"สนธิ " ฉีกหน้ากาก "อ.ปริญญา" ชดใช้หนี้บุญคุณ! ปกป้อง "โจ๊ก" เคยมอบงานวิทยากรให้
"สนธิ " กระชากหน้ากาก "อ.ปริญญา" ออกสื่อปกป้อง "โจ๊ก" ตอบแทนบุญคุณ เคยมอบงานวิทยากรอบรมพนักงานสอบสวน-ดูงานเยอรมนี ซัดเป็นพวกศรีธนญชัยมั่วมัดรวม พ.ร.บ.ตำรวจ ม.131-ม.120ตีความเข้าข้างตัวเอง
วันนี้ (5 ก.ค.) นายสนธิ ลิ้มทองกุล เปิดเผยในรายการ "คุยทุกเรื่องกับสนธิ" ถึงเปื้องลึกเบื้องหลังกรณี นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ออกมาปกป้องเรื่องข้อกฎหมายฟอกตัวให้ "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ถูก ก.ตร.มีมติ 12 ต่อ 0 ย้ำคำสั่ง “บิ๊กต่าย”พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รักษาการ ผบ.ตร.ขณะนั้น ที่ให้ พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ ออกจากราชการไว้ก่อนถูกต้องแล้ว หลังมีหลักฐานเชื่อว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรง กรณีพัวพันกับเว็บพนันมินนี่ว่า ก่อนหน้านี้พล.ต.อ.สุรเชษฐ์มี นายวิษณุ เครืองาม ,พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส และ นายปรเมศวร์ อินทรชุมนุม เป็นกำแพงปกป้อง ล่าสุดนายปริญญา เทวานฤมิตรกุลตัวละครอีกตัวก็โผล่มาเป็นเนติบริกรฟอกตัวให้โจ๊ก ออกมาเชียร์ ความเห็นของนายวิษณุ ว่า มติ ก.ตร.ที่สนับสนุนคำสั่งของ "บิ๊กต่าย" นั้น ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซ้ำลากยาวไปถึงกฎหมายรัฐธรรมนูญ ทั้งๆ ที่ถกเถียงกันเรื่อง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ มาตรา 131 ซึ่งมีไว้จัดการกับตำรวจชั่ว นายปริญญาได้ออกมาเสียดสีแรง ๆ กับฝ่ายกฎหมายของตำรวจ ทำเหมือนพวกเขาไม่รู้กฎหมายอะไรเลย ทั้ง ๆ ที่ตำรวจเป็นอาชีพที่บังคับใช้กฎหมาย ประเทศไทยคงอยู่ได้ยากหากตำรวจไม่รู้กฎหมาย และจะอยู่ยากไปอีกหากตำรวจเข้าใจกฎหมายเหมือนนายปริญญาและ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์
นายสนธิ กล่าวต่อว่า การที่ นายปริญญาเห็นด้วยกับ นายวิษณุ เครืองาม โดยการลากเอา มาตรา 120 มามัดรวมกับ มาตรา 131 นั้น เป็นการตีความออกแนวศรีธนญชัย ไม่ได้ดูเจตนารมณ์ของกฎหมายจนมีคนออกมาสวนว่า ถ้ากฎหมายไม่ได้ให้อำนาจทางการปกครองกับตำรวจแล้ว จะมีมาตรา 131 ไว้ทำไม เพราะมาตรา 131 นั้น ให้อำนาจผู้บังคับบัญชาสั่งให้ออกได้ทันที หากลูกน้องไปกระทำความผิดร้ายแรง ส่วน มาตรา 120 นั้น เกี่ยวกับการสอบวินัยตำรวจที่ไม่โดนคดีอาญา ในกรณีลงโทษให้ออก ไล่ออก จำเป็นต้องฟังความเห็นของคณะกรรมการสอบสวนก่อน ถ้าไม่ฟังกลัวว่าจะเกิดความไม่เป็นธรรมยิ่งกว่านั้น นายปริญญา ยังพยายามปั่นมาตรา 140 ให้เป็นปมปริศนาว่านายกรัฐมนตรีไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน ทั้ง ๆ ที่มาตราดังกล่าวเป็นแค่พิธีกรรมส่งท้าย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคำสั่งว่าให้ออกหรือไม่ออกแต่อย่างใด
"ผมอยากถามถึง นายปริญญา ว่า กระโดดหาแสงเรื่องนี้โดยใสซื่อไม่มีวาระซ่อนเร้นเลยใช่ไหม ถ้าคิดว่าภาพลักษณ์ตัวเองดี จะมีเรื่องมอมแมมให้ครหาหรือเปล่า มันบ่แน่ดอกนาย คนเราต้องมองกันให้ลึกๆ " นายสนธิกล่าว
นายสนธิ กล่าวต่อว่า มีข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่เชื่อถือได้ระบุว่า ในสมัย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กลับเข้ามาดำรงตำแหน่งที่ สตช.อีกครั้งนั้น เขาได้เสนอโครงการ สองเรื่องให้ สตช.พิจารณา คือ 1. โครงการพัฒนาคุณภาพพนักงานสอบสวน กับ 2.โครงการพาตำรวจไปดูงานด้านการสอบสวนที่ประเทศเยอรมนี ซึ่งทั้งสองโครงการนั้น มี นายปริญญา เป็นวิทยากร โดยการผลักดันของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ อย่างไรก็ตามทาง สตช.ก็ได้ปัดปฏิเสธไปเพราะมองว่า อาจารย์มหาวิทยาลัยอย่าง นายปริญญา ขาดความรู้ความเข้าใจจากภาคปฏิบัติจริง ต่อให้เก่งตำราแค่ไหนก็ไม่มีทางเชี่ยวชาญทางกฎหมายเท่าตำรวจ อัยการและศาลได้
