ส่องแนวโน้มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน 2022
ความห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ความยั่งยืน ธรรมาภิบาล รวมถึงความต้องการแหล่งพลังงานสะอาด ทำให้ทิศทางการใช้พลังงานของโลกเปลี่ยนไปสู่การใช้พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น
ดีลอยต์ (Deloitte) บริษัทที่ปรึกษาด้านการตรวจสอบบัญชี การบริหารจัดการและความเสี่ยงชั้นนำของโลกได้นำเสนอรายงาน “แนวโน้มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนปี 2022” (2022 renewable energy industry outlook) ระบุว่า ในปีหน้า อุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนจะดีดตัวขึ้นอย่างน่าทึ่ง โดยเป็นพลังงานที่มีศักยภาพการแข่งขันสูงที่สุดในหลาย ๆ ด้าน พร้อมกับนำเสนอทิศทางที่จะเป็นเทรนด์พลังงานหมุนเวียนในปี 2022 ที่กำลังจะมาถึง
1. ยุคใหม่ของเทคโนโลยีพลังงานสะอาด
พลังงานสะอาดคือเทรนด์ร้อนแรงในปีหน้า ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนล้วนกำลังพิจารณาถึงการลงทุนในธุรกิจที่สามารถเชื่อมต่อพลังงานธรรมชาติอย่างลมและแสงอาทิตย์เข้ากับเครือข่ายสายส่งกำลังไฟฟ้า (Electric Grid) เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานเกิดใหม่เชิงพาณิชย์ที่มีภาครัฐช่วยสนับสนุน โดยส่วนใหญ่จะเป็นโครงการนำร่อง เช่น โครงการไฮโดรเจนสีเขียว โครงการแบตเตอรี่ขั้นสูง รวมถึงระบบกักเก็บพลังงานอื่น ๆ
เทคโนโลยีเหล่านี้จะทำให้เกิดพลังงานไฟฟ้าไร้คาร์บอน ช่วยให้มีการจัดเก็บไฟฟ้าที่ยาวนานขึ้น ลดความแออัดของเครือข่ายสายส่งกำลังไฟฟ้า ลดความเสี่ยงด้านการลงทุนผลิตพลังงานหมุนเวียน (โดยเฉพาะพลังงานไฮโดรเจนสีเขียว) เพิ่มความเชื่อมั่นและอำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อพลังงานแสงอาทิตย์และลมเข้ากับระบบส่งกำลังไฟฟ้าปกติ พร้อมสนับสนุนเป้าหมายด้านพลังงานสะอาด 100%
เบื้องหลังของแรงผลักดันนี้ก็คือ การพัฒนาพลังงานไฮโดรเจนสีเขียวที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก นำมาสู่แนวนโยบายภาครัฐในการช่วยลดต้นทุนด้านโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่นับเป็นปัจจัยสำคัญในกระบวนการผลิต ในปี 2022 จึงคาดว่าการพัฒนาไฮโดรเจนสีเขียวจะเติบโตมากขึ้น เนื่องจากเป็นพลังงานที่มีศักยภาพในการทำหน้าเป็นที่กักเก็บเชื้อเพลิงในระยะยาว ภาครัฐและบริษัทพลังงานต่างตอบสนองต่อโอกาสนี้และเร่งผลิตไฮโดรเจนหมุนเวียน ขณะที่เทคโนโลยีการจัดเก็บพลังงานอย่างแบตเตอรี่ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ก็ยังคงได้รับความสนใจอย่างสูงเช่นกัน
2. โมเดลธุรกิจใหม่ด้านพลังงานแสงอาทิตย์
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา หลังจากที่ระบบการผลิตแผงโซลาร์เซลล์มีต้นทุนต่ำลง 85% พลังงานแสงอาทิตย์จากโซลาร์เซลล์ก็ได้กลายเป็นแหล่งพลังงานที่มีศักยภาพในการแข่งขันได้มากที่สุด โดยอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ได้พยายามคิดค้นรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ มากขึ้น ซึ่งในปี 2022 จะเห็นชัดเจนถึงการเติบโตของพื้นที่จัดเก็บพลังงานในรูปแบบโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ และการขยายโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ไปสู่ตลาดใหม่ ๆ
ทั้งนี้ หากนำระบบพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานก็จะเกิดประโยชน์ในเรื่องของต้นทุน ประสิทธิภาพในการดำเนินงาน รวมถึงการลดค่าใช้จ่ายทางภาษีในการลงทุนด้านพลังงงานหมุนเวียนมากยิ่งขึ้น
3. ระบบส่งไฟฟ้าทวีความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ
การพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเชื่อมต่อการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนจะมีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะปัญหาที่โรงงานมักตั้งอยู่ห่างไกลจากศูนย์กลางการใช้ไฟฟ้า ซึ่งจะถูกยกระดับมาเป็นส่วนสำคัญในวาระการประชุมของอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนในปี 2022 ขณะที่การสนับสนุนนโยบายและระเบียบข้อบังคับ การลงทุน ตลอดจนนวัตกรรม จะมีส่วนช่วยปลดล็อกปัญหาการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าซึ่งมักเกิดความล่าช้า โดยการลงทุนจะมีส่วนสำคัญต่อการสนับสนุนด้านการวางแผนและการขยายกำลังการผลิต
4. กลยุทธ์ซัพพลายเชนยังต้องพัฒนาต่อไป
ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนมีแนวโน้มที่จะพัฒนาต่อไป ท่ามกลางแรงกดดันด้านต้นทุนทางโลจิสติกส์ และความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน
ในปี 2021 อุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนอุปกรณ์ วัตถุดิบ และแรงงาน ซึ่งส่งผลให้มีต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ดังนั้นในปี 2022 บริษัทผู้พัฒนาพลังงานหมุนเวียนจึงพยายามแสวงหาซัพพลายเออร์ทางเลือกใหม่ พร้อมกับประเมินความต้องการทางด้านอุปทานเสียใหม่ รวมถึงพัฒนาสิ่งทดแทนเพื่อช่วยบรรเทาแรงกดดันเหล่านี้
นอกจากนี้ ในปีหน้า ผู้ติดตั้งและบริษัทพัฒนาพลังงานแสงอาทิตย์จำนวนมากมีแนวโน้มที่จะเพิ่มการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎระเบียบ โดยพยายามยึดมั่นตามแนวปฏิบัติในการตรวจสอบย้อนกลับด้านห่วงโซ่อุปทานพลังงานแสงอาทิตย์ที่กำหนดขึ้นโดยสมาคมอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายในการติดตามที่มาของวัสดุและชิ้นส่วนอุปกรณ์แผงโซลาร์ เพื่อพิสูจน์ว่าการจัดซื้อจัดจ้างนั้นปราศจากการกระทำผิดจรรยาบรรณเกี่ยวกับแนวปฏิบัติด้านแรงงาน
5. ยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจ (พลังงาน) หมุนเวียน
ในปี 2022 กลยุทธ์การจัดการวัสดุอุปกรณ์ที่หมดอายุ ตกรุ่น หรือชำรุด (end-of-life: EoL) ในอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนจะถูกให้ความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากในพื้นที่ที่มีการติดตั้งอุปกรณ์ในการผลิตพลังงานหมุนเวียน (เช่น แผงโซลาร์เซลล์) ในระยะแรกเริ่มใกล้จะสิ้นสุดอายุการใช้งาน ขณะที่การติดตั้งแผงโซลาร์ กังหันลม และการผลิตแบตเตอรี่ ที่คาดว่าจะไต่ขึ้นสู่ระดับสูงสุดอีกครั้ง จะทำให้การสร้างของเสียในอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียนมีแนวโน้มสูงขึ้นไปด้วยเช่นกัน จึงจำเป็นต้องมีแนวทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน (เฉพาะในสหรัฐอเมริกา มีการคาดการณ์ว่า ภายในปี 2030 แผงโซลาร์ที่เลิกใช้งานแล้วอาจก่อขยะรวมทั้งสิ้น 1 ล้านตัน และอาจมีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนจำนวน 80 ตันที่ถูกนำไปรีไซเคิล)
การคำนึงถึงความสามารถในการนำวัสดุอุปกรณ์กลับมาใช้ใหม่ได้ จะมีส่วนช่วยลดของเสีย เพิ่มความมั่นคงของทรัพยากร เพิ่มมูลค่าทางการเงิน รวมถึงรองรับความยั่งยืน โดยปัจจุบันผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในอุตสาหกรรม หน่วยงานกำกับดูแล และผู้กำหนดนโยบาย ได้เริ่มสำรวจวิธีแก้ปัญหาเพื่อยืดอายุและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน รวมถึงพิจารณาถึงวิธีฟื้นสภาพและการนำวัสดุของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มาใช้ซ้ำ
ในส่วนการสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนให้กับแบตเตอรี่ต้องเกิดความร่วมมือเชิงลึกมากขึ้นทั้งระหว่างอุตสาหกรรมต่าง ๆ และระหว่างธุรกิจกับผู้กำหนดนโยบาย เนื่องจากแบตเตอรี่ถูกนำไปใช้งานหลากหลาย แต่เพราะกฎระเบียบสำหรับการใช้ซ้ำและการรีไซเคิลแบตเตอรี่ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น จึงจำเป็นต้องมีแรงจูงใจเพื่อดึงดูดนักลงทุนภาคเอกชนด้วยมาตรการต่าง ๆ ที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ยั่งยืน
ภาพ :
ที่มา : รายงาน “2022 renewable energy industry outlook” โดย Deloitte
เรื่อง : มรกต รอดพึ่งครุฑ