบันอายุต้นประมาณ 5 ปี นับผลผลิตได้ประมาณ 25-30 ลูกต่อต้น ถือว่ายังติดผลในปริมาณน้อยเมื่อเทียบกับปริมาณของผลผลิตในปีที่ผ่านมาที่มีการติดผลประมาณ 40-50 ลูกต่อต้น น้ำหนักผลประมาณ 2 ลูกต่อกิโลกรัม แต่ในปีนี้ติดผลน้อย ทำให้น้ำหนักของผลผลิตมากขึ้นอยู่ที่ประมาณ 8 ขีด ถึง 1 กิโลกรัมต่อลูก เพราะการติดผลน้อยส่งผลทำให้ผลผลิตลูกใหญ่มีน้ำหนักมากขึ้น

ซึ่งตลาดทั่วไปจะชอบน้ำหนักผลที่ 3-4 ลูกต่อกิโลกรัม เพราะให้เหตุผลว่าถ้าลูกใหญ่เกิน กินคนเดียวไม่หมด แต่ในมุมมองของเจ้าของสวนจะชอบผลผลิตลูกใหญ่เพราะขายได้ราคาดีกว่าและส่งออกได้ง่าย โดยในปีนี้ผลผลิตราคาดีมาก ราคาหน้าสวนอยู่ที่กิโลกรัมละ 120 บาท เป็นราคาขายออนไลน์ คิดค่าจัดส่งตามระยะทาง และในส่วนของแม่ค้าประจำที่มาซื้อ มาเก็บเองถึงที่สวนจะขายอีกราคาหนึ่ง

หากใครสนใจอยากปลูก คุณครูสมใจ บอกว่า น้อยหน่ายังเป็นพืชที่อนาคตสดใส ปลูกง่ายสร้างรายได้ดี มีงานประจำทำได้สบาย สามารถสร้างรายได้ให้เราได้พอสมควร

“ผมว่าการปลูกน้อยหน่าจะกลายเป็นรายได้หลักของผมไปแล้ว เพราะตอนนี้รายได้ที่ผมได้จากการขายน้อยหน่าน่าจะมากกว่างานประจำไปแล้ว มีตลาดรองรับ ใครสนใจอยากปลูกผมแนะนำเลยเพราะว่าตลาดไม่ตันแน่นอน แต่ราคามาลุ้นกันว่าแต่ละปีจะเป็นยังไง อย่างตอนนี้ผมมีพื้นที่ปลูกน้อยหน่าทั้งหมด 15 ไร่ แต่เรายังเก็บผลผลิตได้ไม่เต็มที่ เอาที่เราเก็บได้หลักๆ ปีหนึ่งก็ได้ประมาณ 400,000 บาท ตกรายได้ไร่ละแสนกว่าบาท” คุณครูสมใจ กล่าวทิ้งท้าย

สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทร. 081-266-4084 หรือติดต่อได้ที่เพจเฟซบุ๊ก : น้อยหน่าเพชรปากช่องไร่ครูสมใจ สวนเกษตรอินทรีย์ผสมผสาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...