"แม้โครงการดังกล่าวไม่ได้รับการอนุมัติ แต่ก็เป็นหลักฐานยืนยันได้ว่า สายสัมพันธ์ของสองคนนี้มีมานานแล้ว เพราะมีผลประโยชน์ต่างตอบแทน ชดใช้หนี้บุญคุณกัน และ นายปริญญา คงลืมคติที่ว่าความลับไม่มีในโลก เลยออกมาช่วยโจ๊กรัวๆ ความเห็นเรื่องโจ๊กที่ดูใสซื่อในคราบวิญญูชนจอมปลอมอย่างนายปริญานั้นจึงเคลือบไว้ด้วยยาพิษ" นายสนธิ กล่าว
นอกจากนี้ นายสนธิ ยังได้กล่าวอีกว่า รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีต รองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่าวันนี้ได้ดู พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว หลังจากที่ ก.ตร.มติ 12 ต่อ 0 เห็นว่าการสั่งให้ พล.ต.อ สุรเชษฐ์ ออกจากราชการไว้ก่อน เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังคงยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย อย่างที่ นายวิษณุ เครืองามได้แถลงไว้ โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์อ้างมาตรา 131 ซึ่งเป็นมาตราที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ใช้เพื่อออกคำสั่งให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ออกจากราชการไว้ก่อนนั่นเอง
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ได้ถามนักข่าวว่า มีใครมี พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ปี 2565 ให้ดูได้บ้าง ก็ปรากฏว่ามีนักข่าวคนหนึ่งมีอยู่ในมือ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์จึงได้นำมาเปิดอ่าน มาตรา 131 วรรค 6 ให้ฟัง ซึ่งข้อความที่อ่านนั้นตกคำว่า "และ" กับ "เพื่อ" ทำให้ความหมายของมาตรานี้เปลี่ยนเป็นคนละเรื่องเลย
" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์8203; มีเจตนาอะไร คงไม่ต้องเดาให้เสียเวลา นี่คือนิสัยและสันดานของเขา ถ้าเขายังเป็นตำรวจบังคับใช้กฎหมายกับผู้อื่นบุคคลนี้จะน่ากลัวขนาดไหน"นายสนธิ กล่าว
นายสนธิ กล่าวด้วยว่าหลังคำสั่งก.ตร.ออกมาดับฝันโจ๊ก เขาก็ออกอาการขู่จะฟ้องดะ เมื่อเห็นว่าตัวเองเสียเปรียบ จะฟ้องทั้งนายกรัฐมนตรี ประธาน ก.ตร.และกรรมการ อีก 11 ท่านด้วย นี่คือเทคนิค เทคติกที่โจ๊กชอบใช้เมื่อเห็นว่าตัวเองเสียเปรียบ ฟ้องเพื่อต้องการเจรจา ถ้าเจรจาสำเร็จก็จะถอนฟ้อง ลูกน้องจะรู้ว่าเขาหลงตัวเอง คิดว่าตัวเองเก่งด้านกฎหมาย ยิ่งมีคนอย่าง นายวิศณุ เครืองาม คอยเป็นกุนซือ เขาก็ตีความกฎหมายเข้าข้างตัวเอง ทำร้ายผู้อื่นโดยไม่มีใครจับได้ไล่ทัน คงลืมไปว่าคนไทยหลายคนไม่ได้โง่เหมือนแฟนคลับตัวเอง มีบางคนบอกว่าเขาทำงานดี เช่นแก้ปัญหาเรื่องหนี้นอกระบบ ผมกำลังรวบรวมข้อมูลว่า มีกี่คดีที่ส่งฟ้องศาล จากที่อ้างว่าจับได้เป็นหมื่นๆ มีกี่คดีที่ศาลยกฟ้องขอให้ใจเย็นๆ ข้อมูลกำลังมา
"เอฟซีโจ๊ก หาว่าผมใส่ร้ายป้ายสีเขา ขอยืนยันว่าที่ออกมาพูดเป็นเรื่องจริง เพราะสื่อบางส่วนอยู่ใต้อิทธิพลโจ๊ก บางส่วนไม่อยากยุ่ง เงียบกันหมด มีแต่เนชั่นที่เชียร์สุดลิ่มทิ่มประตู ส่วนตัวผมไม่มีอะไรกับเขา ผมมีหน้าที่พูดความจริง กระชากหน้ากากคนไม่ดี คนโกหกให้พี่น้องประชาชนรับทราบ ถ้าโจ๊กพูดเรื่องจริง ตรงไปตรงมา ผมก็จะไม่เข้าไปยุ่ง เพราะปกติผมไม่ใช่คนชอบหาเรื่อง แต่นี่เขาชอบพูดโกหก สร้างภาพให้ตัวเองดูดีจึงผมต้องออกมาแฉ" นายสนธิ กล่าวในที่สุด
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO