โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'เคมเปไท' กับขบวนการต่อต้านญี่ปุ่น ของคนจีนในไทย

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 04 ก.ค. 2567 เวลา 02.06 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2567 เวลา 02.53 น.

เมื่อทหารญี่ปุ่นขึ้นเมืองและเพิ่มกำลังอยู่ในประเทศไทยมากขึ้น อันเป็นเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างคนไทยและทหารญี่ปุ่น เนื่องจากสื่อสารกันไม่เข้าใจแลมีประเพณีแตกต่างกันจึงมีเรื่องวิวาทกันอยู่เสมอ

ด้วยเหตุนี้ ทางไทยจึงได้ตั้งกองสารวัตรผสมไทย-ญี่ปุ่น ขึ้นอีก 3 หน่วย

1. หน่วยทหารสารวัตรผสม ไทย-ญี่ปุ่น ตั้งอยู่ ณ ศาลาแดง

2. หน่วยทหารสารวัตรผสม ไทย-ญี่ปุ่น ตั้งอยู่ ณ สโมสรไทผิง (ข้างโรงพยาบาลกลาง)

3. หน่วยทหารสารวัตรผสม ไทย-ญี่ปุ่น ตั้งอยู่ ณ ข้างวงเวียนเล็ก ธนบุรี (กองวิชาสนับสนุนการช่วยรบ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า, 2566, 205-206)

กำเนิดสารวัตรทหารผสมไทย-ญี่ปุ่น

เมื่อ 17 มกราคม 2485 สารวัตรทหารญี่ปุ่น (เคมเปไท) สารวัตรทหารไทยและตำรวจไทยมี “ข้อตกลงเกี่ยวกับการประชุมประสานงานตำรวจไทย-ญี่ปุ่น” มีสาระสำคัญให้ทั้งฝ่ายญี่ปุ่นไทยมีการปรึกษาหารือและปฏิบัติงานร่วมกัน

ต่อมา 7 ตุลาคม 2485 มีข้อตกลงระหว่างเจ้าหน้าที่กองอำนวยการคณะกรรมการผสมกับ พ.อ.ฮายาชิ หัวหน้าเคมเปไท ในข้อที่ 3 ระบุว่า

“การจับกุมบุคคลที่กระทำความผิดต่อกองทัพญี่ปุ่นนั้น ฝ่ายญี่ปุ่นจะไม่กระทำการโดยพลการ แต่หากจะร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย อาทิ สารวัตรทหารไทย ตำรวจไทย หรือเจ้าหน้าที่ปกครองท้องถิ่นทุกครั้ง แม้จะเป็นกรณีเร่งด่วน ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด อันอาจเป็นเหตุให้เกิดการต่อสู้ขัดขวางขึ้น”

ทั้งนี้ การดำเนินการของเคมเปไทจะร่วมมือกับฝ่ายไทยทุกครั้ง

อย่างไรก็ตาม มีบางครั้งที่เคมเปไทจับกุมชาวจีนฝ่ายจุงกิง หรือแขกอินเดียที่ต่อต้านญี่ปุ่นโดยพลการ ไม่บอกฝ่ายไทย แต่ฝ่ายไทยก็ทำการประท้วงการดำเนินการโดยพลการของเคมเปไท (เออิจิ มูราซิมา, 2541, 133)

สำหรับเรื่องการก่อตั้งสารวัตรทหารผสมนั้น สารวัตรทหารไทยบันทึกว่า เขาถูกส่งไปประจำสารวัตรผสมเป็นคนแรก มีหัวหน้าหน่วยฝ่ายไทย คือ ม.จ.พิสิษฐ์ ดิศกุล และฝ่ายญี่ปุ่น คือ พ.อ.ฟูจิโมโต มีที่ตั้งหน่วย ณ บ้านของเจ้าพระยายมราช ที่ศาลาแดง (เสถียร, 2518, 129)

ระเบียบปฏิบัติระหว่างสารวัตรผสมนั้นให้มีการวางกำลังพลผสม จัดวางกำลังของนายสิบ กำหนดพื้นที่รับผิดชอบ กำหนดการสอบสวน การปฏิบัติการสอบสวน และเรื่องด่วนที่ต้องรายงานต่อคณะกรรมการผสม (เสถียร, 2518, 130-131)

ชุมชนชาวจีนในไทยประหนึ่งลูกกำพร้า

ในช่วงนั้น ชุมชนชาวจีนในไทยเหมือน “ลูกกำพร้า” ที่ไร้คนปกป้อง ด้วยเมื่อญี่ปุ่นบุกไทยแล้ว ชาวจีนอยู่ภายใต้การจับตาอย่างใกล้ชิดจากญี่ปุ่นมากกว่าชาวไทย ในขณะที่รัฐบาลไทยมีนโยบายต่อต้านชาวจีนด้วยเช่นกัน

