โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

นิยาย Dek-D

อัพเดต 13 พ.ค. 2567 เวลา 13.45 น. • เผยแพร่ 13 พ.ค. 2567 เวลา 13.45 น. • Kawebook
นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ชะตาชีวิตของนักศึกษายาจกที่แสนจะธรรมดาอย่างเย่จื่อเฉินก็พลิกกลับตาลปัตรชนิดฟ้าถล่มแผ่นดินสะเทือน!

ข้อมูลเบื้องต้น

นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ชะตาชีวิตของนักศึกษายาจกที่แสนจะธรรมดาอย่างเย่จื่อเฉินก็พลิกกลับตาลปัตรชนิดฟ้าถล่มแผ่นดินสะเทือน!

วันหนึ่ง เย่จื่อเฉินถูกดึงเข้ากลุ่มวีแชทที่มีชื่อว่ากลุ่มเทพเซียน

กลุ่มเทพเซียนกลุ่มนี้ชอบหาเรื่องทะเลาะกันทุกวัน

แต่เดี๋ยวนะ วีแชทกลุ่มเทพเซียนกลุ่มนี้ยังชอบส่งอั่งเปาให้กันด้วยเหรอ?

ไฉ่ซิงเอี๊ยส่งอั่งเปามาแล้ว ฉันแย่งได้!

แม่เจ้าโว้ย! ได้ทองแท่งมาเป็นกองเลย

ไท่ไป๋จินซิงส่งอั่งเปามา ฉันก็แย่งอีก โอ้โห! แย่งวิชาที่ฝึกเป็นพันปีมาได้ด้วย กลุ่มวีแชทอั่งเปาสุดพิเศษ

แค่มือขยับ ก็ได้รับอั่งเปาแล้ว ห้ามกวน ฉันจะแย่งอั่งเปา!

และนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา

ชะตาชีวิตของนักศึกษายาจกที่แสนจะธรรมดาอย่างเย่จื่อเฉินก็พลิกกลับตาลปัตรชนิดฟ้าถล่มแผ่นดินสะเทือน!

วีแชทกลุ่มเทพเซียน

บทที่ 1 วีแชทกลุ่มเทพเซียน

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีปิงเฉิง

ภายในมหาวิทยาลัยวิทยาเขตที่สองมีสวนหม่อนอยู่แห่งหนึ่ง เดิมทีมหาวิทยาลัยปลูกหม่อนเหล่านี้ไว้เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมสีเขียว แต่เมื่อได้รับอิทธิพลจากนักเรียนรุ่นก่อนๆ ที่นี่จึงค่อยๆ กลายเป็นสถานที่ที่นักศึกษานัดพบกัน

ถึงจะอยู่ไกลแค่ไหน ก็ยังคงได้กลิ่นของความรักอบอวลฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ

"เยว่เยว่ ฉันซื้อน้ำมะนาวที่เธอชอบมาให้ด้วย"

เย่จื่อเฉินถือน้ำมะนาวที่เพิ่งซื่อมาจากร้านขายน้ำในมหาวิทยาลัยไว้ในมือ เขามีแฟนเหมือนกับนักศึกษาคนอื่นๆ ในมหาวิทยาลัย

ที่เขามาที่นี่ก็เพราะว่าแฟนของเขาโทรศัพท์ไปหาเขา เขาถึงได้วิ่งหน้าตั้งลงมาจากหอพักท่ามกลางเสียงโห่แซวของรูมเมท และซื้อเครื่องดื่มติดมาด้วย…

แต่ว่า…

ตุบ

น้ำมะนาวในมือร่วงหล่นลงพื้น เย่จื่อเฉินมองหญิงสาวใบหน้าสวยหวานน่ารักด้วยความตกตะลึง เธอคือแฟนสาวของเขาที่รูมเมทต่างพากันอิจฉา แต่ในตอนนี้ เธอกลับควงแขนผู้ชายคนหนึ่งไว้

"เหยาเยว่ นี่มัน…"

เย่จื่อเฉินแทบไม่อยากเชื่อสิ่งที่เขาเห็น รอยยิ้มดูแคลนปรากฎขึ้นบนใบหน้าของหญิงสาวที่ขยับปากเหยียดยิ้ม

"เย่จื่อเฉิน เลิกกันเถอะ เราไม่เหมาะสมกัน"

สิ้นเสียงนั้น รอยยิ้มหวานละมุนที่ตรงกันข้ามกับรอยยิ้มดูแคลนก่อนหน้านี้ก็ได้ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของเธอ เธอเกาะไหล่ของกัวเฉียงไว้แน่น และพูดกลั้วหัวเราะ

"นี่กัวเฉียง แฟนฉันเอง"

กัวเฉียง ประธานชมรมเทควันโดของมหาวิทยาลัย ฐานะทางบ้านร่ำรวยมาก ได้ยินมาว่าพ่อของเขาเปิดโรงงานอุตสาหกรรมปิโตรเคมีด้วย เขาขับรถบีเอ็มดับเบิลยูไปกลับมหาวิทยาลัยตลอด

"เหยาเยว่ นี่เหรอแฟนเธอ? ก็ไม่เท่าไรนะ"

กัวเฉียงมองเย่จื่อเฉินด้วยสายตาดูแคลน เสื้อผ้าหน้าผมทั่วทั้งตัวที่รวมกันแล้วไม่ถึงหนึ่งพันหยวน ทำให้เขาไม่ได้รู้สึกว่าต้องตั้งแง่ระแวงอะไร

เหยาเยว่เกาะแขนกัวเฉียงเอาไว้แน่น และพยักหน้าเห็นด้วย

"ใช่ค่ะ ที่จริงแล้วฉันก็แค่คบกับเขาเล่นๆ คนที่ฉันรักจริงๆ คือพี่เฉียงต่างหาก"

เห็นได้ชัดว่ากัวเฉียงชอบใจกับทุกอย่างตรงหน้ามาก เขาหยิบเงินจำนวนหนึ่งออกมาจากกระเป๋า แล้วโยนมันใส่ตัวเย่จื่อเฉิน

"ไปซื้อเสื้อผ้าดีๆ มาสักสองสามตัวนะ จะจีบหญิงนายก็ต้องลงทุน"

