ได้เป็นเจ้าภาพ แข่ง ‘ฟอร์มูลาวัน’ แน่ ‘เศรษฐา’ หารือผู้จัดแข่งฟอร์มูลาวัน และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เล็งใช้อู่ตะเภาเป็นสถานที่จัดการแข่งขัน
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่ารัฐบาลไทยต้องการสนับสนุนให้มีการจัดการแข่งขันฟอร์มูลาวัน (F1) ในประเทศไทย เพื่อให้เป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยว โดยเล็งใช้สนามบินอู่ตะเภาเป็นสถานที่จัดการแข่งขันในระหว่างการเดินทางเยือนประเทศอิตาลี ของนายเศรษฐา ในวันที่ 19 พ.ค. 2567 นายเศรษฐาได้เข้าเยี่ยมชมสนามออโตโดรโม่ เอ็นโซ่ อีดีโน่ เฟอร์รารี่ณ เมืองโบโลญญาซึ่งในวันนี้ นายเศรษฐาเปิดเผยว่าได้พบปะหารือกับ Formula One Group ซึ่งเป็นผู้ถือสิทธิ์การแข่งขัน FIA Formula One World Championship ในเบื้องต้นแล้ว
และในวันนี้ได้เชิญนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ประธานกรรมการบริหารบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และนายกวิณ กาญจนพาสน์ กรรมการและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ปโฮลดิ้ง จำกัด ที่เป็นผู้ได้รับการทำสัมปทานสนามบินอู่ตะเภามาร่วมหารือ เนื่องจากว่าหากประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นสถานที่จัดการแข่งขัน ก็จะใช้ที่ดินบริเวณอู่ตะเภา ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากนายเศรษฐากล่าวว่า ประเทศไทยจะมีความพร้อมที่จะสร้างสนามแข่งขันอย่างเร็วที่สุด ในปี2570 หรือ 2571 เป็นอย่างช้า โดยมี ปตท. เป็นผู้ให้การสนับสนุนรายใหญ่ เหมือนอย่างเช่น เมื่อครั้งที่มาเลเซียเป็นเจ้าภาพ ก็ให้บริษัทปีโตนาสเป็นผู้สนับสนุนทั้งนี้ตนเองเชื่อว่า ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าจะมีข่าวดีนายเศรษฐาแสดงความมั่นใจ อีกทั้งกล่าวว่า จะมีการจัดการแข่งขันขึ้นที่ประเทศไทยอย่างแน่นอน เพราะได้รับการตอบรับจากผู้จัดเป็นอย่างดีอีกทั้งยังมีทีม Red Bull และนักแข่งที่เป็นคนไทย ก็อยากจะให้ประเทศไทยเป็นสนามแข่งขันนอกจากนี้ จะมีการแข่งขัน F2 ซึ่งเป็นลีกรองลงมา และการแข่งขันระดับเยาวชนอีกด้วย แต่ทั้งนี้ยังไม่ได้มีการประเมินว่า หากประเทศไทยได้รับเลือก จะมีรายได้เข้าสู่ประเทศมากขนาดไหน อยู่ในระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการแต่สังเกตได้ว่าราคาตั๋วระดับ VIP มีราคาประมาณ 5 –8พันดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.8 – 2.8 บาท) ต่อคน อีกทั้งยังมีรายได้จากช่องทางอื่น ทั้งผู้สนับสนุนหรือการเปิดบูทขายอาหารอีกทั้งยังมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศ ก่อให้เกิดการใช้จ่าย ทั้งค่าที่พัก ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ซึ่งรัฐบาลสามารถจัดกิจกรรมเสริมในช่วงเวลานั้นได้อีก รวมถึงการเดินทางไปท่องเที่ยวได้หลายจังหวัด และเชื่อว่าจะสร้างผลกระทบเชิงบวกในทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาลแต่ทั้งนี้ยังมีรายละเอียดที่จะต้องหารือกันในขั้นต่อไป