คุยกับ “บูม ธนวรรณ” ถอดรหัสความสำเร็จน้องหมีเนย “Butterbear” กับแพสชั่นแบรนด์ส่งต่อความสุข
คงไม่มีใครไม่รู้จัก “น้องหมีเนย” จากแบรนด์ “Butterbear” ที่ชั้น G ดิ เอ็มสเฟียร์ (The EMSPHERE) ซึ่งกำลังฮอตสุดในเวลานี้ สร้างปรากฏการณ์ห้างแตกจากบรรดา #ด้อมน้องเนย ทั้งชาวไทยและต่างชาติที่ไปรอชมความสดใสน่ารัก “ประชาชาติธุรกิจ” ชวนถอดรหัสความสำเร็จและทำความรู้จัก “บูม-ธนวรรณ วงศ์เจริญรัตน์” ทายาทร้านอาหารดัง “คอฟฟี่ บีนส์ บาย ดาว” ที่ร่วมกับน้องสาว “เบลล์-ธนาภา ปางพุฒิพงศ์” เปิดร้าน Butterbear กับแพสชั่นที่อยากเป็นแบรนด์ส่งมอบความสุข
บูม-ธนวรรณ วงศ์เจริญรัตน์ ปัจจุบันอายุ 28 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาจิตวิทยาเด็ก มหาวิทยาลัยทัฟส์ (Tufts University) รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา เป็นทายาทของ “ดาว-ณัฐธยาน์ ปางพุฒิพงศ์” เจ้าของร้านอาหารที่มีชื่อเสียงอย่าง “คอฟฟี่ บีนส์ บาย ดาว” (Coffee Beans by Dao)
บูม ธนวรรณ เผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากเรียนจบก็กลับมาช่วย Coffee Beans by Dao ดูด้านการตลาด เพราะยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากทำงานอะไร หรืออยากเรียนต่อด้านไหน รู้แค่เพียงชอบด้านมาร์เก็ตติ้ง เมื่อเข้ามาทำงานที่ Coffee Beans by Dao จึงเริ่มต้นรีแบรนด์ เปลี่ยนโลโก้ ทำแพ็กเกจจิ้งใหม่ เปลี่ยนภาพจำใหม่ ตลอดจนใส่เรื่องราวและปรับรูปลักษณ์ของขนม Coffee Beans by Dao
ช่วยครอบครัวทำธุรกิจได้ครึ่งปี บูม ธนวรรณ ก็ออกมาทำแบรนด์ขนมของตัวเองในชื่อ “สกินนี่ลิเชียส” (SKINNYLICIOUS) โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากการเป็นกรดไหลย้อนของตัวเอง ทำให้กินขนมที่ทำจากนมวัวไม่ได้ จึงเกิดเป็นแบรนด์ขนมสุขภาพขึ้นมา เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับคนรักสุขภาพและคนที่แพ้อาหาร
นอกจากนี้ บูมยังเคยเป็นศิลปินในค่าย “กามิกาเซ่” เธอ กล่าวว่า แม้เป็นระยะเวลาไม่นาน แต่ตอนเด็ก ๆ ถ้ามีโอกาสอะไรก็อยากลองทำ คุณพ่อ-คุณแม่ บอกตลอดว่าไม่ลองไม่รู้และจะเสียใจในวันอายุมากแล้ว ถือเป็นประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์กับ Butterbear ในปัจจุบันเหมือนกัน เพราะเคยทำมาก่อนจึงทำให้วันนี้มีไอเดีย ทั้งการทำเพลง มิวสิกวิดีโอ หรือเดินสายโชว์ตัว
