โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปลี่ยนวิชายาก ๆ ให้เข้าใจง่าย ๆ ด้วยการจดเลคเชอร์ 3 ขั้นตอน เพื่อสร้างสมองที่สองในสมุดบันทึก

Dek-D.com

อัพเดต 01 ก.ค. 2567 เวลา 06.45 น. • เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2567 เวลา 02.19 น. • DEK-D.com
ลองเลย!

เปลี่ยนวิชายาก ๆ ให้เข้าใจง่าย ๆ ด้วยการจดเลคเชอร์ 3 ขั้นตอน เพื่อสร้างสมองที่สองในสมุดบันทึก

การจดเลคเชอร์เป็นการบันทึกความรู้จากการฟังบรรยาย ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับการเรียนทุกระดับชั้น แต่รู้ไหมว่า…ไม่มีใครที่สามารถจดเลคเชอร์ได้สมบูรณ์แบบหรอก เพราะผู้สอนมักพูดเร็วมาก และคนเราก็พูดได้เร็วกว่าเขียนถึงหกเท่า (พูดได้ 120 คำต่อการเขียน 20 คำในหนึ่งนาที) ดังนั้น การจดเลคเชอร์ที่ดีจึงต้องอาศัยการย่ออย่างชาญฉลาดถ้าแบบนั้นมาลอง เปลี่ยนวิชาง่าย ๆ ให้เข้าใจง่าย ๆ ด้วยการจดเลคเชอร์ 3 ขั้นตอน เพื่อสร้างสมองที่สองในสมุดบันทึก กันดีกว่า !

1. เตรียมพร้อมในการจด !

ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีสิ่งที่ต้องใช้ครบหรือไม่มีเทคนิคง่ายๆ มาแบ่งปันทุกคนด้วยเช่นกัน ใครถนัดเลคเชอ์แบบไหนก็ใช้แบบนั้นได้เลย

  • อย่าใช้ดินสอถึงแม้จะลบได้แต่ก็ทำให้เปื้อนอยู่ดี (อาจจะทำให้สมุดเลคเชอร์ของเราอ่านยากด้วยนะ)
  • หากจดบันทึกในแล็ปท็อปหรือแท็บเล็ต ให้เตรียมโฟลเดอร์แยกสำหรับจดบันทึก สแกนเอกสารกระดาษเป็นแบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดเพื่อให้อยู่ในที่เดียวกัน
  • หากจดบันทึกด้วยการเขียน ให้เตรียมสมุดบันทึกแยกเล่มแต่ละวิชา และใช้แบบมีช่องสำหรับใส่เอกสาร
  • หากได้รับแบบฝึกหัดหรือโจทย์จากห้องเรียนก็ให้เก็บแยกไว้เพื่อให้บันทึกมีความต่อเนื่อง

แต่สำหรับเพื่อนๆ ที่ยังไม่เคยเตรียมอุปกรณ์สำหรับการฟังบรรยายมาก่อน ให้ทำรายการของที่ต้องใช้ โดยสร้างนิสัยให้คิดทุกคืนว่า “พรุ่งนี้ต้องไปฟังบรรยายหรือไม่” แล้วเชื่อมโยงคำถามนี้กับกิจกรรมบางอย่างที่ทำในทุกคืน เช่น การชาร์จโทรศัพท์ หากคำตอบคือต้องไป ให้เตรียมของใช้จำเป็นสำหรับการฟังบรรยายวันรุ่งขึ้นไว้เลย หากมีนิสัยชอบจัดเตรียมอยู่แล้ว แต่มักลืมไว้ที่บ้าน ให้วางของไว้ที่หน้าประตูจะได้เห็นเวลาออกจากบ้าน

ส่วนแนวคิดการใช้ปากกาแดงสำหรับคำนิยามและไฮไลต์สีฟ้าสำหรับคำอธิบายอาจไม่ทำให้การจดบันทึกมีประสิทธิภาพมากนักเพราะต้องใช้เวลาและสมาธิในการเปลี่ยนสีปากกา แค่จดบันทึกให้เป็นระเบียบก็มีประโยชน์มากขึ้นแล้ว โดยเขียนวันที่และวิชาไว้ด้านบนหน้ากระดาษ เว้นขอบให้กว้างทั้งด้านซ้ายและขวา เพื่อให้มีพื้นที่จดข้อมูลเพิ่มเติมภายหลัง

หากจดบันทึกในแล็ปท็อป ให้ใช้ไฟล์ใหม่สำหรับจดบันทึกทุกวัน แล้วตั้งชื่อไฟล์ด้วย ปี-เดือน-วัน (เช่น 24-03-18) วิธีนี้จะทำให้คอมพิวเตอร์เรียงลำดับไฟล์ในโฟลเดอร์ไปตามวัน แล้วค่อยระบุหัวข้อของไฟล์นั้นไว้หลังวันที่ และขอให้ใช้โปรแกรมซิงก์ที่ช่วยแบ็กอัปไฟล์อัตโนมัติด้วย

หากเป็นไปได้ ควรไปถึงห้องบรรยายก่อนเวลาอย่างน้อยห้านาที เพื่อให้มีเวลาพักหายใจ เตรียมอุปกรณ์ และปิดโทรศัพท์ หากได้ทบทวนเอกสารก่อนฟังบรรยายก็จะยิ่งดี (หรืออ่านบันทึกที่จดไว้จากการบรรยายครั้งก่อนคร่าว ๆ) เพื่อเตรียมสมองให้พร้อมกับเรื่องที่จะฟัง

2. เริ่มจดเลคเชอร์ !

