โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Sound Healing ศาสตร์แห่งการบำบัดด้วยคลื่นเสียง ที่เป็นมากกว่าการตีขัน

Gourmet & Cuisine

อัพเดต 29 พ.ค. 2567 เวลา 08.15 น. • เผยแพร่ 29 พ.ค. 2567 เวลา 07.56 น. • Gourmetand & Cuisine เว็บไซต์รวมเรื่องราวอาหาร

เคยได้ยินไหมว่าการไปคอนเสิร์ตช่วยให้อายุยืนขึ้น? แล้วเคยรู้สึกไหมว่าการฟังเพลงช่วยคลายความกังวลได้? เสียงดนตรีคอยช่วยเหลือเรามาตลอด จนกระทั่งเกิดเป็นศาสตร์ๆ หนึ่งเรียกว่า ศาสตร์การบำบัดด้วยคลื่นเสียง หรือ Sound Healing

Sound Healing ศาสตร์แห่งการบำบัดด้วยคลื่นเสียง ที่เป็นมากกว่าการตีขัน

คนไทยอาจฟังดูเหมือนเป็นศาสตร์ใหม่ แต่จริงๆ แล้วการบำบัดด้วยคลื่นเสียงมีมานานมากในต่างประเทศ ฉบับนี้โชคดีที่มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณเตอร์-รัฐกานต์ หาเรือนกิจ เจ้าของ Ratha Healing สตูดิโอที่มีไว้สำหรับการบำบัดด้วยเสียง คุณเตอร์เล่าให้ฟังว่าอันที่จริงแล้วมนุษย์อยู่คู่กับเสียงมาเนิ่นนานแทบจะแยกจากกันไม่ได้ ถ้านึกไม่ออกให้ลองนึกถึงพิธีกรรมของมนุษย์โบราณ พวกเขาต้องใช้ทั้งเสียงของตัวเอง หรือประดิษฐ์เครื่องดนตรีเพราะต้องการใช้เสียงเหล่านั้นในการทำพิธีสื่อถึงสิ่งที่พวกเขานับถือ ศาสตร์การบำบัดด้วยเสียงเกิดขึ้นที่ประเทศเนปาล ประเทศที่ยังเน้นใช้ชีวิตให้กลมกลืนกับธรรมชาติ และใช้เสียงในการกล่อมเกลา หลังจากนั้นศาสตร์นี้ก็แพร่หลายออกไปยังจีน และไกลถึงอเมริกา ที่ไทยเองก็เริ่มมีคนรู้จักมากขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ส่วนคุณเตอร์รู้จักศาสตร์นี้มาประมาณ 6-7 ปีก่อน เพราะช่วงนั้นเครียดกับการเลี้ยงลูกมาก ซึ่งก่อนหน้านั้นทำงานเป็น PR ต้องพบปะผู้คน ได้พูดคุยกับคนอื่นอยู่ตลอด แต่พอมีลูกก็ต้องทุ่มความสนใจทั้งหมดให้ลูก ทำให้คุณเตอร์เหนื่อยมาก พยายามหาทางออกไปเรื่อยๆ จนพบกับศาสตร์นี้ พอได้ลองฟังคลื่นเสียงแล้วรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก เหมือนเป็นการจุดประกายให้อยากศึกษาศาสตร์นี้อย่างจริงจังถึงขั้นบินไปเรียนที่เนปาล และยิ่งเรียนยิ่งแตกฉาน คุณเตอร์จริงจังกับศาสตร์นี้มาก เมื่อกลับมาจึงเปิดสตูดิโอเป็นของตัวเอง แล้วผันตัวจากผู้เรียนมาเป็นครูผู้สอนแทน

Sound Healing ศาสตร์แห่งการบำบัดด้วยคลื่นเสียง ที่เป็นมากกว่าการตีขัน

Ratha Healing เป็นสตูดิโอสำหรับทำการบำบัดด้วยคลื่นเสียง พื้นที่อาจไม่ได้ใหญ่โต แต่เมื่อเข้าไปแล้วจะเห็นอุปกรณ์บำบัดมากมาย มีทั้งขันหิมาลายันทำจากทอง ขันคริสตัล ฆ้อง ชาร์ป ฯลฯ ซึ่งอุปกรณ์แต่ละอย่างไม่ได้หามาได้ง่ายๆ เป็นอุปกรณ์ที่มีคุณภาพและใช้สำหรับการบำบัดโดยเฉพาะ คุณเตอร์เล่าว่าขันสีทองที่เห็นเป็นขันจากเทือกเขาหิมาลัย ทำขึ้นโดยช่างฝีมือชาวเนปาล ซึ่งเป็นประเทศที่ใช้ชีวิตอยู่กับศาสตร์บำบัดนี้มานานจึงเชี่ยวชาญด้านการทำขันและมีร้านรับบำบัดตั้งอยู่ทั่วประเทศ