บูมยังกล่าวอีกว่า เป็นคนชอบทำขนมตั้งแต่เด็ก เมื่อก่อนตอน Coffee Beans by Dao เปิดใหม่ ๆ คุณแม่ทำขนมทุกออร์เดอร์เองทั้งหมด ทำจนถึงตี 3 ทุกวัน จึงอยู่ในห้องครัวรอคุณแม่ทำขนม ทำให้ซึมซับไปในตัวและบางครั้งก็ช่วยทำบ้าง
“เห็นคุณแม่ทำตั้งแต่เด็ก ก็เลยเหมือนซึมซับไปในตัว แต่ไม่ได้ไปเรียนจริงจัง แค่เป็นความชอบส่วนตัว หลัก ๆ คือชอบกิน ไม่ได้ชอบทำขนาดนั้น ชอบทำเพราะอยากกินมากกว่า”
จุดเริ่มต้น Butterbear ไม่ง่าย
บูมเผยว่า Butterbear มีจุดเริ่มต้นช่วงโควิด-19 ตอนนั้นทุกคนเครียดกันมาก อยู่บ้านด้วยความกังวัล และหลายอย่างไม่แน่นอน แต่ยังมีขนมที่คุณแม่ทำ ยังมีความสุขได้กับการกินขนม ความธรรมดาในช่วงเวลาที่ยากลำบากจึงกลายเป็นความสุขเล็ก ๆ แม้จะแค่เสี้ยววินาทีก็ยังทำให้มีความสุขได้
Butterbear จึงกำเนิดขึ้นในวันที่ 14 มิถุนายน 2566 พร้อมกับแพสชั่นในการทำแบรนด์ขนมที่อยากส่งมอบความสุขผ่านประสบการณ์ที่ได้รับจากการกินขนม หรือได้มาสัมผัสแบรนด์ โดยช่วงแรกเป็นการเปิดผ่านช่องทางดีลิเวอรี่ออนไลน์ เพราะยังไม่แน่ใจว่าเมนูจะตอบโจทย์ลูกค้าหรือไม่ ประกอบกับยังหาพื้นที่เปิดร้านไม่ได้
ตอนเริ่มเปิดร้าน ความยากคือไม่มีสูตรตายตัวว่าทำแบบไหนแล้วจะดี ต้องลองผิดลองถูกช่วงแรก ๆ ยิ่งผ่านช่องทางดีลิเวอรี่ออนไลน์ยิ่งพบปัญหามาก ตอนที่เปิดตัวแบรนด์เป็นฤดูฝนพอดี ต้องโละสินค้าเป็นร้อยชิ้น เตรียมของ ฝนตก ขายไม่ได้ เป็นแบบนี้อยู่ร่วมเดือน และการขายออนไลน์เพียงอย่างเดียวทำให้ต้องเน้นมาร์เก็ตติ้งที่ฮาร์ดคอร์มาก
เมื่ออยากมีหน้าร้านก็หาที่ยาก ช่วงแรกจึงลองไปเปิดพ็อปอัพ และพบว่ากลุ่มลูกค้าไม่ตรงบ้าง ต้องโละสินค้าบ้าง เพราะยังไม่เป็นที่รู้จัก เหมือนกับสิ่งที่ทำยังไม่ตอบโจทย์คน จนกระทั่งช่วงปีใหม่ 2567 Butterbear จึงทำชุดของขวัญคุกกี้ขึ้นมา ทำให้เริ่มมีออร์เดอร์เข้ามามากขึ้น ซึ่งหลายคนขอให้เขียนโน้ตให้กำลังใจแปะไปด้วย หรือซื้อไปเยี่ยมญาติที่โรงพยาบาล จึงเริ่มรู้สึกว่า Butterbear มาถูกทาง นับเป็นเวลาร่วม 10 เดือนกว่าที่ Butterbear จะมีหน้าร้านอยู่ที่ชั้น G ดิ เอ็มสเฟียร์
“เราทำขนมที่แพ็กเกจจิ้งน่ารัก มีข้อความน่ารัก สามารถส่งต่อความสุขให้คนที่เป็นห่วงหรือว่ารัก แล้วคุกกี้ก็อยู่ได้นาน ไม่ใช่ขนมปังหรือโดนัทที่ต้องโละสต๊อกบ่อย ๆ”