ดังเช่น ตำรวจจับกุมกรรมการสมาคมแต้จิ๋ว ได้แก่ ตังเกงชวน เลี่ยวกงพั้ว อื้อจื่อเหลียง และคนอื่นๆ ต้องหลบหนีไป นอกจากนี้ เคมเปไทยังจับกุมชาวจีนในไทย ด้วยเหตุต่อต้านญี่ปุ่นโดยไม่ขออนุญาตจากไทยก่อน (เออิจิ มูราซิมา, 2541, 133)

แม้นการดำเนินการของเคมเปไทจะร่วมมือกับฝ่ายไทยทุกครั้ง แต่ก็มีบางครั้งที่เคมเปไทจับกุมชาวจีนฝ่ายจุงกิง หรือแขกอินเดียที่ต่อต้านญี่ปุ่นโดยพลการ ไม่บอกฝ่ายไทย แต่ฝ่ายไทยก็ทำการประท้วงการดำเนินการโดยพลการของเคมเปไท (มูราซิมา, 2541, 133) ทั้งนี้ ช่วงสิงหาคม 2487 เคมเปไทจับกุมชาวจีนต่อต้านญี่ปุ่นกว่า 60 คนไว้ แต่ทางการไทยไม่ติดใจในการจับชาวจีนเหล่านี้ (อนุสรณ์หลวงสังวรฯ, 2516, 131)

แม้นไทยรู้สึกว่า กองทัพญี่ปุ่นละเมิดอธิปไตยของไทยแต่ก็มิได้ดำเนินการอันใด คงปล่อยให้เคมเปไทจับกุมชาวจีนตามอำเภอใจ บางครั้งก็ขาดหลักฐานชัดเจนและยังคุมขังไว้เกินกว่า 48 ช.ม.โดยไม่ตั้งข้อหา ซึ่งละเมิดต่อกฎหมายไทย แต่ญี่ปุ่นยืนกรานปราบปรามชาวจีนที่ต่อต้านและจารกรรมความลับของญี่ปุ่นต่อไป (พรรณี บัวเล็ก, 2540, 79-80)

ปรีดี พนมยงค์ เล่าว่า เมื่อ “กองกำลังทหารญี่ปุ่นที่รุกรานเข้ามาในประเทศไทยนั้น มิได้มีแต่ทหารหน่วยรบและหน่วยพลาธิการของญี่ปุ่นเท่านั้น หากญี่ปุ่นได้มีหน่วยสารวัตรทหารพิเศษ ซึ่งญี่ปุ่นเรียกว่า เคมเปไต อันมีลักษณะเช่นเดียวกับสารวัตรทหารพิเศษของฮิตเลอร์ เยอรมัน ที่เรียกว่า เกสตาโป สารวัตรทหารพิเศษนี้มีอำนาจจับคนที่ต้องสงสัยไปกักขัง ทรมานและเข่นฆ่าได้ ดังที่ญี่ปุ่นเคยทำมาแล้วในดินแดนจีนที่ตกอยู่ภายใต้การยึดครองของญี่ปุ่น” (ปรีดี พนมยงค์, 2525, 49)

การทรมานชาวจีน

ในขณะนั้นเลื่องลือกันว่า การสอบสวนผู้ต่อต้านญี่ปุ่นของเคมเปไทนั้นเหี้ยมโหดและมีการทรมานอย่างพิสดารน่าสยดสยอง ดังมีผู้บันทึกว่า ระหว่างสงคราม กรรมกรชาวจีนสังกัด พคท.หยุดงานประท้วงในโรงงานที่ผลิตสินค้าและชิ้นส่วนยุทโธปกรณ์ทางทหาร เคมเปไทจับกุมกรรมกรมัดมือมัดเท้าและมัดห้อยหัวลงพื้นแล้วทำการเฆี่ยนตี บ้างก็จับมัดแล้วกรอกด้วยน้ำผสมพริกตำหรือกรอกด้วยซีเมนต์เปียก ใช้สุนัขมากัดฉีกทึ้งเนื้อ กรอกน้ำสบู่ ตีด้วยไม้กระบอง หรือชอร์ตด้วยไฟฟ้าเพื่อให้สารภาพข้อมูลตามที่เคมเปไทต้องการ (เชาว์ พงษ์พิชิต, 2553, 242-243)

แม้นไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดถึงจำนวนชาวจีนที่ถูกจับ แต่คำบอกเล่าจากรุ่นสู่รุ่นของพ่อค้าจีนบางครอบครัวบันทึกไว้ว่า ญี่ปุ่นมีวิธีทรมานพ่อค้าจีนต้องสงสัยว่าเป็นฝ่ายต่อต้านญี่ปุ่น ดังกรณีเถ้าแก่อื้อหย่งซอ พ่อค้าข้าว ด้วยญี่ปุ่นสงสัยว่า เขาส่งเงินไปยังจีนช่วยต่อต้านญี่ปุ่น

