โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

Inside Out 2 เกร็ดเบื้องหลังที่คุณอาจยังไม่รู้

LSA Thailand

อัพเดต 15 มิ.ย. 2567 เวลา 23.51 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2567 เวลา 16.51 น. • Lifestyle Asia Thailand

หลังจาก Inside Out ภาคแรกทำผลงานไว้อย่างยอดเยี่ยมจนคว้ารางวัลออสการ์ Inside Out 2 กลับมาพร้อมทีมอารมณ์หลักยังอยู่กันพร้อมหน้าทั้ง Joy “ลั๊นลา” (พากย์เสียงโดย Amy Poehler), Disgust “หยะแหยง” (พากย์เสียงโดย Liza Lapira), Fear “กลั๊วกลัว” (พากย์เสียงโดย Tony Hale), Anger “ฉุนเฉียว” (พากย์เสียงโดย Lewis Black), และ Sadness “เศร้าซึม” (พากย์เสียงโดย Phyllis Smith)

แต่ว่าภาคนี้ น้องไรลีย์ (พากย์เสียงโดย Kensington Tallman) เติบโตขึ้นจนอายุ 13 ปีย่างเข้าสู่วัยรุ่นแล้ว ทำให้อารมณ์ของเธอมีความซับซ้อนมากขึ้น จนมีอารมณ์ใหม่ ๆ ที่ก้าวเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตของเธอ เราเลยขอเก็บเกร็ดสนุก ๆ มาฝากค่ะ

Image Credit : IMDB
Image Credit : disney.fandom.com

1.Anxiety (ว้าวุ่น) พากย์เสียงโดย Maya Hawke (มายา ฮอว์ก) นักแสดงสาวดาวรุ่งลูกสาวของพ่อ Ethan Hawke (อีธาน ฮอว์ก) และแม่ Uma Thurman (อูมา เธอร์แมน) และเป็นขวัญใจวัยรุ่นจากซีรีส์ Stranger Things ว้าวุ่นเป็นอารมณ์ที่จริง ๆ แล้วก็เกิดมาพร้อม ๆ กับอารมณ์อื่น จากการที่เธอเฝ้าดูการทำงานของ Joy มาตลอด แต่เธอได้ออกมามีบทบาทคุมคอนโทรลตอนที่ไรลีย์ย่างเข้าวัยรุ่น เพราะเป็นวัยว้าวุ่นพอดี การที่เธอปรากฎตัวพร้อมกับกระเป๋าหลายใบ เป็นการเล่นคำว่า "have a lot of baggage" ซึ่งเป็นสำนวนแปลว่ามีเรื่องให้ต้องครุ่นคิดมากมายหรือมีปัญหาเยอะ ว้าวุ่นในเชิงที่ดีคือการพยายามคิดล่วงหน้าเพื่อจัดการปัญหาเหล่านั้น แต่ถ้าวิตกกังวลมากไปจะทำให้เกิดปัญหาได้

Image Credit: IMDB

2.Ennui (อองวี) มาจากภาษาฝรั่งเศส ที่แปลว่า ความเบื่อหน่าย แต่ในหนังตีความ เป็น ความรู้สึก “เฉยชิล” ที่มีลักษณะ เฉยชา แต่แอบเท่ และเย้ยหยัน จนมีบุคลิกแบบชาวฝรั่งเศสพากย์เสียงโดย Adèle Exarchopoulos (อเดล เอ็กซาร์โคปูลอส) นักแสดงสาวชาวฝรั่งเศส ที่โด่งดังจาก Blue Is the Warmest Colour (2013) อองวีเป็นตัวแทนของความรู้สึกที่ไม่ยินดียินร้าย ที่บางสถานการณ์ก็จะทำให้รับมือกับความวุ่นวายได้ เธอคือหนึ่งใน 27 อารมณ์ที่จะปรากฎตัวในภาคแรกแต่ถูกตัดออกไปก่อน สีเดิมของเธอคือสีชมพู แต่เปลี่ยนมาเป็นโทนม่วงคราม ที่เข้ากับบุคลิกมากกว่า โดยตัวของเธอยังได้แรงบันดาลใจจากเส้นหมี่ที่ย้วยๆอีกด้วย