น้องเนยอยู่ตั้งแต่วันแรก
บูมเผยว่า น้องเนยเกิดขึ้นมาพร้อมกับร้าน Butterbear ตั้งแต่วันแรก เพราะตั้งใจว่าจะทำแบรนด์ที่ส่งมองความสุข ยกตัวอย่างเช่น ดิสนีย์ที่มีตัวการ์ตูนน่ารัก ๆ เวลาไปสวนสนุกดิสนีย์ทำให้รู้สึก “ใจฟู” หรือแค่ถือแพ็กเกจจิ้งของดิสนีย์ก็รู้สึกมีความสุขแล้ว เลยอยากให้เกิดความรู้สึกแบบนั้นบ้างผ่านแบรนด์ Butterbear น้องเนยจึงอยู่กับแบรนด์มาตั้งแต่ตอนแรก
“ด้วยความที่บูมไม่ได้จบมาร์เก็ตติ้ง เราเลยไม่รู้ว่ามีชื่อเรียก Mascot Marketing หรืออะไรแบบนั้น เพียงแค่ทำในสิ่งที่เราคิดว่า ถ้าเราเป็นลูกค้าเราก็คงแฮปปี้ ทำแล้วมีความสุขและอยากส่งต่อ”
ปัจจุบันโลกโซเชียลเต็มไปด้วยความเครียด มีข่าวเศร้า โศกนาฏกรรมมากมาย เมื่อมีอะไรฮีลใจหรือทำให้รู้สึกเบาใจ คนดูก็สบายใจ ดูแล้วอยากดูอีก พอมีอะไรที่เป็นความสดใสในชีวิต
บูมเผยว่า สาเหตที่น้องเนยไปโด่งดังในหมูชาวจีนก่อน เพราะมีคลิปวิดีโอที่น้องไปเต้นวันเด็ก และมีคนเอาไปแชร์ในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียจีน จนชาวจีนให้ความสนใจ จากนั้น Butterbear จึงเปิดโซเชียลมีเดียในแพลตฟอร์มจีนและทำคอนเทนต์เพิ่มเติม กลุ่มชาวจีนจึงติดตามกัน ยิ่งเมื่อรู้ว่ามาที่ร้านและสามารถเจอน้องเนยได้ ก็เริ่มตามมากัน เกิดเป็นการแชร์ในโซเชียลแบบออร์แกนิก ฃว่ามาไทยสามารถมาเจอน้องเนยได้
เป้าหมายใหญ่ ส่งต่อความสุข
ประสบการณ์จากการทำ Coffee beans by Dao และ Skinnylicious บูมเผยว่า การที่จะทำอะไรได้นาน ต้องมีจุดมุ่งหมายที่มากกว่าอยากได้เงินเยอะ ๆ ซึ่งแล้วแต่คนบางคนอาจคิดแบบนั้นและเป็นพลังขับเคลื่อนก็ได้ แต่สำหรับเราเมื่อเป้าหมายเป็นตัวเลขจะรู้สึกเหนื่อยและเครียด
แต่เมื่อมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น คือการทำให้คนมีความสุข จึงตั้งเป้าหมายว่าอยากมอบความสุขให้ผู้คนผ่านแบรนด์ Butterbear
Butterbear จึงไม่มีขอบเขตที่วางไว้ ไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นร้านขนม แต่เป็นแบรนด์ที่อยากจะมอบรอยยิ้มให้ผู้คน หลายอย่างที่ Butterbear จะทำในอนาคตจึงขั้นอยู่กับว่าอะไรทำให้คนมีความสุขได้บ้าง เป็นที่มาของการมีเพลง มิวสิกวิดีโอ เป็นต้น
“หลัก ๆ เลยตอนนี้ ถ้าด้อมบอกว่าอยากให้ทำอะไร อันนั้นก็จะเป็นสิ่งที่เราจะทำ”