กัวเฉียงเดินโอบเอวเหยาเยว่ไปทางโรงแรมที่อยู่นอกมหาวิทยาลัยด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน

ตั้งแต่ที่เย่จื่อเฉินไปเจอเหยาเยว่มา เขาก็เอาแต่นอนคลุมโปงอยู่ในผ้าห่ม

คนในห้องต่างรับรู้ถึงสภาพจิตใจของเขาดี นึกอยากจะปลอบแต่ก็ไม่รู้ว่าควรจะเปิดปากพูดอย่างไร

"เจ้าห้า ลุกได้แล้ว ออกไปกินข้าว"

คังเผิงกระชากผ้าห่มของเย่จื่อเฉินออก แต่เย่จื่อเฉินกลับไม่มีการตอบสนองอะไรเลย

"ช่างเถอะ เจ้าห้ามันอารมณ์ไม่ดี พวกเราออกไปหาอะไรกิน เดี๋ยวค่อยซื้อกลับมาให้มัน"

ทุกคนในห้องพากันเดินออกไปพร้อมกับถอนหายใจ ทั้งห้องจึงว่างเปล่า

ติ๊ง!

ติ๊ง!

ติ๊ง!

ทันใดนั้น โทรศัพท์ของเย่จื่อเฉินก็ดังขึ้นติดต่อกัน เขาที่นอนอยู่เปิดผ้าห่มออก แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

เขาคิดว่าเหยาเยว่จะส่งข้อความมาหาเขา แต่หลังจากที่กดเปิดวีแชทถึงได้เห็นว่ามีคนดึงเขาเข้ากลุ่มแชท

"ประสาทหรือไง"

ก่นด่าไปหนึ่งคำ เย่จื่อเฉินกำลังจะกดออกจากกลุ่ม แต่ชื่อของคนในกลุ่มกลับดึงดูดความสนใจของเขาเอาไว้เสียก่อน

ไท่ไป๋จินซิง [1] ไฉ่ซิงเอี๊ย [2] จ้าวฮุ่นกง[3] ยี่หนึงจินกุน[4] เป่ยโตวซิงจวิน[5] ไท่ซางเหล่าจวิน[6]…

กลุ่มประหลาดนี่มันคืออะไร

ในหัวของเย่จื่อเฉินเวลานี้มีเพียงความคิดนี้เท่านั้น

ว่าแต่ ทำไมในกลุ่มนี้ถึงไม่มีคนคุยกันเลย

ติ๊ง!

ทันใดนั้น อั่งเป่าซองใหญ่ซองหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมาในกลุ่ม คนที่ส่งอั่งเปามาคือไท่ไป๋จินซิง

เย่จื่อเฉินกดนิ้วลงไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น

แต่เขาก็ช้าไป อั่งเปาถูกแย่งไปแล้ว!

บัดซบ ไม่ใช่ว่าในกลุ่มตายกันไปหมดแล้วหรือไง?

พอกดเข้าไปดูที่ปุ่ม 'รายชื่อคนรับโชค' เย่จื่อเฉินก็ถึงกับอยู่นิ่งไม่ได้

อั่งเปาหกสิบหกซอง หายไปหมดภายในพริบตาเดียว

แต่สิ่งที่แย่งกันอยู่บนหน้าจอกลับทำให้เย่จื่อเฉินถึงกับงง วิทยายุทธ์…

อะไรกันเนี่ย?

เมื่อดูบนหน้าจอก็พบว่าคนที่ดวงดีที่สุดคือเทพสายฟ้า แย่งไปได้ถึงหนึ่งพันวิทยายุทธ์

หรือว่าจะเป็นเงิน ถ้าอย่างนั้น ได้หนึ่งพันหยวนเท่ากับได้อั่งเปาซองใหญ่เลยน่ะสิ ไม่คิดเลยว่าจะมีกลุ่มมหาเศรษฐีแบบนี้อยู่ด้วย

จากนั้นเย่จื่อเฉินจึงตั้งใจจดจ้องกลุ่มแชทนี้

และในทันใดนั้น คนในกลุ่มก็พากันปรากฏตัวออกมา!

เป่ยโตวซิงจวิน : เทพสายฟ้า วันๆ เอาแต่หลบอยู่ในกลุ่มไม่เห็นหน้าเห็นตา แถมยังไม่เห็นว่าเจ้าจะส่งอั่งเปาเลยสักครั้ง แต่ทุกครั้งนี่แย่งไปได้เร็วกว่าใครเลยนะ

เทพสายฟ้า : ขอโทษที โชคดีเกินไปหน่อย (ท้ายประโยคมีสติกเกอร์เขินอายสามอัน)

ยี่หนึงจินกุน : แม่เจ้า ข้าพาหมาไปเดินเล่นแป๊บเดียว พวกเจ้าก็แย่งอั่งเปาไปหมดแล้ว ท่านผู้เฒ่าไท่ไป๋จินซิงเป็นคนใจกว้าง แต่ข้าไม่สนใจเรื่องนั้นหรอกนะ ใครจะส่งเงินมาบ้าง หมาน้อยของข้าหิวมาหลายวันแล้ว

จ้าวฮุ่นกง : ถ้าอย่างนั้นเจ้าต้องไปหาไฉ่ซิงเอี๊ยแล้วล่ะ เขารวยมาก

เป่ยโตวซิงจวิน : นั่งรอคนรวยมาโปรยเงิน

ยี่หนึงจินกุน : @ไฉ่ซิงเอี๊ย อย่ามาแกล้งตาย ข้ารู้ว่าเจ้าอยู่ในกลุ่ม

ไฉ่ซิงเอี๊ย : ข้าจะให้พวกเจ้าอดตายไปเลย (ท้ายประโยคเป็นสติกเกอร์ดูถูก)

ยี่หนึงจินกุน: แล้วเจ้าจะส่งหรือไม่ส่ง ถ้าไม่ส่งมาข้าจะเอาหมาไปไว้บ้านเจ้าแล้วนะ!

ไฉ่ซิงเอี๊ย : ส่งๆๆ!

ติ๊ง!

อั่งเปาซองใหญ่ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจออีกครั้ง เย่จื่อเฉินมือไวกว่าความคิด ทันทีที่อั่งเปาปรากฏขึ้นมา เขาก็กดทันที

ติ๊ง!