เคมเปไทพาอื้อหย่งซอ ไปสอบสวนที่ค่ายข้างโรงพยาบาลกลาง แต่เขายังคงปฏิเสธจึงถูกทรมานด้วยการขังในกรงเหล็กตั้งตากแดด ให้อดน้ำอดอาหาร 3 วัน เขาก็ยังปฏิเสธ จึงนำขังที่คุกมืด จับเปลื้องเสื้อผ้าใช้สายยางอัดน้ำเข้าทางทวารหนัก แต่เขายังยืนยันปฏิเสธเช่นเดิม จนทหารญี่ปุ่นต้องปล่อยเขาออกมา (เชาว์, 246-249; ลลิตา ธีระสิริ, 2534, 377-381)

กรณีชิน โสภณพนิช

ในระหว่างสงคราม ชิน โสภณพนิช เป็นพ่อค้าอีกคนที่ให้ความช่วยเหลือขบวนการต่อต้านญี่ปุ่น ด้วยการเป็นสมาชิกเสรีไทยในสังกัดของ พล.ร.ต.สังวรฯ

เขาให้ความช่วยเหลือส่งเสบียงอาหารให้แก่เสรีไทยสายต่างประเทศที่เข้ามาปฏิบัติการในไทย

“นับว่าตื่นเต้นเอาเรื่องอยู่ไม่น้อยเพราะเขาเคยถูกสารวัตรทหารญี่ปุ่นจับ เป็นผลให้ถูกขังเสียหนึ่งคืน ก่อนที่พลเรือตรีสังวรยุทธกิจจะมาช่วยเหลือให้ออกไปได้”

หลังจากออกจากเงื้อมมือของเคมเปไทแล้ว เขาให้ความช่วยเหลือการต่อต้านญี่ปุ่นต่อไป เมื่อทราบข่าวว่า ทหารอเมริกันจะนำอาวุธมาทิ้งร่มให้ที่ศรีราชา เขาออกไปหาเช่ากระต๊อบเพื่อใช้เป็นที่หลบซ่อนอาวุธ รวมทั้งร่วมวางแผนให้ความช่วยเหลือทหารอเมริกันด้วย แต่สงครามสิ้นสุดลงเสียก่อน (อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ นายชิน โสภณพนิช, 2531, 87)

ปรีดี พนมยงค์ บันทึกกรณีเสรีไทยช่วยเหลือนายชินไว้ว่า “ฝ่ายสารวัตรทหารญี่ปุ่นที่เรียกกันว่า แคมเปอิ สมัยนั้น มีอำนาจมากได้ทำการจับกุมคนจีนและเชื้อชาติจีนในประเทศไทยไปทรมานและคุมขังหลายคน ซึ่งบางคนก็ถึงแก่ความตายในที่คุมขัง

ศูนย์กลางเสรีไทยเห็นว่า คนจีนและเชื้อชาติจีนที่ทำการต่อต้านญี่ปุ่นซึ่งถูกจับกุมนั้นก็มีวัตถุประสงค์ตรงกับเราในการต่อสู้ศัตรูเดียวกัน ฉะนั้น จึงสมควรหาทางช่วยเท่าที่จะทำได้ จึงได้ขอให้คุณหลวงสังวรฯ สารวัตรทหารไทยซึ่งได้รับตำแหน่งใหม่ (2487) ทำความรู้จักกับทหารญี่ปุ่นไว้ โดยเชิญมาปรนนิบัติการกินอาหารและสุราอย่างดีๆ เพื่อว่าจะมีเรื่องช่วยคนถูกจับบางคนได้

สารวัตรทหารญี่ปุ่นก็พอใจคุณหลวงสังวรฯ มาก มีกรณีหนึ่งที่พ่อค้าจีนถูกสารวัตรทหารญี่ปุ่นจับ ญาติมิตรขอพ่อค้าคนนี้ขอให้ฝ่ายเราช่วย คุณหลวงสังวรฯ ก็ช่วยเจรจากับทหารญี่ปุ่น โดยขอรับรองและประกันให้พ่อค้านั้นออกจากที่คุมขังของญี่ปุ่นได้ พ่อค้าคนนี้ได้มีหุ้นใหญ่ในธนาคารเล็กๆ ซึ่งพึ่งตั้งขึ้น ต่อมาธนาคารนั้นก็มีกิจการกว้างขวางใหญ่โตทั้งภายในประเทศและมีสาขาอยู่ในต่างประเทศ” (อนุสรณ์หลวงสังวรฯ, 2516, (14))

ควรบันทึกด้วยว่า คนจีนที่ถูกเคมเปไทจับกุมนั้น จากหนังสือพิมพ์จีนให้ข้อมูลว่ามีจำนวนราว 300 คน (เออิจิ มูราซิมา, 2541, 127)

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘เคมเปไท’ กับขบวนการต่อต้านญี่ปุ่น ของคนจีนในไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...