โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“คลัง” สั่ง ตั้งกรรมการลุย โล๊ะหุ้น 3 หมื่นล้านบาท ขีดเส้นดำเนินการให้เร็วที่สุด

Media Tank

อัพเดต 24 พ.ค. 2567 เวลา 14.55 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. 2567 เวลา 14.55 น. • THE TANK
“คลัง” สั่ง ตั้งกรรมการลุย โล๊ะหุ้น 3 หมื่นล้านบาท ขีดเส้นดำเนินการให้เร็วที่สุด

เริ่มเลย!! “คลัง” สั่งตั้งกรรมการลุยโล๊ะหุ้น มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท แจงส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่ได้จากนิติเหตุ - ยึดทรัพย์ เน้นพิจารณาความคุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์ ยันทำเพื่อประโยชน์ของรัฐ ขีดเส้นต้องดำเนินการให้เร็วที่สุด

“เผ่าภูมิ โรจนสกุล” รมช.คลัง เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เร่งจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อกลั่นกรองความคุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์เกี่ยวกับการถือครองหลักทรัพย์ของภาครัฐ โดยเฉพาะหลักทรัพย์ที่ได้จากนิติเหตุ หรือการยึดทรัพย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหุ้นขนาดเล็กทั้งที่อยู่ในและนอกตลาด จำนวน 100 กว่าหุ้น มูลค่า 3 หมื่นกว่าล้านบาท โดยให้มาพิจารณาว่าหลักทรัพย์ส่วนนี้จะสามารถบริหารจัดการอย่างไรได้บ้างเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของรัฐ

เผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง

ทั้งนี้ กรรมการที่จะเข้ามานั่งเป็นคณะกรรมการชุดดังกล่าว จะต้องมีคุณสมบัติที่ครบถ้วน เพียบพร้อม มีความรู้รอบด้านในการวิเคราะห์มูลค่าหุ้น และความสามารถในการถือครองหุ้น ความสามารถของศักยภาพในการพัฒนาหุ้นนั้นๆ โดยได้สั่งการให้เร่งดำเนินการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด

“หลักทรัพย์ที่ได้จากนิติเหตุนั้น เมื่อลงไปดูในรายละเอียดแล้ว บางหุ้นแทบไม่เป็นที่รู้จัก ซึ่งในตัวหุ้นเหล่านี้มีบางส่วนที่ขาดประสิทะธิภาพอยู่ และ "คลัง" ก็ถือไปอย่างนั้น ที่ผ่านมาไม่มีใครกล้าทำอะไรกับมัน เพราะว่ามีกรอบ มีข้อจำกัดว่ารัฐจะขายได้ก็ต่อเมื่อ 1. เป็นหุ้นที่ไม่สร้างประโยชน์ 2. เป็นหุ้นที่ไม่ได้อยู่ในแผนพัฒนา เป็นต้น ดังนั้นก็ต้องมาดูในส่วนนี้เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของรัฐ เพราะอย่าลืมว่า นี่คือเงินลงทุนของรัฐ หากมีผลกำไรก็จะเป็นเงินของรัฐ” เผ่าภูมิ กล่าว

เผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง

สำหรับภารกิจหลักของคณะกรรมการที่จะตั้งขึ้นมานี้ จะต้องมาศึกษาและพิจารณาความคุ้มค่าของหุ้นในเชิงเศรษฐศาสตร์ นอกเหนือจากการพิจารณาความคุ้มค่าในเชิงบัญชีหรือเชิงกฎหมาย ว่าหุ้นตัวนี้ควรจะอยู่ที่ีเท่าไหร่ และควรจะดำเนินการอย่างไร ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีการสั่งขายหรือไม่ขาย แต่เป็นการเข้ามาช่วยบริหารจัดการพอร์ตหลักทรัพย์ของภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ และ มีประโยชน์สูงสุด ส่วนการตัดสินใจซื้อหรือขายนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้อยู่ในแผน

ทั้งนี้ ยกตัวอย่างเช่น หุ้นบางตัวเคยได้มาในราคา 10 บาท แต่ตอนนี้ราคา 7 บาท แต่ในอีก 2 ปี อาจจะลง เหลือ 5 บาท ถามว่าวันนี้ 7 บาท กล้าขายหรือไม่ ตรงนี้คำนวณไม่ได้เพราะไม่มีคณะกรรมการขึ้นมาดูความคุ้มค่าว่าหุ้นตัวนี้ควรจะอยู่ที่เท่าไหร่ ดังนั้นคณะกรรมการชุดนี้ก็จะเข้ามาพิจารณาความคุ้มค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์มากขึ้น

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...