โทรศัพท์สั่นขึ้นจนไหล่ของเย่จื่อเฉินสั่นตามไปด้วย

สิบง้วนป้อ[7]

อะไรอีกล่ะเนี่ย

ในขณะที่เย่จื่อเฉินกำลังรู้สึกแปลกใจอยู่ว่าสิบง้วนป้อมันคืออะไร วีแชทกลุ่มก็เด้งขึ้นมาอีกครั้ง

ทุกคนในกลุ่มต่างพากันยกยอว่าไฉ่ซิงเอี๊ยนั้นใจกว้าง มีเพียงยี่หนึงจินกุนคนเดียวที่เป็นคนพูดตรงอย่างที่ใจคิด

ยี่หนึงจินกุน : แม่เจ้า เจ้าส่งมาเยอะๆ หน่อยไม่ได้หรือไง?

ไฉ่ซิงเอี๊ย : ท่านยี่หนึงจินกุนโชคไม่ดีเอง จะโทษใครได้ล่ะ?

ราชาวานร : ฮ่าฮ่า ลูกชายของข้า ปู่ส่งให้เจ้าเอาไหม?

ยี่หนึงจินกุน : ลิงอันธพาล กวนบาทาข้าเหรอ!

ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เย่จื่อเฉินจึงกดเปิดตรงคำว่ารายชื่อคนรับโชคอีกครั้ง ถึงได้เห็นว่าเจ้ายี่หนึงจินกุนคนนี้เพิ่งแย่งอั่งเปาไปได้แค่หนึ่งง้วนป้อเท่านั้น

แล้วคนในกลุ่มที่มีชื่อว่ากลุ่มเซียนก็เริ่มทะเลาะกัน จากการเปิดประเด็นของยี่หนึงจินกุน เย่จื่อเฉินไม่ได้สนใจพวกเขา เขาแค่อยากรู้ว่าง้วนป้อนี้มันคืออะไรกันแน่?

เมื่อเปิดแอปพลิเคชันกระเป๋าสตางค์ออก เย่จื่อเฉินก็พบว่าในกระเป๋าสตางค์ของเขามีฟังก์ชันหีบสมบัติอยู่

เมื่อกดเปิดหีบสมบัติ ทองคำแท่งสีทองเจิดจ้าก็วางเต็มอยู่ในหีบ

ถอนเงิน

ติ๊ง!

ต้องการถอนง้วนป้อของไฉ่ซิงเอี๊ยหรือไม่ อัตราแลกเปลี่ยนหนึ่งง้วนป้อเท่ากับหนึ่งหมื่นหยวน

นะ นะ หนึ่ง…หมื่นหยวน!

เย่จื่อเฉินอึ้งกิมกี่ ถ้าเป็นของจริง ถ้าอย่างนั้นเมื่อครู่นี้เขาก็แย่งมาได้ตั้งหนึ่งแสนหยวนเลยน่ะสิ!

บ้าน่า หลอกกันหรือเปล่า?

กดถอนเงินออกมาด้วยมือที่สั่นระริก จากนั้นไม่นาน โทรศัพท์ก็มีการแจ้งเตือนความคืบหน้าการถอนเงินบนแอปพลิเคชันวีแชท

ของจริงเหรอเนี่ย!

ยังไม่ทันที่เย่จื่อเฉินจะรู้สึกตัว ก็ได้มีการแจ้งเตือนความคืบหน้าของการถอนเงินขึ้นมาอีกครั้ง

เงินเข้าสู่บัญชี ยอดเงินสด 100,000 หยวน

ถอนเงินจากธนาคาร : ธนาคาร ICBC (9467)

โอ้โห!

เย่จื่อเฉินกดเบอร์โทรศัพท์ของทางธนาคารโดยไม่แม้แต่จะคิด เพื่อตรวจสอบยอดเงินตามที่ระบบที่แจ้งเตือน

ยอดเงินคงเหลือในบัญชีปัจจุบัน 100,003.59 RMB

ตุบ

โทรศัพท์หลุดออกจากมือ…

เงินจริง!

เย่จื่อเฉินตัวสั่นเทิ้มไปทั้งตัว และทันใดนั้น ภาพที่กัวเฉียงโยนเงินจำนวนหนึ่งให้เขาก็ได้ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของเขา

จากนั้น เขาก็ใส่รองเท้าอย่างรวดเร็ว หยิบเอาบัตรเอทีเอ็มแล้วก็วิ่งออกไปข้างนอกหอพักเหมือนกับคนบ้า

ความอัปยศที่ได้รับมาในตอนนั้น เขาจะคืนกลับไปเป็นสองเท่า!


[1] ไท่ไป๋จินซิง หรือ ไท่ไปซิงจวิน เป็นเทพประจำดาวศุกร์ตามความเชื่อของศาสนาเต๋า

[2] ไฉ่ซิงเอี๊ย เป็นเทพเจ้าของจีนที่ให้คุณทางด้านเงินทอง และโชคลาภ ( เทพเจ้าแห่งโชคลาภ )

[3] จ้าวฮุ่นกง หรือ จ้าวอ๋อง เป็นเทพเจ้าแห่งเตาไฟในครัวของชาวจีน

[4] ยี่หนึงจินกุน เป็นเทพตามความเชื่อของคนจีน เป็นแม่ทัพนักรบสวรรค์ผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ รูปลักษณ์เป็นแม่ทัพหนุ่มท่าทางสง่างาม ลักษณะเด่นคือ มีตาที่สามกลางหน้าผาก ถืออาวุธเป็นทวนมีดสามปลาย และมีสุนัขสวรรค์อยู่ข้างกาย

[5] เป่ยโตวซิงจวิน เทพเจ้าประจำดาวเหนือ สถิตในสวรรค์ชั้น "อรูปาวจรพรหมโลก" ได้รับฉายาว่า เทพเจ้าแห่งความตาย

[6] ไท่ซางเหล่าจวิน คือ เล่าจื่อแห่งลัทธิเต๋า เป็นหนึ่งในเทพเจ้าสูงสุดที่เรียกว่า "ซานซิง" เป็นผู้เขียนตำราแห่งวิถีเต๋า หรือเรียกอีกชื่อว่า โป๊ยเซียน

