โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อ่อนแอก็แพ้ไป? เริ่มพบ'ผู้เสียชีวิต' ในสงครามตัดราคารถยนต์จีน

The Better

อัพเดต 18 ก.ค. 2567 เวลา 09.55 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2567 เวลา 10.00 น. • THE BETTER

ถ้าใครติดตามซีรีส์การทำสงครามราคาในค่ายรถยนต์จีนของ The Better คงจะทราบเบื้องหลังกันแล้วว่าอะไรเป็นอะไร แต่ถ้าใครยังตามไม่ทันโปรดอ่านรายงานเหล่านี่พื่อปูพื้น ก่อนที่จะเข้าสู่เอพิโสดล่าสุดของสงครามครั้งนี้

ตามรายงานของสื่อจีนคือ 'ตี้อีไฉจิง' 《第一财经》 เมื่อวันที่ 17 สงครามราคาที่ค่ายรถยนต์จีนและค่ายรถต่างชาติในจีนห้ำหั่นกันเพื่อชิงความเป็นหนึ่ง ตอนนี้พบผู้แพ้แล้ว ล้วนแต่เป็นค่านรถยนต์จากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น Mercedes-Benz, BMW และ Audi ซึ่งครองตลาดรถหรู แต่ต้านทานการหั่นราคาของค่ายรถจีนไม่ไหม ต้องพากันถอนตัวจากการทำสงครามราคา พูดง่ายๆ คือยอมยกธงขาวนั่นเอง

สื่อในจีนรายงานว่า ตัวแทนจำหน่ายหรือดีลเลอร์ BMW หลายรายในประเทศจีนระบุว่า ดีบริษัทหลักได้มีการยกเลิกการประเมินเป้าหมายยอดขายของดีลเลอร์ในภาคตะวันออกตั้งแต่ไตรมาสที่สาม ส่งผลให้แรงกดดันด้านสินค้าคงคลังของตัวแทนจำหน่าย BMW ลดลง และยังมีการลดการส่งเสริมการขายด้วยการลดราคาลง ส่งผลให้ ณ ตอนนี้ราคาต่อคันโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณ 13,000 หยวน

ก่อนหน้านี้ ดีเลอร์เผชิญกับแรงกดดันมหาศาลในการทำยอดขายให้ได้มากว่าค่ายอื่น จึงต้องทำสงครามราคาด้วยการลดราคาอย่างบ้าเลือด ส่งผลกระทบต่อยอดขายและส่งผลกระทบต่อความยั่งยืนของบริษัทอย่างหนัก ผลยังกลับเป็นตรงกันข้าม คือแทนที่ยอดขายจะเพิ่มขึ้นเพราะราคาลด แต่เมื่อราคาลดความต้องการของตลาดลดลง และตัวแทนจำหน่ายอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างมากในการสต๊อกสินค้าคงคลัง

จากการสำรวจดัชนีคำเตือนสินค้าคงคลังของตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ของจีน ในเดือนมิถุนายน ดัชนีคำเตือนสินค้าคงคลังของตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ของจีนอยู่ที่ 62.3% ซึ่งสูงกกว่าอัตราปกติ นอกจากนี้ การลดราคาอย่างต่อเนื่องและอย่างมากจะทำให้เกิดการสูญเสียมูลค่าแบรนด์รถยนต์หรูหราไปด้วย

นอกจาก Mercedes-Benz, BMW และ Audi แล้ว ตามรายงานของ Red Star Capital Bureau เมื่อวันที่ 17 ค่ายรถต่างประเทศอื่นๆ คือ Volkswagen, Toyota, Honda, Volvoอก็ได้ตัดสินใจปรับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมโดยจะไม่ลดราคาอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีทีท่าที่ค่ายรถจีนจะหยุดการลดราคาเพื่อทำสงครามราคา ดังนั้น สงครามนี้อาจจะจบลงในส่วนของค่ายรถต่างประเทศ หรืออาจจะกล่าวได้ว่า มันยังไม่จบ แต่ค่ายรถต่างประเทศ คือเหยื่อรายแรก (หรือผู้แพ้กลุ่มแรก) ในสงครามราคาค่ายรถในจีน

กระนั้นก็ตาม มีสัญญาณว่าสงครามครั้งนี้เริ่มจะมี 'ผู้เสียชีวิต' ชาวจีนแล้ว นั่นคือ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 'กว่างฮุ่ย'(广汇汽车服务集团) ดีเลอร์รถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในจีน มีราคาหุ้นลดลง 10.34% และราคาปิดอยู่ที่ 0.78 หยวนต่อหุ้น ทำให้ราคาหุ้นปิดต่ำกว่า 1 หยวนต่อหุ้นติดต่อกันที่ 20 วันซื้อขายและเสี่ยงจะถูกถูกเพิกถอนการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

ทั้งนี้ ตามกฎระเบียบตลาดหลักทรัพย์ หากราคาปิดรายวันของหุ้นของบริษัทต่ำกว่า 1 หยวน เป็นเวลา 20 วันทำการติดต่อกัน หุ้นของบริษัทอาจถูกเพิกถอนโดยตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้

ตามรายงานของสื่อจีน สำนักข่าว 'เหม่ยรื่อจิงจี้' 《每日经济新闻》 แม้ว่า กว่างฮุ่ยจะเป็นบริษัทใหญ่ แต่ความสามารถในการทำกำไรในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาไม่ค่อยดีนัก ในปี 2565 บริษัทขาดทุนสุทธิเกิน 2.6 พันล้านหยวน ในปี 2566 บริษัททำกำไรได้ 392 ล้านหยวน

กว่างฮุ่ยกล่าวว่าเนื่องจากการบริโภคในตลาดที่ลดลง การแข่งขันในอุตสาหกรรมที่รุนแรงขึ้น และสงครามราคาระหว่างผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่เพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาด ทำให้ปริมาณการขายรถยนต์ใหม่และอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

ทีมข่าวต่างประเทศ The Better
Photo by AFP / CHINA OUT

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...