Image Credit: IMDB

3. Envy (อิจฉา) พากย์เสียงโดย Ayo Edebiri (อาโย เอเดบิรี) นักแสดงดาวรุ่งที่มีชื่อเสียงจากซีรีส์ The Bear อิจฉามีต้นแบบการออกแบบตัวละครมาจากเห็ดเรืองแสงตัวของเธอจึงมีสี Aquamarine เธอเป็นอารมณ์ที่พัฒนาขึ้นจาก Disgust หยะแหยง เธอจึงมีหน้าตาที่ดูคล้ายกันแต่มีความเป็นเด็กกว่า แม้ตอนนี้เธออาจตัวเล็กที่สุดใน บรรดาอารมณ์ทั้งหมด และเป็นคนเดียวที่มีนิ้วมือ 4 นิ้ว แต่เธอก็รู้ดีว่าตัวเองต้องการอะไรอิจฉาเลยอยากได้อยากมี เปรียบเทียบกับคนอื่นไปซะทุกสิ่ง

ในตอนแรกทีมงานออกแบบอิจฉา มาเป็นผู้ชายที่ดูเป็นคนละโมบแต่มันดูแรงเกินไปจึงปรับมาเป็นเหมือนเด็กผู้หญิงสายติ่งที่ดูชื่นชอบสิ่งรอบตัว เธอมีดวงตาที่โตเพราะคำว่า "อิจฉา" มาจากรากศัพท์ภาษาละติน invidia ซึ่งแปลว่า "มองเข้าไปข้างใน" อย่างไรก็ตามแม้ความอิจฉาอาจจะฝั่งดูเป็นอารมณ์ด้านลบ แต่มันคืออารมณ์หนึ่งที่ช่วยสร้างแรงผลักดันให้ทุกคนได้สิ่งที่ต้องการและวางเป้าหมายในชีวิต

Image Credit: IMDB

4.Embarrassment (อ๊ายอาย) พากย์เสียงโดย Paul Walter Hauser (พอล วอลเตอร์ เฮาเซอร์) เขาเคยเกือบจะได้อยู่ใน Inside Out ภาคแรก เป็นหนึ่งใน 27 อารมณ์ที่วางแผนไว้แต่ต่อมาเหลือแค่ 5 อารมณ์หลักเขาเลยถูกตัดออกไป ตัวของเขามีขนาดใหญ่อละเป็นสีชมพู มาจากลักษณะจากเวลาคนเราเขินอายบางคนจะหน้ากลายเป็นสีชมพู และเป็นความรู้สึกที่สังเกตได้ง่าย เขาเป็นอารมณ์เพศชายตัวเดียวที่มีผมทั้งหัว เพราะ Fear มีผมเป็นเส้นเดียว ส่วน Anger ไม่มีผมเลย เขามีขนาดตัวพอๆกับ Bing Bong (ปิ๊งป่อง) และคอนเซ็ปต์เดิมของต้องมีสีฟ้าและที่เสื้อฮู้ดของเขาเขียนว่า "I'm with Stupid” (ฉันมากับเจ้าบื้อ) แต่ทีมงานตัดออกเพราะรู้สึกว่ามันดาร์คไปเกินกว่าเรื่องที่จะสื่อ อย่างไรก็ตามเขาเข้ากันได้ดีกับ Sadness เพราะเป็นอารมณ์ที่มักมาควบคู่กัน บางคนอายแล้วจะรู้สึกเศร้าด้วย