[7] ง้วนป้อ (หรือเรียกอีกอย่างว่า หยวนเป่า) หมายถึง เงินจีนในสมัยโบราณประเภทหนึ่ง หรือคนไทยเรียกว่า “เงินตำลึงจีน” หยวนเป่ามีลักษณะเป็นแท่งเงินปลายโค้งสูงทั้งสองข้าง มีรูปร่างคล้ายเรือ ด้านข้างของเงินหยวนเป่าจะนิยมแกะสลักลวดลายมงคลแบบต่าง ๆ และมักจะมีอักษรมงคลสลักไว้ด้านข้าง

[8] ราชาวานร คือ ซุนหงอคง ตัวละครในเทพนิยายไซอิ๋ว

---------------
เพื่อไม่ให้พลาดทุกการอัปเดต
กด'ติดตาม'ตรงนี้ไว้ได้เลย~

.

.

.
ขอให้ทุกท่านสนุกกับการอ่านนิยายนะคะ

ฟาดหัวคนด้วยเงินมันสะใจมาก

"เหยาเยว่ ฉันอยากเจอหน้าเธอเป็นครั้งสุดท้าย…"

เย่จื่อเฉินถือกระเป๋ายืนอยู่นอกหอพักหญิง

"เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วนะ นายอย่า…อุ๊ย! พี่เฉียง อย่าซนสิคะ…"

เสียงหอบหายใจในสปีกเกอร์โฟนทำให้ใบหน้าของเย่จื่อเฉินถมึงทึงจนน่ากลัว เขาเหยียดยิ้มมุมปากขึ้นมาอีกครั้ง

"ครั้งสุดท้าย ฉันอยากให้ของขวัญกับเธอ…"

"ของขวัญ! งั้นนายรอเดี๋ยว"

ครึ่งชั่วโมงเต็ม เย่จื่อเฉินถึงได้เห็นเหยาเยว่เดินออกมาจากหอพักหญิง

ดูจากเลือดฝาดบนใบหน้าของเหยาเยว่แล้ว คาดว่าพวกเขาสองคนน่าจะเพิ่งมีความสุขกันจบไปได้ไม่นานเท่าไร

เย่จื่อเฉินรู้สึกว่าตัวเองโง่ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก คบกันมาตั้งครึ่งค่อนปี แม้แต่จับมือเหยาเยว่เขายังไม่กล้าเลย

รูมเมทด่าว่าเขาขี้ขลาด ตัวเองก็หัวเราะฮ่าฮ่าพร้อมตอบไปว่ารักจริง!

รักจริง!

รักจริงกับผีอะไรล่ะ!

"อะไร เงินที่พี่เฉียงให้ไปมันไม่พอเหรอ อยากได้ค่าเลิกกันอีกหรือไง?"

เหยาเยว่ยิ้มหยันพร้อมกับหยิบเอาบัตรใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋า แล้วโยนใส่เย่จื่อเฉิน บัตรหล่นลงพื้น เกิดเสียงที่ทำให้คนหัวใจแตกสลาย

"ในบัตรใบนั้นมีอยู่หนึ่งหมื่น พี่เฉียงบอกว่านับแต่นี้ไปให้นายอยู่ห่างๆ ฉัน"

เย่จื่อเฉินที่ยืนนิ่งไม่ขยับ อยู่ดีๆ ก็ยิ้มขึ้นมา เขาเก็บบัตรเอทีเอ็มขึ้นมาจากพื้นด้วยท่าทางสบายสบาย จับหมุนเล่นไปมาเล็กน้อย จากนั้นจึงขว้างใส่หน้าเหยาเยว่

"มีเงินแล้ววิเศษนักเหรอ?"

"นายอย่ามาทำเป็นหน้าบางไม่เอา…"

เหยาเยว่ตะโกนด่าทอด้วยใบหน้าบึ้งตึง แต่เพิ่งด่าได้แค่ครึ่งประโยค ก็เห็นว่าเย่จื่อเฉินเปิดกระเป๋าออกมา

ข้างในมีเงินอัดแน่นเต็มกระเป๋า

แต่เงินนี้ก็ดูแปลกอยู่นิดหน่อย นี่เป็นเงินกงเต๊กที่เย่จื่อเฉินตั้งใจไปซื้อที่ร้านหีบศพในราคาสองหมื่นหยวน

"เพราะเขามีเงินใช่ไหม? เอาไป!"

เย่จื่อเฉินถลึงตากว้าง แล้วหยิบเอาเงินจำนวนหนึ่งออกมาจากกระเป๋าโยนใส่หน้าเหยาเยว่

เหยาเยว่ตะลึงงันไปในทันทีที่เย่จื่อเฉินเปิดกระเป๋า

เงินเป็นฟ่อนถูกโยนใส่หน้าเหยาเยว่ นักศึกษาที่อยู่รอบๆ เข้ามามุงดูสถานการณ์ตรงหน้า

ใช้เงินฟาดหัวคน พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อนเลย

ได้แต่พากันนึกสงสัยอยู่ในใจว่าเย่จื่อเฉินคือคุณชายบ้านไหนกันแน่ ไม่คิดเลยว่าจะมีอำนาจขนาดนี้ เด็กสาวหลายคนแอบจดจำใบหน้าของเย่จื่อเฉินเอาไว้ในใจ และครุ่นคิดว่าเมื่อไรจะมีโอกาสได้พบเจอบ้าง

"ชอบเงินนักใช่ไหม โดนเงินฟาดเข้าให้ถูกใจหรือเปล่าล่ะ? เหอะ สารเลว"

เงินทั้งกระเป๋าถูกเทคว่ำลงบนหัวของเหยาเยว่ เย่จื่อเฉินหมุนตัวเดินจากไปด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเย็นชา

นักศึกษาในมหาวิทยาลัยพอเห็นเงินก็กรูเข้ามาแย่งกันเก็บทันที เหยาเยว่จึงได้สติกลับมา และหันไปตะโกนใส่นักศึกษาที่อยู่รอบๆ

"อย่ามายุ่ง นี่มันเงินของฉัน!"

