สธ.รับน้อง 6 ขวบป่วยโรค “ไฝยักษ์” เข้ารักษาตามสิทธิ์หลักประกันสุขภาพแล้ว
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 17 มิ.ย. 2567 เวลา 08.25 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2567 เวลา 08.25 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์(17 มิ.ย.67) ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มูลนิธิเป็นหนึ่ง นำครอบครัวเด็กชายวัย 6 ขวบที่ป่วยเป็นโรคปานหรือไฝยักษ์ทั่วแผ่นหลัง เข้าขอความช่วยเหลือที่กระทรวงสาธารณสุข โดยมี นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์กระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้รับเรื่องดังกล่าว พร้อมด้วย พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมการแพทย์ และ นพ.อัครฐาน จิตนุยานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี เข้าให้การช่วยเหลือ
น.ส.ชลิดา พะละมาตย์ หรือ ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง ประธานมูลนิธิเป็นหนึ่ง ให้ข้อมูลว่า กรณีของน้องวัยหกขวบตนทราบจากสื่อโซเชียลจึงได้ประสานทางครอบครัวเพื่อต้องการช่วยเหลือให้เด็กได้เข้าสู่ระบบการรักษาในเบื้องต้นที่ได้พูดคุยกับเด็กวัยหกขวบอาศัยอยู่กับตาที่จังหวัด บุรีรัมย์ ส่วนพ่อกับแม่ แยกทางกันและเข้ามาทำงานในกรุงเทพ เบื้องต้นอาการของน้องพบเป็นมาตั้งแต่เด็กพออายุเริ่มมากขึ้นขนาดของปานหลังก็ใหญ่ขึ้นในช่วงที่อากาศร้อนก็จะคัน แสบบริเวณที่ที่มีปาน ต้องเกาแรงๆ หรือทุบหลัง ทำให้ เกิดการบาดเจ็บได้ง่าย โดยตาเคยพาไปรักษาในจังหวัดขอนแก่นแต่ด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางทำให้ไม่ได้รับการรักษาต่อเนื่อง ในวันนี้ จึงได้ประสานทางกระทรวงสาธารณสุขเพื่อขอให้ช่วยเหลือเรื่องการรักษา
ด้าน นายกองตรี ดร.ธนกฤต กล่าวว่า ได้รับการประสาน จากทางมูลนิธิเป็นหนึ่ง ให้ช่วยเหลือกรณีการรักษาเด็กวัยหกขวบ ในวันนี้ได้หารือกับกรมการแพทย์ เพื่อประสานสถานพยาบาลในสังกัดเช่นสถาบันโรคผิวหนังสถาบันมะเร็งแห่งชาติรวมไปถึงสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี ในการ พิจารณาแนวทางการรักษาผู้ป่วยรายนี้ซึ่งรับเป็นผู้ป่วยในเพื่อเข้าสู่ ระบบการรักษาในวันนี้ และเป็นการรักษาตามสิทธิ์ของผู้ป่วยไม่มีค่าใช้จ่าย ตามสิทธิ 30 บาทรักษาทุกที่
ขณะที่ พญ.อัมพร กล่าวว่า ในเบื้องต้น จากลักษณะของโรคเข้าข่ายป่วยด้วย Giant Congenital Melanocytic Nevus หรือโรคไฝยักษ์ตั้งแต่กำเนิด ซึ่งลักษณะลักษณะนี้มิได้มีร่องรอยโรคเฉพาะบริเวณผิวหนังแต่ อาจพบผลกระทบต่อระบบอื่นๆเช่นระบบประสาทไขสันหลังทำให้มีผลต่อการทรงตัวของเด็ก แผนการรักษาในเบื้องต้นจะต้องตรวจวิเคราะห์ชิ้นเนื้อ ในจุดบริเวณที่เกิดโรคก่อนแล้วทางแพทย์จึงจะวางแผนการรักษาพร้อมกับ การรักษาเรื่องการทรงตัวของเด็กไปพร้อมกัน
“ทั้งนี้โรคดังกล่าวไม่ใช่โรคใหม่เพราะที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมีผู้ป่วยลักษณะนี้เข้ารับการรักษา 5-6 ราย แต่ละรายอาการอาจแตกต่างกันและใช้ระยะเวลาในการรักษาค่อนข้างนาน โดยทางสถาบันสุขภาพเด็กจะรับผู้ป่วยเข้าระบบการรักษาพร้อมจัดที่พักให้สำหรับญาติที่เข้ามาดูแลเด็กด้วย” พญ.อัมพรกล่าว
ทั้งนี้ กรณีดราม่าที่พบพ่อของเด็กวัยหกขวบเปิดบัญชีขอรับเงินบริจาคเพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลของน้องโดยโซเชียลพบว่าเด็กอยู่กับตาส่วนพ่ออยู่กรุงเทพ เงินที่บริจาคจะ ถูกนำไปใช้ไม่ถูกต้องหรือไม่นั้น พ่อเด็กได้ให้สัมภาษณ์โดยระบุว่าในขณะนั้นคิดเพียงแค่ต้องการหาเงินเพื่อนำไปรักษาตัวลูกจึงเปิดรับบริจาค แต่หลังมีประเด็นดราม่าตอนนี้ได้ปิดรับบริจาคแล้วซึ่งเงินที่ได้มาประมาณ 100,000 บาทจะนำไปใช้เพื่อการรักษาลูก ยังไม่ได้เบิกมาใช้ อะไรเลย ในระหว่างนี้ทางพ่อเด็กจะหารือกับแม่เด็กซึ่งแยกทางกันแล้วเพื่อวางแผนสลับกันเข้ามาดูแลลูกในระหว่างที่พักรักษาตัว เพราะตาที่ดูแลประจำต้องกลับต่างจังหวัด