โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้ยัง? สภารับหลักการกฎหมาย “ห้ามผู้ปกครองเฆี่ยนตีบุตร” แล้ว

NewsXtra

อัพเดต 25 ก.ค. 2567 เวลา 14.25 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2567 เวลา 07.25 น. • NewsXtra
  • มติ 400 ต่อ 0 สภารับหลักการ
  • กฎหมาย “ห้ามผู้ปกครองเฆี่ยนตีบุตร”
  • เสนอโดย สส.พรรคก้าวไกล

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 25 ก.ค.67 มีมติ 400 ต่อ 0 รับหลักการร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) เสนอโดยพรรคก้าวไกล

สาระสำคัญเป็นการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1567 (2) จากที่ระบุว่าผู้ใช้อํานาจปกครองมีสิทธิ “ทําโทษบุตรตามสมควรเพื่อว่ากล่าวสั่งสอน” เป็น “ทําโทษบุตรเพื่อว่ากล่าวสั่งสอนตามสมควร แต่ต้องไม่เป็นการกระทําทารุณกรรม หรือทําร้ายร่างกายหรือจิตใจ ไม่เป็นการเฆี่ยนตี หรือทําโทษอื่นใดอันเป็นการด้อยค่า

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้อภิปรายสรุป 4 ประเด็นในร่างแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1567(2) หรือที่รู้จักในชื่อ “กฎหมายไม่ตีเด็ก” เพื่อเชิญชวน สส. ทุกคนโหวตรับหลักการวาระ 1 โดยยกหลักการสำคัญในร่างฉบับนี้ คือการคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กต้องมาก่อน (The best interest of the child)

(1) เราไม่อาจปฏิเสธว่าในสังคมมีความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับเด็กอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แม้จะมีผู้อภิปรายว่าจะแก้ไขกฎหมายนี้ไปทำไม ในเมื่อมีกฎหมายอื่นเต็มไปหมดที่สามารถใช้ได้ แต่ในเมื่อข้อเท็จจริงยังมีความรุนแรงที่กระทำกับเด็กเกิดขึ้นดาษดื่น และพ่อแม่ผู้ปกครองเข้าใจสิ่งที่เขียนในกฎหมายผิดไปจากเจตนารมณ์ของการออกกฎหมาย โดยเฉพาะที่ระบุ “ผู้ปกครองมีสิทธิทำโทษบุตรตามสมควร” คำถามคือ “ตามสมควร” มีขอบเขตอย่างไร เมื่อสภาฯ เห็นปัญหานี้ จะนิ่งเฉย ไม่ทำอะไรอย่างนั้นหรือ

(2) แม้พ่อแม่ผู้ปกครองไม่ได้ตั้งใจทำร้ายลูก บอกว่าแค่ “ตีให้เจ็บเพื่อให้เด็กจำ” แต่ตนมองตรงกันข้าม หลายครั้งเด็กที่เติบโตขึ้นมา เขารู้สึกเจ็บที่ต้องจำว่าครั้งหนึ่งเคยถูกใช้ความรุนแรงจากคนในครอบครัว นำไปสู่บาดแผลทั้งทางกายและทางใจ ตลอดจนโรคซึมเศร้า การนับถือตนเองต่ำ (low self-esteem) การฆ่าตัวตาย สภาพอารมณ์แปรปรวนก้าวร้าว สภาวะต่อต้านสังคม ส่งผลต่อการเรียนรู้ระยะยาว

(3) เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นการทบทวนร่วมกันว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1567(2) ที่ใช้มาหลายสิบปี มีปัญหาหรือไม่ เพราะเดิมวางหลักว่าผู้ปกครองทำโทษบุตรตามสมควรเพื่อว่ากล่าวสั่งสอน ปัญหาคือนิยามคำว่า “ตามสมควร” เป็นอย่างไร หลายครั้งเด็กหยุดพฤติกรรมเพราะความเจ็บปวด แต่ไม่ได้เข้าใจเหตุผลว่าผู้ปกครองลงโทษแบบนั้นเพราะอะไร ประเทศไทยวันนี้ควรไปไกลกว่าการลงโทษด้วยไม้เรียวแล้ว

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังให้คำมั่นโดยสมัครใจต่ออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิเด็ก ว่าเราจะปรับแก้กฎหมายและควบคุมบทลงโทษว่าด้วยความรุนแรงต่อบุตรให้แล้วเสร็จในปี 2564 ซึ่งจนถึงปัจจุบัน ล่าช้ามากว่า 3 ปี จึงต้องมีการรับหลักการและศึกษากฎหมายฉบับนี้

(4) การแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ ไม่ใช่การแก้ปัญหาทั้งหมดหรือแก้แบบสำเร็จรูป แต่ต้องควบคู่กับการเปลี่ยนแปลงวิธีคิด บรรทัดฐาน ทำงานเชิงสนับสนุนพ่อแม่ผู้ปกครองให้ใช้วินัยเชิงบวกเพื่อหยุดวงจรความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็น การลาเลี้ยงดูบุตร เงินอุดหนุนเด็กถ้วนหน้า ระบบสนับสนุนทั้งหมด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...