รูมเมทคนอื่นๆ ในหอกลับมาหลังจากที่กินข้าวอิ่มแล้ว บนโต๊ะมีกล่องข้าวที่พวกเขาซื้อมาให้เย่จื่อเฉินวางอยู่ด้วย

"ทำไมโทรศัพท์เจ้าห้าติดต่อไม่ได้ คงจะไม่ได้ไปหาที่ฆ่าตัวตายหรอกนะ?"

จูอิ๋นไป่เป็นคนที่อายุน้อยที่สุดในห้อง ชอบพูดอะไรไม่คิด ปากไม่มีหูรูด คังเผิงยกมือขึ้นเคาะลงบนหัวของเขา แล้วด่า

"นายนี่คิดเป็นแต่เรื่องร้ายหรือยังไง"

"ที่เจ้าหกพูดมันก็เป็นไปได้นะ ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่รู้นิสัยเจ้าห้ามันนี่ ถึงปกติมันจะดูขี้เล่นแต่มันจริงใจกับเหยาเยว่มากเลยนะ"

ไป๋อี่ถอนหายใจแผ่วเบา คนอื่นๆ ในห้องก็เงียบไปด้วย

"แจ้งตำรวจดีไหม"

น้องเล็กจูอิ๋นไป่เอ่ยขึ้น คังเผิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงพยักหน้า

"แจ้งตำรวจเถอะ!"

"เดี๋ยวก่อน พวกนายดูสิว่านี่อะไร?"

ในตอนที่ทุกคนกำลังเตรียมจะแจ้งตำรวจนั้น

"ข่าวใหญ่ ข่าวใหญ่…"

จู่ๆ จางรุ่ยที่อยู่เตียงชั้นบนก็ชะโงกหน้าออกมา ในกลุ่มรูมเมทเขามีฉายาว่าเจ้าสี่ แต่ละวันชอบใส่แว่นตาไม่มีเลนส์แกล้งทำตัวเป็นเด็กเรียน แต่นิสัยเบื้องหลังคือคนที่กวนที่สุดและสนใจข่าวซุบซิบในมหาวิทยาลัยมากที่สุด

"มีอะไร?"

คังเผิงกับคนอื่นๆ เข้าไปมุงดู จางรุ่ยชี้ไปที่พาดหัวข่าวบนโทรศัพท์…

"เห็นไหม มหาวิทยาลัยตะลึงกับการปรากฏตัวของลูกเศรษฐี ใช้เงินฟาดหัวคนที่หอพักหญิง!"

หลังจากที่เย่จื่อเฉินได้ยินก็อึ้งไป นั่นมันเขาไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงขึ้นไปอยู่ในคอลัมน์ซุบซิบของเว็บไซต์มหาวิทยาลัยได้ล่ะ?

"ให้ตาย ใช้เงินฟาดหัวคนจริงๆ ด้วย เจ้านี่มันจะอวดดีเกินไปแล้ว" จูอิ๋นไป่ตะโกนโหวกเหวก และก่นด่า "ลูกเศรษฐีแบบนี้ ฉันรังเกียจที่สุดเลย"

คนอื่นรอบข้างก็พยักหน้าเห็นด้วย คนในห้องนี้มาจากครอบครัวฐานะธรรมดากันทั้งนั้น เกลียดที่สุดก็คือพวกลูกคนรวยที่เอาเงินพ่อแม่มาถลุงเล่นโดยไม่คิด

"ลูกหลานเศรษฐีอะไร นายดูคนในรูปสิ"

ทุกคนจึงได้พุ่งความสนใจไปที่คนในรูป ห้องเกิดความเงียบทันทีจนน่ากลัว

"เหมือนเจ้าห้าเลยนี่" จูอิ๋นไป่กลืนน้ำลายลงคอ

"เหมือนเจ้าห้าจริงๆ ด้วย…"

"เหมือนอะไรเล่า นี่มันเจ้าห้าชัดๆ"

แก๊ก!

แล้วเย่จื่อเฉินที่ใช้เงินฟาดหัวคนก็เดินเข้ามาในหอพักด้วยท่าทางสบายใจ พอเข้ามาในห้อง ทุกคนก็เข้ามารุมล้อมเย่จื่อเฉินเหมือนกับเห็นสัตว์หายาก จางรุ่ยกระโดดลงมาจากเตียงชั้นบน ถือโทรศัพท์มองดูอย่างพินิจพิจารณา

"เจ้าห้า คนในรูปนี่นายใช่ไหม"

เย่จื่อเฉินได้ยินจึงรับโทรศัพท์มาดู หลังจากที่เห็นพาดหัวข่าวที่สะดุดตานั้น ก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าพร้อมกับยิ้มขมขื่น

"ลูกหลานเศรษฐีอะไร ที่ฉันโยนไปน่ะมันเงินกงเต๊ก"

"เงินกงเต๊ก? แล้วทำไมพวกคนในรูปถึงได้แย่งกันเก็บล่ะ?"

"จ้างมาไง ฉันหมดเงินไปตั้งเยอะ!"

คนในห้องฮือฮากันขึ้นมาอีกครั้ง

"เจ้าห้า ร้ายนักนะ"

ไป๋อี่หันไปยกนิ้วหัวแม่มือให้เย่จื่อเฉิน ใช้เงินกงเต๊กฟาดหัวคนเป็นอะไรที่ร้ายกาจมาก ปกติเจ้านี่ค่อนข้างเก็บตัว คิดไม่ถึงเลยว่าพอร้ายแล้วจะร้ายได้ขนาดนี้

เย่จื่อเฉินไม่ได้สนใจพวกเขา เดินไปข้างเตียงแล้วหยิบโทรศัพท์ออกมา

เปิดไปยังวีแชทกลุ่มที่ทั้งกลุ่มคือเทพเซียนกลุ่มนั้น สงครามระหว่างยี่หนึงจินกุนกับราชาวานรในกลุ่มได้สิ้นสุดลงแล้ว เหล่าเซียนกำลังพูดคุยกันอย่างออกรสว่าเดือนที่แล้วฝึกฌานกันได้เท่าไร แล้วเดือนนี้จะต้องฝ่าฟันการฝึกฝนอะไรบ้าง

เย่จื่อเฉินเห็นถึงความมหัศจรรย์ของง้วนป้อแล้ว เขาไม่ได้ปัญญาอ่อน ถ้าเขาไม่รู้สึกถึงความพิเศษของกลุ่มนี้ เขาก็ต้องไปตายแล้วล่ะ

หรือจะเป็นกลุ่มเทพเซียนจริงๆ?