Image Credit: IMDB

5.ในภาคนี้ นี้มีการเปลี่ยนตัวนักพากย์ ในบท Disgust (หยะแหยง) และ Fear (กลั๊วกลัว) จาก Mindy Kaling (มินดี้ คัลลิง) และ Bill Hader (บิล เฮเดอร์) มาเป็น Liza Lapira (ลิซา ลาพิรา) นักแสดงเชื้อสายฟิลิปปินส์จากซีรีส์ The Equalizer และ Tony Hale (โทนี่ เฮล) ผู้เคยพากย์เสียง Forky ในเรื่อง Toy Story 4 แม้ว่าจะไม่ได้มีเหตุผลที่แน่ชัดว่าทำไมถึงเปลี่ยนนักแสดงผู้พากย์ โดยลือ ๆ กันว่าตกลงเรื่องค่าตัวไม่ลงตัว แต่ทางโปรดิวเซอร์ของหนัง Mark Nielsen ก็ได้เผยว่า เพราะหนังภาคนี้ห่างจากภาคแรกถึง 9 ปี พวกเขาพยายามแล้วที่จะให้ทุกคนได้กลับมาพร้อมหน้าแต่ว่าก็ไม่สำเร็จ อย่างไรก็ตามทั้ง Mindy Kaling และ Bill Hader ก็จะยังคงเป็นครอบครัวของ Pixar ตลอดไป

Image Credit : disney.fandom.com

6. Lance Slashblade (แลนซ์ สแลชเบลด)

ตัวละครจากวิดีโอเกมต่อสู้ที่ไรลีย์เคยชอบ เขามาในลุคหนุ่มสุดเท่ใส่ ผมยาวสีม่วง ใส่เสื้อเอวลอยโชว์กล้ามท้อง พร้อมหิ้วดาบเล่มโต เห็นแบบนี้ทุกคนคิดว่าเขาต้องเจ๋งแน่ๆแต่กลายเป็นว่าท่าไม้ตายของเขานั้นมันเห่ยสุดๆ ตัวละครนี้ออกแบบมาโดยมีต้นแบบจากเกม Final Fantasy และ Super Smash Bros. มาผนวกรวมกัน คนดูจะเห็นเขาในลักษณะกราฟฟิกหมือนเกมเก่า สมัยเครื่อง Playstaion 2 ตัวเขาเป็นโพลีกอนที่ยังเห็นพิกเซลแตกๆ ที่ขอบ และผมยาวของเขานั้นทะลุไหล่ได้บท Lance พากย์เสียงโดย Yong Yea (ยอง แย)เ กมเมอร์ชื่อดังชาวเกาหลีใต้ วัย 29 ปีผู้มีคนติดตาม Youtube กว่า 1.21 ล้านคน ผู้มีประสบการณ์เป็นนักพากย์เสียงอาชีพ มีผลงานเด่นๆ เช่น Finall Fantay VII Rebirth

บท Lance Slashblade นี้ทางดิสนีย์-พิกซาร์ได้ใช้เป็นอีกหนึ่มกิมมิคในการโปรโมท โดยเวอร์ชั่นต่างประเทศจะใช้นักแสดงชายรูปหล่อขวัญใจสาวๆ อย่างของไทยพากย์เสียงโดย นาย - ณภัทร เสียงสมบุญ ส่วนของเกาหลีใต้พากย์โดย อีดงอุค

Image Credit : disney.fandom.com
Image Credit : disney.fandom.com
Image Credit : disney.fandom.com

คลิป Yong Yea เล่าเบื้องหลังการพากย์ บท Lance

https://youtu.be/0mh4mhAI_CI

7.ในห้องของไรลีย์มีโปสเตอร์วง 4*TOWN จากเรื่อง Turning Red (2021) แปะอยู่ฝาผนังด้วย เป็นหนึ่งใน Easter Eggs ที่ทางผู้สร้างซ่อนเอาไว้ แต่วงที่เธอชอบและพูดถึงในเรื่องก็คือวงบอยแบนด์ Get Up and Glow ที่ก็มีโปสเตอร์แปะเอาไว้ในห้องเช่นกัน

Image Credit: IMDB

คลิปเทรลเลอร์

https://youtu.be/L4DrolmDxmw?si=2SVzZD-0fcgQfcW0

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...