การทำความเข้าใจต้องใช้สมาธิมากจึงทำให้จดบันทึกได้น้อยลง ดังนั้นให้คิดไว้ก่อนว่าคาดหวังอะไรจากการเรียนเรื่องนี้ แล้วพิจารณาว่ามีอะไรที่จะช่วยได้อีก โดยพิจารณาก่อนจะฟังและจดบันทึกว่าจะให้ความสำคัญกับอะไร ระหว่างการทำความเข้าใจกับการเก็บรายละเอียดก่อน ส่วนใหญ่การทำความเข้าใจมักสำคัญกว่าการเก็บข้อมูล เพราะเรายังหารายละเอียดของเนื้อหาจากที่อื่นได้ ขณะที่วัตถุประสงค์ของการบรรยายคือ มีคนตัวเป็น ๆ มาอธิบายความหมายของข้อมูลเหล่านั้น แต่ถ้าพบว่าการบรรยายมีข้อเท็จจริงจำนวนมากที่ไม่อาจหาข้อมูลจากที่อื่นได้ก็ควรเตรียมจดให้รวดเร็ว

หากเน้นเก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ กลยุทธ์ก็จะตรงไปตรงมา นั่นคือต้องเขียนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความเข้าใจหรือแปลงความให้เป็นคำพูดของเราเอง หรือพูดได้ว่าอย่าจดสิ่งที่ไม่เข้าใจ ต่อให้คิดว่า “ฉันไม่แน่ใจว่า” แต่จะจดไว้ก่อนแล้วค่อยถามเพื่อน ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่เข้าใจมากขึ้น ดังนั้นหากทำได้ ควรถามผู้สอนทันทีเพื่อความชัดเจนหรือจดบันทึกไว้เพื่อถามในโอกาสต่อไป

หากวางแผนว่าจะมุ่งทำความเข้าใจการบรรยายก็ยังต้องเขียนให้เร็ว แต่ต้องแปลงคำบรรยายให้เป็นภาษาของตัวเอง กลยุทธ์ที่ง่ายที่สุดคือ ทำความเข้าใจสิ่งที่ผู้พูดกำลังสอน แล้วเขียนสิ่งที่คิด ไม่ใช่สิ่งที่ผู้สอนพูด กลยุทธ์นี้จะช่วยให้จดจ่อกับสิ่งที่ผู้สอนจะสื่อ และช่วยลดเวลาทำความเข้าใจพร้อมช่วยเรื่องความจำได้อีกด้วย

3. ประเมินเลคเชอร์ที่จดทันที !

จำไว้เสมอว่า ตัวเราในอนาคตจะมาอ่านเลคเชอร์นี้ ดังนั้นควรจดเพื่อตัวเราในอนาคตที่ต้องการบริบทและคำอธิบาย ซึ่งอาจจดไม่ง่ายนักหากขณะนั้น

จะรู้ได้อย่างไรว่าเลคเชอร์ของเรากระชับและชัดเจนหรือไม่ เมื่อผู้สอนเปิดโอกาสให้ถาม ขอให้ใช้ช่วงเวลานั้นประเมินบันทึกที่จดว่าจะอ่านรู้เรื่องในอนาคตหรือไม่ ลองดูว่าข้อเท็จจริงมากมายของการบรรยายเชื่อมโยงกับข้อเท็จจริงอื่นที่เป็นประเด็นใหญ่หรือไม่

ควรตรวจสอบด้วยว่าเลคเชอร์นั้นได้รวบรวมความเข้าใจของเราไว้ครบถ้วนแล้วหรือยัง อย่างน้อยที่สุดก็ตรวจหาแนวความคิดที่ยังไม่สมบูรณ์ ตัวย่อที่อ่านไม่เข้าใจ กราฟที่ไม่ระบุชื่อแกน ซึ่งอาจเข้าใจได้ในตอนนี้ แต่อาจไม่เข้าใจในอีกสองสามวันข้างหน้าก็ได้ ขอเน้นว่า ระหว่างฟังบรรยายมีหน้าที่สองอย่างคือ ทำความเข้าใจขณะฟังและจดบันทึก เพื่อให้มีสิ่งที่จะช่วยกระตุ้นความทรงจำในภายหลัง

เทคนิคเลคเชอร์สนุก ๆ มาจากหนังสือ Outsmart Your Brainเคล็ดลับที่จะทำให้คุณเก่งเกินสมองกับ 94 วิธีที่จะทำให้ต้านโหมดดีฟอลต์ของสมองตัวเอง แล้วเปลี่ยนบทเรียนที่คุณเคยยี้ให้กลายเป็นเรื่องง่ายขึ้นสำหรับคุณ !

สำหรับผู้ที่สนใจหนังสือ Outsmart Your Brain

สามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป
หรือสั่งซื้อทาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...