ถึงแม้ว่าเรื่องนี้ดูจะน่าเหลือเชื่อเกินไปหน่อย แต่มันก็เกิดขึ้นกับตัวเขาแล้วจริงๆ

เย่จื่อเฉินลูบคลำบัตรเอทีเอ็มในกระเป๋าพร้อมกับฟังเสียงชื่นชมที่แย่งกันพูดของเพื่อนในหอพักกลุ่มนี้

"เงียบกันหน่อย"

คนในห้องเงียบเสียงลงทันที เย่จื่อเฉินหยิบบัตรเอทีเอ็มขึ้นมา แล้วยิ้ม

"เพื่อเป็นการฉลองให้กับความสำเร็จที่ฉันกลับมาโสดอีกครั้ง ฉันจะพาทุกคนไปเลี้ยงข้าวที่คลับเฮาส์"

ทั้งห้องเงียบเป็นเป่าสาก

คนในห้องมองเขาเหมือนเห็นคนปัญญาอ่อน เย่จื่อเฉินที่โดนจ้องถึงกับขนลุก

"พวกนายมองฉันแบบนี้ทำไม?"

"เย่จื่อ นายเคยเลี้ยงข้าวพวกเราเสียเมื่อไร แค่ทุกวันนี้ไม่อดข้าวก็ดีแค่ไหนแล้ว นี่ฉันไม่ได้หูแว่วไปใช่ไหม?" ไป๋อี่เอ่ยปากพูดขึ้นอย่างไม่เชื่อหู

"ฉันว่าเจ้าห้าต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ" จูอิ๋นไป่พูดขึ้น

"เจ้าห้า พวกเรารู้ว่านายอกหักแล้วอารมณ์ไม่ดี แต่ก็ไม่น่าถึงขั้นที่จะต้องพูดเหมือนคนบ้าแบบนี้นะ ค่าใช้จ่ายที่คลับเฮาส์ถ้าไม่มีเงินหลักหมื่นก็ไปกินไม่ได้หรอกนะ" คังเผิงที่เป็นพี่ใหญ่ในห้อง มักพูดจามีเหตุผลเสมอ

"ฉันถามว่าจะไปหรือไม่ไป" เย่จื่อเฉินตอบกลับเสียงดังฟังชัด

"ไป"

คนในห้องตอบพร้อมเพรียงกัน แม่เจ้า มีคนเลี้ยงแล้วไม่ไปก็โง่น่ะสิ!

"งั้นพวกเราก็ไปคลับเฮาส์กัน!"

---------------
เพื่อไม่ให้พลาดทุกการอัปเดต
กด'ติดตาม'ตรงนี้ไว้ได้เลย~

.

.

.
ขอให้ทุกท่านสนุกกับการอ่านนิยายนะคะ

ยาวิเศษของไท่ซางเหล่าจวิน

คลับเฮาส์หรู

กลุ่มรูมเมทของเย่จื่อเฉินนั่งกันอยู่ในห้องโซนตรงกลาง ค่าใช้จ่ายแพงหูฉี่ของที่นี่ไม่ใช่สิ่งที่นักศึกษาอย่างพวกเขาสามารถจ่ายไหว ต่อให้คังเผิงหรือคนอื่นๆ จะประหยัดอดออมกันแล้ว แต่โต๊ะนี้ก็ยังต้องใช้เงินตั้งห้าหมื่นกว่าหยวน

"เจ้าสามก็ไม่รู้ว่าไปไหน โทรไปก็ไม่รับ เจ้านี่…"

คังเผิงส่ายหน้าพร้อมกับถอนหายใจแผ่วเบา เจ้าสามมีชื่อจริงว่าซูอี้อวิ๋น เป็นลูกเศรษฐีและเป็นคนที่เกเรที่สุดในบรรดารูมเมท

ที่สำคัญคือมีพ่อที่ดีมาก แต่ละวันไม่เคยจะเข้าเรียนเอาแต่ออกไปเที่ยวเตร่ข้างนอก ถึงจะบอกว่าเป็นลูกเศรษฐี แต่ความสัมพันธ์กับรูมเมทกลับไม่ได้แย่เลย อีกทั้งไม่ได้มีนิสัยเหมือนพวกลูกคุณหนูด้วย

แต่ข้อเสียอย่างเดียวก็คืองก

บอกเลยว่าสองหูของเย่จื่อเฉินนั้นไม่ได้สนใจเรื่องภายนอกแล้ว จิตใจจดจ่ออยู่แต่กับการแย่งอั่งเปา

ความเร็วที่เทพเซียนกลุ่มนี้แย่งอั่งเปากันนั้นเร็วมากจริงๆ ในระหว่างนั้นมีเซียนหลายคนที่ส่งอั่งเปามา แต่เขากลับกดแย่งไม่ได้แม้แต่ขนสักเส้นเดียว

โดยเฉพาะอั่งเปาที่นางฟ้าลูกท้อส่งมา อั่งเปานั้นคือลูกท้อวิเศษในสวนลูกท้อเลย

เย่จื่อเฉินแย่งที่ไม่ทัน จึงอดที่จะทุบอกด้วยความหงุดหงิดอยู่ในใจไม่ได้

และในทันใดนั้น ไท่ซางเหล่าจวินก็โผล่มาในกลุ่ม

ไท่ซางเหล่าจวิน : เหล่ามิตรสหายเซียนทุกท่าน ไม่เจอกันนานสบายดีนะ?