Sound Healing ศาสตร์แห่งการบำบัดด้วยคลื่นเสียง ที่เป็นมากกว่าการตีขัน

ขันหิมาลายันสีทองใบเล็ก คุณเตอร์ใช้ไม้ตีให้ฟัง เสียงไม่ได้ดังจนแสบหูแต่กลับรู้สึกได้ถึงคลื่นเสียงที่ช่วยให้สมองรู้สึกผ่อนคลาย นอกจากจะคลายความเครียดแล้ว คุณเตอร์บอกว่ายังสามารถช่วยเรื่องอาการปวดเมื่อยและออฟฟิศซินโดรมได้ด้วย วิธีการบำบัดคือต้องนอนคว่ำและวางขันพร้อมตีไปด้วยตามจุดต่างๆ ของร่างกาย เช่น หลังช่วงล่าง และสะบัก ส่วนไหนที่คลื่นไปกระตุ้นแล้วรู้สึกเจ็บ แปลว่าส่วนนั้นมีปัญหา

Sound Healing ศาสตร์แห่งการบำบัดด้วยคลื่นเสียง ที่เป็นมากกว่าการตีขัน
Sound Healing ศาสตร์แห่งการบำบัดด้วยคลื่นเสียง ที่เป็นมากกว่าการตีขัน

ขันคริสตัล มีไว้เพื่อบำบัดเหมือนกัน แต่ความแตกต่างอยู่ที่วัสดุ สีสัน เสียง และประเทศที่มา ขันคริสตัลสีขาวมาจากจีน ทำจากคริสตัลล้วน ส่วนขันคริสตัลหลากสีมาจากอเมริกาเป็นขันที่ใช้คริสตัลหลากหลายและผสมแร่ธาตุอื่นๆ เช่น Rose Quartz, Lemon Quartz ทำให้ขันเป็นสีชมพูบ้าง เหลืองบ้าง ดูน่ารักแต่ประสิทธิภาพไม่ได้ด้อยไปกว่าแบบอื่น แถมเสียงยังกังวานกว่าขันหิมาลายัน แต่คุณเตอร์บอกว่าจะไม่ใช้ขันคริสตัลตีแนบไปตามลำตัวผู้รับการบำบัด เพราะเสียงดังมาก เหมาะกับการวางที่พื้นแล้วตีมากกว่า

Sound Healing ศาสตร์แห่งการบำบัดด้วยคลื่นเสียง ที่เป็นมากกว่าการตีขัน
Sound Healing ศาสตร์แห่งการบำบัดด้วยคลื่นเสียง ที่เป็นมากกว่าการตีขัน

ภายในสตูดิโอ นอกจากขันแล้วเราจะเห็นฆ้องวงใหญ่ ฆ้องนี้สั่งทำมาจากเยอรมนี ใช้หลักการเดียวกันกับอุปกรณ์อื่นๆ คือตีให้คลื่นเสียงส่งมาถึงผู้ฟังนั่นเอง

Sound Healing ศาสตร์แห่งการบำบัดด้วยคลื่นเสียง ที่เป็นมากกว่าการตีขัน

สุดท้ายถามว่าการตีขันหรือตีฆ้องจะช่วยบำบัดได้จริงหรือ? คุณเตอร์บอกว่าอย่างแรกต้องเข้าใจก่อนว่านี่ไม่ใช่การใช้เวทมนตร์อะไร แถมยังอธิบายเป็นวิทยาศาสตร์ได้ด้วยซ้ำ เพราะคลื่นเสียงที่ออกมาก็เป็นคลื่นเสียงตามธรรมชาติ เกิดจากการกระทบกันของวัตถุ เมื่อได้ฟัง สมองจะเปลี่ยนไปโฟกัสกับเสียงที่เกิด ทำให้ผู้ฟังผ่อนคลาย หรือในบางกรณีก็อาจจะรู้สึกเหมือนตกอยู่ในภวังค์ คุณเตอร์ย้ำว่า Sound Healing ไม่ได้เป็นศาสตร์อันตราย แต่ถือเป็นศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณของมนุษย์อย่างเรามาไม่รู้กี่รุ่นต่อกี่รุ่น และนอกจากจะช่วยเรื่องอารมณ์แล้ว คลื่นเสียงที่สั่นสะเทือนออกมาสามารถลดอาการปวดเมื่อยและอาการออฟฟิศซินโดรมได้ ตามจริงแล้วการบำบัดหรือบรรเทาความเครียดมีหลายวิธี Sound Healing ก็เป็นวิธีหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมในหมู่คนไทยใน Gen Y-Z

Sound Healing ศาสตร์แห่งการบำบัดด้วยคลื่นเสียง ที่เป็นมากกว่าการตีขัน

ถ้าใครอยากคลายความกังวลจากชีวิตการงาน การเงิน ความรัก หรือมีอาการออฟฟิศซินโดรม การบำบัดด้วยคลื่นเสียงก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ คอร์สแนะนำ

  • คอร์ส Sound Healing 1,500 บาท/ชั่วโมง

  • คอร์ส Reiki & Sound Healing 2,500 บาท/1 ชั่วโมง 30 นาทีข้อมูล

  • พิกัด : Ratha Healing (ตึกเดียวกับ Craft) 1040 ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพฯ

  • โทร : 06-2624-1564

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...