โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

มีหนี้มามุง! เปิด 5 เทคนิควางแผนชำระหนี้ ทำตามนี้ หนี้หมดไว

The Bangkok Insight

อัพเดต 07 ก.ค. 2567 เวลา 12.46 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2567 เวลา 00.33 น. • The Bangkok Insight

เมื่อมีหนี้สินพะรุงพะรังจนหนี้เริ่มท่วมหัวและต้องการปลดหนี้ให้เร็วที่สุด อ่านที่นี่!! เปิด 5 เทคนิควางแผนชำระหนี้ ทำตามนี้ หนี้หมดไว

เมื่อรู้สึกว่าหนี้ที่ก่อขึ้นมานั้นกำลังจะท่วมหัวและหวั่นใจว่าจะชำระหนี้ได้หรือไม่ หากเริ่มมีอาการแบบนี้ สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ ตั้งสติและยอมรับความจริงว่ากำลังเผชิญกับปัญหาหนี้สิน จากนั้นต้องวางแผนชำระหนี้อย่างเป็นขั้นตอน แล้วลงมือปลดหนี้ด้วยความตั้งใจ และเมื่อผ่านพ้นวิกฤติไปได้ก็ต้องปรับพฤติกรรมการใช้จ่ายเพื่อไม่ให้กลับมาเป็นหนี้อีกครั้งในอนาคต

วางแผนชำระหนี้

เมื่อเป็นหนี้แล้วก็ต้องจ่ายหนี้ตามกำหนด แต่เมื่อมีหนี้สินพะรุงพะรังจนหนี้เริ่มท่วมหัวและต้องการปลดหนี้ให้เร็วที่สุดอาจรู้สึกสับสนว่าจะจัดการอย่างไร เนื่องจากไม่มีแผนการชำระหนี้

แผนการชำระหนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้เห็นภาพรวมเท่านั้น แต่ยังช่วยให้มีแรงจูงใจในการปลดหนี้ได้ เพราะจะเห็นความคืบหน้าที่แท้จริงได้ ยิ่งเห็นหนี้ค่อย ๆ ลดลง ยิ่งต้องการนำเงินไปชำระหนี้มากขึ้นเท่านั้น ถือเป็นกระบวนการปลดหนี้ได้เร็วขึ้น

ดังนั้น หากต้องการปลดหนี้จึงควรมีแผนการชำระหนี้และปฏิบัติตามแผนอย่างเคร่งครัด ถ้าทำได้หนี้แต่ละก้อนก็จะลดลงและหายไปอย่างรวดเร็ว โดยแผนการชำระหนี้เบื้องต้นมี ดังนี้

1. ทำรายการหนี้ทั้งหมด

ก่อนคิดกลยุทธ์ว่าจะปลดหนี้ได้อย่างไร ก็ต้องเห็นจำนวนหนี้ทั้งหมดและรายละเอียดต่าง ๆ ของหนี้ เช่น จำนวนเงินที่ต้องชำระขั้นต่ำ อัตราดอกเบี้ย รวมถึงจำนวนเงินที่ค้างชำระทั้งหมด ที่สำคัญต้องรวบรวมรายการหนี้ทั้งหมดเอาไว้เพื่อให้เห็นภาพรวม ทั้งหนี้บัตรเครดิต หนี้บัตรกดเงินสด หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล หนี้บ้าน หนี้รถ ไปจนถึงหนี้ที่ยืมมาจากคนรอบข้างและหนี้นอกระบบ

2. จัดอันดับหนี้

เมื่อเห็นภาพรวมของหนี้ทั้งหมดแล้ว ถัดไปต้องจัดลำดับหนี้ที่ต้องชำระ โดยหลัก ๆ แล้ว มี 2 วิธี คือ ชำระหนี้ที่มียอดคงเหลือน้อยที่สุด ซึ่งจะทำให้มีเงินเหลือเพื่อนำไปชำระหนี้ก้อนอื่นได้ และช่วยสร้างกำลังใจในการบริหารจัดการหนี้ก้อนต่อ ๆ ไป ส่วนอีกวิธีหนึ่ง คือ การชำระหนี้ที่จ่ายดอกเบี้ยสูงที่สุด ซึ่งเป็นการช่วยประหยัดเงินค่าดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย อย่างไรก็ตาม การที่จะเลือกวิธีไหนนั้นก็ต้องเลือกให้เหมาะสมกับตัวเองมากที่สุด

วางแผนชำระหนี้

3. หาเงินเพื่อชำระหนี้

มาถึงตรงนี้ก็ต้องสำรวจว่ามีเงินเหลือเท่าไหร่ในแต่ละเดือนเพื่อนำไปชำระหนี้ ถ้าเงินเหลือไม่เพียงพอก็ต้องหาทางแก้ไข ซึ่งวิธีที่ง่ายที่สุดและลงมือทำได้ทันที คือ การลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ การขายทรัพย์สินที่มีอยู่ หรือแม้กระทั่งเงินคืนภาษีจากกรมสรรพากร จากนั้นก็นำไปชำระหนี้ตามแผนที่วางเอาไว้

4. เน้นชำระหนี้อันดับแรก

หากมีหนี้ที่ต้องชำระหลาย ๆ รายการ ควรปลดหนี้อันดับแรกที่ได้จัดลำดับไว้ให้หมดเร็วที่สุดก่อน ส่วนหนี้ก้อนอื่น ๆ ให้ชำระขั้นต่ำ โดยวิธีการดังกล่าวให้เป็นการเน้นไปที่หนี้ทีละรายการซึ่งจะสามารถชำระหนี้ได้เร็วยิ่งขึ้น เพราะทำให้ยอดเงินต้นลดลงอย่างรวดเร็วและดอกเบี้ยจ่ายก็ลดลงเร็วตามไปด้วย และเมื่อปลดหนี้ลำดับแรกเสร็จแล้วก็จัดการปลดหนี้ลำดับถัดมา และทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะปลดหนี้หมดทุกรายการ

5. เก็บออม

เมื่อชำระหนี้ทั้งหมดแล้วก็ควรเน้นไปที่การเก็บออม โดยเมื่อมีรายรับเข้ามาก็ต้องหักเงินแยกในบัญชีเงินออมอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้กลับไปเป็นหนี้อีกครั้งในอนาคต โดยเงินออมก้อนแรกที่ควรมี คือ เงินออมเผื่อฉุกเฉิน

อีกทั้ง ควรจัดทำแผนการใช้เงินด้วยการแยกประเภทค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและไม่จำเป็นออกจากกัน และพยายามใช้เงินจากงบประมาณที่ตั้งไว้เท่านั้น ที่สำคัญเมื่อผ่านพ้นวิกฤติหนี้สินไปได้แล้วก็ควรเป็นหนี้เท่าที่ชำระไหว ไม่เกินความสามารถในการชำระหนี้ และทุกครั้งควรคิดให้รอบคอบว่าหนี้ที่กำลังจะก่อนั้นเป็นหนี้ดีหรือไม่ รวมกับหนี้เดิมแล้วชำระไหวหรือไม่ เพื่อให้สามารถจัดการการเงินของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา : ฐิติเมธ โภคชัย ฝ่ายพัฒนาความรู้ผู้ลงทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...