เงียบสนิทเป็นเป่าสาก

ไท่ซางเหล่าจวิน : อะแฮ่ม พวกเจ้าคุยกันสนุกดีนะ ทำไมพอข้าออกมาถึงได้เงียบกันหมดเลยล่ะ? (ตามด้วยสติกเกอร์หน้าตาเหลอหลาต่อท้ายสามอัน)

ราชาวานร : ข้าอยู่นี่ มีใครกล้าคุยกับท่านบ้าง? บอกไว้เลยนะตาเฒ่า ความเกลียดชังที่ท่านมอบให้ข้า ข้ายังจำได้ขึ้นใจ

ไท่ซางเหล่าจวิน : เจ้าลิงอันธพาล นมนานขนาดนั้นแล้วยังแค้นฝังใจอยู่อีกเหรอ

ยี่หนึงจินกุน : อย่าไปสนใจเจ้าลิงนั่นเลย

ราชาวานร : ลูกชายข้า หมาตัวนั้นของเจ้าหิวตายแล้วหรือยัง

และแล้วสงครามใหญ่ของครอบครัวเซียนก็ได้เปิดฉากขึ้นอีกครั้ง เย่จื่อเฉินอ่านแล้วก็แอบหัวเราะขึ้นมา

"เจ้าห้า ทำอะไร?" จูอิ๋นไป๋ชะโงกดู ตั้งแต่ที่เข้ามาในห้องส่วนตัว เย่จื่อเฉินก็เอาแต่เล่นโทรศัพท์ตลอด

"นั่นสิเจ้าห้า มาเที่ยวนะเว้ย อย่าเอาแต่เล่นโทรศัพท์เส็งเคร็งเครื่องนั้นของนายจะได้ไหม"

"พวกนายจะไปรู้อะไร ฉันแย่งอั่งเป่าอยู่"

รูมเมทที่ได้ยินก็พากันส่งเสียงโห่อยู่พักใหญ่ ให้ตายเถอะ ได้มาตั้งหลายหมื่นแล้วยังจะแย่งอั่งเปาอีก

ติ๊ง!

ในขณะที่ราชาวานรและยี่หนึงจินกุนยังทะเลาะกันอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีอั่งเปาซองใหญ่ปรากฏขึ้นมาในกลุ่ม

คนที่ส่งอั่งเปามาคือไท่ซางเหล่าจวิน

เย่จื่อเฉินประสาทสัมผัสว่องไวมาก เปิดเข้าไปแล้วก็กดแย่งทันที

ยาวิเศษ x1

ยี่หนึงจินกุน : แม่เจ้า ข้าแย่งไม่ทันอีกแล้ว

ราชาวานร : ลูกชายข้า สมน้ำหน้าเจ้าแล้ว

ราชาวานรนี่เป็นคนยังไง หรือจะเป็นลิงที่สามารถถอนขนออกมาแล้วเป่าให้เป็นลิงหลายตัวได้? บางทีเวลาที่เขาทะเลาะกับยี่หนึงจินกุนนอยู่อาจจะมีลิงหลายตัวกำลังถือโทรศัพท์เตรียมแย่งอั่งเปาอยู่ก็ได้

บอกได้เลยว่าปมของพวกเขาทั้งคู่ได้ผูกกันมาหลายพันปีแล้ว ทั้งคู่ต่างก็เป็นเทพแห่งสงครามในโลกเซียน ไม่ว่าใครก็ไม่กล้าไปคลายปมนี้

เย่จื่อเฉินเองก็ไม่ได้มีเวลามาดูเขาสองคนทะเลาะกัน รีบกดเปิดหีบสมบัติ และพบว่ามียาเม็ดสีดำหนึ่งเม็ดนอนนิ่งสงบอยู่ภายใน

ยาวิเศษ : ไท่ซางเหล่าจวินไม่มีอะไรทำจึงปรุงยาออกมาเล่นฆ่าเวลา

"เชอะ ไท่ซางเหล่าจวินขี้งกชะมัด"

เย่จื่อเฉินกลอกตา แต่หลังจากที่เห็นประสิทธิภาพของมันก็ตะลึงงันไปทันที

ประสิทธิภาพ : สามารถช่วยชีวิตคนที่ใกล้ตายได้

ครอบครัวเซียนคือนักประดิษฐ์ชื่อดังจริงๆ ของที่ทำเล่นฆ่าเวลาก็สามารถช่วยชีวิตคนได้ด้วย

อะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดของการมีชีวิตอยู่ ไม่ใช่เงิน ไม่ใช่อำนาจ แต่คือชีวิต!

ไม่มีชีวิตอยู่แล้ว ถึงคุณจะมีเงินมีอำนาจไปมันก็ไม่มีประโยชน์

ไม่เคยได้ยินประโยคนั้นกันเหรอ ความเศร้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชีวิตคนคือเมื่อไม่มีชีวิตอยู่แล้วก็ไม่สามารถใช้เงินได้

"เจ้าห้า เลิกแย่งอั่งเปาได้แล้ว มากินเหล้ากับเพื่อนหน่อย" คังเผิงถือแก้วเหล้าเดินเข้ามา เย่จื่อเฉินมาคิดดูวันนี้ก็ได้รับมาเยอะมากพอแล้ว อีกอย่างที่มาที่นี่ก็เพราะจะมาเที่ยวกับเพื่อน จึงเก็บโทรศัพท์และนั่งดื่มกินกับรูมเมท

หลังจากดื่มไปสามรอบ พวกเขาที่มีน้ำอยู่เต็มท้องก็ชักจะกลั้นเอาไว้ไม่ไหว จึงเดินไปเข้าห้องน้ำกันทั้งกลุ่ม

"ทำไมพวกนายมาอยู่ที่นี่?"

เมื่อเข้ามาในห้องน้ำ เย่จื่อเฉินกับคนอื่นก็เห็นซูอี้อวิ๋นหรือไอ้สามของห้องกำลังทำธุระอยู่

"แม่เจ้า ฉันตามหานายอยู่พอดีเลย ไม่คิดเลยว่านายจะอยู่ที่นี่ กลัวว่าพวกฉันจะให้เลี้ยงข้าวใช่ไหม?"

คังเผิงเกี่ยวคอของซูอี้อวิ๋น คนที่อยู่รอบๆ ก็พากันยิ้มร้าย

ซูอี้อวิ๋นเกาหัวด้วยความเก้อเขินเล็กน้อย จะว่าไปแล้วก็เพราะเรื่องนั้นจริงๆ

"เชอะ จะบอกนายให้นะ ต่อไปนี้พวกเราจะไม่เซ้าซี้นายแล้ว เรามีเจ้าห้าแล้ว" จูอิ๋นไป่หัวเราะเย้ย ซูอี้อวิ๋นยังคงสงสัยอยู่ว่าพวกเขามาได้ยังไง

พอได้ยินเจ้าหกพูด ซูอี้อวิ๋นก็พูดขึ้นอย่างประหลาดใจ

"เจ้าห้า เกิดอะไรขึ้น ถูกลอตเตอรี่หรือไง?"