ปัญหาทำให้เก่งขึ้น
บูมเผยว่า วันที่เจอปัญหา เราท้อแท้ได้ แต่ให้มองว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรให้ตัวเองเก่งขึ้น หรือเติบโตขึ้นอีกก้าวหนึ่ง เพราะถ้าไม่เจอปัญหาเลยถือว่าค่อนข้างน่ากลัว แสดงว่าเราจะหยุดอยู่กับที่และไม่ไปไหน
“ช่วงแรกที่เริ่มทำ มีหลายครั้งที่บัญชีถามว่าปิดบริษัทไหม แต่เราเชื่อว่าแบรนด์นี้สามารถส่งต่อความสุขให้คนจริง ๆ แต่เราแค่ยังจับจุดไม่ได้ ก็ค่อย ๆ ดูปัญหาที่เจอ จะแก้อย่างไร จะจับจุดคนอย่างไรดี”
จุดที่ยากที่สุดจึงคิดว่าเป็นจุดเริ่มที่พบปัญหาเยอะ ๆ จนคิดจะล้มเลิก ถ้าผ่านตรงนั้นมาได้ และมองปัญหาว่าเป็นเหมือนตัวเพิ่มเลเวล เราจะทำได้เรื่อย ๆ ประกอบกับต้องมีแพสชั่นและจุดมุ่งหมายที่ตอบโจทย์ด้วย ถ้าทำอะไรที่ไม่ตอบโจทย์แพสชั่นก็อาจหมดไฟและยอมแพ้ได้ง่าย ต้องหาอะไรที่ทำแล้วมองว่าทำได้เรื่อย ๆ หรือจะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ
อำนวยความสะดวกแฟนคลับ
ปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนี้น้องเนยโด่งดังถึงขีดสุด สร้างปรากฏการณ์ห้างแตก แฟนคลับจากต่างประเทศก็ยังต้องบินมาดู บูมเผยว่า ตอนแรกที่ยังไม่เป็นกระแสในคนไทย สัดส่วนแฟนคลับชาวต่างชาติต่อคนไทยอยู่ที่ 80% ต่อ 20% แต่ปัจจุบันเป็นครึ่งต่อครึ่ง
นอกจากนี้ กระแสสุดฮอตบนโซเชียลมีเดีย ประกอบกับการมีสินค้าใหม่ ๆ เช่น เสื้อ ตุ๊กตา ที่ห้อยกระเป๋า มาให้เลือกซื้อนอกจากขนมเพียงอย่างเดียวในช่วงแรก ยังทำให้ยอดใช้จ่ายต่อบิลของ Butterbear เพิ่มขึ้นจากเฉลี่ย 300 บาท เป็น 1,500 บาท
ปัจจุบันมีแฟนคลับจำนวนมากอยากถ่ายรูปกับน้องเนย บางคนทุ่มเทกันสุด ๆ มาตั้งแต่ตีสี่ ทำให้เรารู้สึกว่าสิ่งที่อยากจะมอบความสุขให้ทุกคนจะกลายเป็นความลำบากหรือไม่
“เราตั้งใจจะมอบความสุข แต่ถ้าต้องมาลำบากเพื่อจะได้ความสุข อันนี้เป็นข้อกังวลของเรา ซึ่งกำลังหาแนวทางแก้ไข และจะดำเนินการอย่างไรได้บ้าง…อยากให้คนมาถ่ายรูปได้แบบที่ไม่ต้องมาลำบาก”
https://www.youtube.com/watch?v=FLd6SSiIOS4
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คุยกับ “บูม ธนวรรณ” ถอดรหัสความสำเร็จน้องหมีเนย “Butterbear” กับแพสชั่นแบรนด์ส่งต่อความสุข
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net