“กบข.” หนีลุย “หุ้นตปท.” สิ้นไตรมาส1/24 ลดนน. “หุ้นไทย” เหลือ 4.11%... สุดฝืน แผน “หุ้นไทย” & “กองอสังหาฯ ไทย” ตั้งแต่จัดตั้งยัง “ติดลบ” ทั้งคู่ !!!
Wealthy Way: ปีนี้แม้ภาพรวมของตลาดหุ้นทั่วโลกจะปรับตัวดีขึ้น แต่ “หุ้นไทย” ก็ยังคงเป็นหนึ่งในตลาดที่ยังติดลบอยู่ ตั้งแต่ต้นปี -4.54% “ต่างชาติ” เทขายไปแล้วกว่า -7.8 หมื่นล้านบาท (ที่มา: set.or.th, วันที่ 30 พ.ค. 24)
ซึ่งจริงๆ แล้ว ต้องเรียกว่า “หุ้นไทย” ไม่ไปไหนมานานเป็นทศวรรษแล้ว จนถูกมองว่าเป็นตลาดที่ “ไร้เสน่ห์” และเริ่มเห็นการขยับขยายออกไปลงทุนใน “ต่างประเทศ” กันเพิ่มมากขึ้นของนักลงทุนไทย
แม้แต่นักลงทุนสถาบันรายใหญ่อย่าง “กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ” (กบข.) ก็เช่นเดียวกัน ปัจจุบันมีเพดานลงทุนต่างประเทศ “ไม่เกิน 60%”
ณ สิ้นไตรมาสที่1/24 กบข.มีเงินลงทุนส่วนสมาชิกกว่า 4.8 แสนล้านบาทขยับสัดส่วน “หุ้น” ขึ้นเป็น 18.38% จากสิ้นปี23 ที่ 16.40%
แต่ลงทุนใน “หุ้นไทย” เหลือ 4.11% จากสิ้นปี23 ที่ 4.32% ในขณะที่เพิ่มน้ำหนักการลงทุนหุ้นต่างประเทศขึ้นทั้ง “หุ้นตลาดพัฒนาแล้ว” และ “หุ้นตลาดเกิดใหม่” เป็น 10.01% (สิ้นปี23 อยู่ที่ 8.12%) และ 4.26% (สิ้นปี23 อยู่ที่ 3.96%) ตามลำดับ
ในแผนการลงทุนที่ กบข.มีให้สมาชิกเลือกนั้น ในส่วนของการลงทุนในไทยเองผลงานถือว่าไม่ดีนัก ณ สิ้นไตรมาส1/24 แผน “หุ้นไทย” บวกเล็กน้อย +0.16% ในขณะที่แผน “กองอสังหาริมทรัพย์ไทย” ยังติดลบอยู่ -0.99%
แผนลงทุนในไทยของ กบข. ลงทุนอะไรบ้างนั้น ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้รวบรวมเอาไว้ให้แล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย
แผน “หุ้นไทย” ตั้งแต่จัดตั้งผลงานยังติดลบอยู่ -0.31% ต่อปี…สิ้นไตรมาส1/24 หุ้น “BBL” หลุด Top10 มี “MINT” เข้ามาแทน
ในอดีต “กบข.” เองก็ถือเป็นผู้เล่นหลักที่สำคัญใน “ตลาดหุ้นไทย” แต่อย่างที่ทราบว่า หุ้นไทยเองก็ไม่ไปไหนมานานมากแล้ว ไมใช่เพิ่งมาเป็น แม้กรอบการลงทุนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Asset Allocation: SAA) ในปัจจุบันจะเป็นกรอบที่วางไว้เมื่อ 3ปีก่อนแล้วก็ตาม และจะมีการทบทวนทุก 3ปี ซึ่งจะถึงรอบการทบทวนอีกครั้งในปลายปี24 นี้ แต่ก็สะท้อนภาพว่า น้ำหนัก “หุ้นไทย” ก็ไม่ได้มากอะไรมาระยะหนึ่งแล้ว