"ประมาณนั้น"

เย่จื่อเฉินตอบอย่างมีลับลมคมใน

"เจ้าเปี๊ยก กินอยู่ด้วยกันมาตั้งนาน คิดไม่ถึงเลยว่านายจะเที่ยวด้วย"

คุยกันได้สองประโยค ซูอี้อวิ๋นก้มมองเวลาแล้วพูดขึ้น

"เออ พวกนายเที่ยวกันไปก่อนก็แล้วกันนะ ฉันมากินเลี้ยงกับพ่อฉัน แล้วยังต้องกลับไปอยู่กับท่านอีก ไปก่อนนะ"

"ไว้เจอกัน"

ทุกคนหัวเราะเบาๆ และในทันใดนั้น นอกประตูห้องน้ำก็มีร่างหนึ่งวิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อน

คนคนนั้นกระซิบสองสามประโยคข้างหูของซูอี้อวิ๋น สีหน้าของซูอี้อวิ๋นก็เปลี่ยนไปทันที ก่อนจะรีบสาวเท้าตามคนนั้นไป เย่จื่อเฉินและคนอื่นๆ ได้แต่เลิกคิ้ว

"เจ้าสามมันมีเรื่องอะไรหรือเปล่า"

"พวกเราไปดูกันหน่อยไหม?"

"อย่าไปเลย เจ้าสามมากินเลี้ยง พวกเราไปแล้วจะช่วยอะไรได้?"

"แต่ท่าทางเจ้าสามเหมือนจะมีเรื่องนะ"

"เจ้าห้า นายว่าไง?"

สายตาของทุกคนเลื่อนมาหยุดอยู่ที่เย่จื่อเฉิน ในนาทีนี้เขากลายเป็นแกนนำของทุกคนไปแล้ว

"ตามไปดูเถอะ"

"ได้เอายาโรคหัวใจของผู้การหลิวมาหรือเปล่า?"

เกิดความวุ่นวายขึ้นภายในห้องกินเลี้ยง ผู้ชายที่นั่งอยู่กลางห้องมีสีหน้าเจ็บปวด

"ไม่ได้เอามาครับ"

"ถ้าอย่างนั้นรีบโทรเรียกรถพยาบาลเลย"

ในตอนนี้เย่จื่อเฉินและคนอื่นๆ ก็อยู่ในห้องกินเลี้ยงด้วย ชายคนหนึ่งในห้องที่แทบจะถอดแบบออกมาจากซูอี้อวิ๋นขมวดคิ้วและเอ่ยขึ้น

"พวกเธอเป็นใคร?"

"พ่อครับ พวกเขาเป็นเพื่อนผมเอง"

ซูอี้อวิ๋นก็ประหลาดใจมากเหมือนกัน รีบสาวเท้าไปหยุดอยู่ข้างเย่จื่อเฉินและคนอื่นๆ ก่อนจะเลิกคิ้วเอ่ยถาม

"พวกนายมาทำอะไร?"

"เมื่อกี้รู้สึกเหมือนนายจะมีปัญหา ก็เลยมาดู" คังเผิงขมวดคิ้ว หันไปมองผู้ชายบนโซฟาแล้วเลิกคิ้วถาม "เกิดอะไรขึ้น?"

"ผู้การหลิวหัวใจวายเฉียบพลัน ไม่ได้เอายามาด้วย พวกฉันกำลังเตรียมโทรเรียกรถพยาบาล พวกนายอย่ามาอยู่ที่นี่เลย อีกเดี๋ยวถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาจริงๆ พวกนายจะโดนลากเข้ามาเกี่ยวด้วย"

ซูอี้อวิ๋นออกแรงดันพวกเขาออกไปข้างนอก เย่จื่อเฉินมีสีหน้าครุ่นคิด และลูบคลำโทรศัพท์ในกระเป๋า

มองดูชายบนโซฟาก็เหมือนกับคนใกล้จะตายแล้ว ถ้าใช้ยาวิเศษก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี

เขาถอยร่นไปด้านข้างทันที แล้วกดเปิดหีบสมบัติของวีแชทในโทรศัพท์

ยาวิเศษนอนนิ่งสงบอยู่ภายในหีบสมบัติ เย่จื่อเฉินคิดจะใช้ยาวิเศษเม็ดนี้ช่วยชีวิต แต่พอจะเอามันออกมาใช้จริงๆ เขากลับลังเล

ของสิ่งนี้มันสามารถพบเจอได้ แต่ไม่สามารถเรียกร้องขอมันได้ ถ้าจะเอาไปขายก็ไม่สามารถตั้งราคาให้สูงเสียดฟ้าได้

"แม่เจ้า เพื่อนจะแย่อยู่แล้ว ยังจะมาห่วงหาเงินอีก"

เย่จื่อเฉินทำได้เพียงขบกัดฟัน

ถอนยาวิเศษ จำนวนหนึ่งเม็ด

พรึบ

ขวดหยกงดงามขวดหนึ่งปรากฏขึ้นมาในมือของเย่จื่อเฉิน

เฮ้ย ถอนออกมาได้จริงๆ ด้วย

เมื่อเปิดจุกออก กลิ่นยาหอมกรุ่นก็พุ่งเข้าปะทะจมูก พอจิบยาหอมเข้าไปอึกเดียว เย่จื่อเฉินก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที

ผลิตภัณฑ์ของไท่ซางเหล่าจวินนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ

แล้วเย่จื่อเฉินก็รีบวิ่งเข้าไป โดยกำขวดหยกไว้ในมือแน่น

"เดี๋ยวก่อน ผมช่วยชีวิตผู้การหลิวได้"

---------------
เพื่อไม่ให้พลาดทุกการอัปเดต
กด'ติดตาม'ตรงนี้ไว้ได้เลย~

.

.

.
ขอให้ทุกท่านสนุกกับการอ่านนิยายนะคะ

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...