แน่นอนว่าโอกาสการลงทุนในต่างประเทศเองก็มีความน่าสนใจมากกว่าด้วยเช่นกัน และหากดูผลงานของการลงทุนในไทยผ่านแผน “หุ้นไทย” ซึ่งจัดตั้งเมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2019 นับถึงปัจจุบันก็กว่า 5 ปีมาแล้ว ผลตอบแทนตั้งแต่จัดตั้งก็ยังติดลบอยู่ -0.31% ต่อปี
ณ สิ้นไตรมาสที่1/24 หุ้น 10 อันดับแรกที่ลงทุนมากสุดนั้น มีน้ำหนักรวมกัน 48.32% ของพอร์ต เพียง BBL ที่หายไป ในขณะที่มี MINT เข้ามาแทนที่ส่วนอีก 9ตัวที่เหลือยังคงเหมือนเดิม แค่น้ำหนักเปลี่ยนไปเท่านั้นเอง ได้แก่ AOT, PTT, ADVANC, PTTEP, GULF, SCB, BDMS, CPN และ KBANK ตามลำดับ”
แผน “กองอสังหาฯ ไทย” ตั้งแต่จัดตั้งผลงานยังติดลบอยู่ -5.18% ต่อปี… ส่วนจะเพิ่มน้ำหนัก “หุ้นไทย” ขึ้นหรือไม่นั้น รอทบทวนกรอบ SAA สิ้นปีนี้
หันมาดูแผน “กองอสังหาฯ ไทย” กันบ้าง จัดตั้งเมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2020 นับถึงปัจจุบันก็กว่า 4ปีแล้ว ผลตอบแทนยังคงติดลบอยู่ -5.18% ต่อปี
โดย 5 กองทุนอสังหาฯ ที่ลงทุนมากสุด มีน้ำหนักประมาณ 67.26% ของพอร์ต ประกอบด้วย FTREIT, WHART, LPF, CPNREIT และ TFFIF ตามลำดับ
“ทั้งนี้จะพบว่า การลงทุนในไทยของ กบข. ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาเองก็ไม่ง่าย สะท้อนภาพผ่านแผน ‘หุ้นไทย’และ ‘กองอสังหาฯ ไทย’ที่ตั้งแต่จัดตั้งยังคง ‘ติดลบ’อยู่ทั้งคู่ และสิ้นไตรมาสที่1/24 ก็ถือเป็นแผนที่ผลงานไม่ดีเมื่อเทียบกับแผน ‘หุ้นต่างประเทศ’ ที่ทำได้ +13.71% แม้ว่าตั้งแต่จัดตั้งเมื่อ 30 พ.ย. 2021 ยังคงติดลบอยู่ -1.33% ต่อปี ก็ตาม แต่จากภาพดังกล่าวก็ไม่น่าแปลกใจอะไรถ้า กบข. จะให้น้ำหนักการลงทุนในหุ้นไทยไม่มากนัก ซึ่งคงไม่ต่างอะไรกับนักลงทุนทั่วไปในช่วงที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน ส่วนจะเพิ่มน้ำหนักหุ้นไทยขึ้นหรือไม่นั้น คงต้องรอทบทวนแผน SAA สิ้นปีนี้อีกครั้ง”
“หุ้นไทย” ไร้เสน่ห์จริงหรือไม่?ยากที่จะตอบ เพราะทุกตลาดก็มีโอกาสของตัวเอง “รัฐ” เองก็พยายามที่จะใช้มาตรการต่างๆ เพื่อทำให้ตลาดหุ้นไทยกลับมาคึกคักได้อีกครั้ง ตรงนี้ก็ยังคงต้องจับตาดูต่อไปว่าจะเป็นเพียงแค่ “ความฝัน” หรือเปล่าเท่านั้นเอง แต่สิ่งสำคัญคือ “การกระจายการลงทุน” (Asset Allocation) ให้เหมาะสม เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการลงทุนของตัวเองด้วยเช่นกัน
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน