โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หอการค้าภาคเหนือชู NorthernPremium ปลุกค้าชายแดนสู่จีน-อินเดีย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 มิ.ย. 2565 เวลา 03.35 น. • เผยแพร่ 06 ก.ย 2564 เวลา 11.29 น.
แฟ้มภาพ

หอการค้าภาคเหนือ เร่งยกระดับสินค้าและบริการภาคเหนือสู่ northern premium ผ่านแผนพื้นที่เศรษฐกิจภาคเหนือ NEC ลดผลกระทบด้านการค้า-ลงทุนที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว

เสนอปรับโครงสร้างนิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือให้เข้าสู่นวัตกรรม ดิจิทัล เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปลุกการค้าชายแดนสู่ตลาดกำลังซื้อสูงจีน-อินเดีย

นายวโรดม ปิฎกานนท์ ประธานคณะทำงานด้านการค้าการลงทุนและการค้าชายแดนภาคเหนือ คณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคเหนือ หอการค้าไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า

ได้เสนอแผนการพัฒนาด้านการค้าการลงทุนและการค้าชายแดนของภาคเหนือต่อการประชุมผังเมืองภาคเหนือ ครั้งที่ 1 ของกรมโยธาธิการและผังเมือง โดยให้ความสำคัญกับการปรับผังการพัฒนาเศรษฐกิจระดับภาค

ที่สำคัญคือการยกระดับสินค้าและบริการของภาคเหนือให้เป็น northern premium ผ่านพื้นที่เศรษฐกิจภาคเหนือหรือ northern economic corridor (NEC) เพื่อเพิ่มมูลค่าในการทดแทนผลกระทบด้านการค้าการลงทุนที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว

พร้อมกับการเสนอปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมภายใต้นิคมอุตสาหกรรมให้เข้าสู่อุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่เน้นนวัตกรรม ดิจิทัล และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเฉพาะที่จังหวัดลำพูน

นอกจากนี้ เป็นเรื่องการให้ความสำคัญกับการเชื่อมการค้าชายแดนกับประเทศที่มีกำลังซื้อสูง ได้แก่ จีนและอินเดีย โดยเฉพาะหอการค้าภาคเหนือ ได้ประสานงานกับกงสุลใหญ่อินเดียในการวางแผนเชื่อมโยงไปประเทศอินเดีย รัฐมณีปุระ

ผ่านการเป็นเมืองพี่เมืองน้อง รวมถึงการเชื่อมด้านโลจิสติกส์ผ่านไปทาง R3A ดังนั้น การวางผังเมืองในระดับภาค ควรจะมีแนวทางที่ชัดเจน เพื่อภาคเหนือไทยจะสามารถเชื่อมรถไฟจีน-ลาว

ที่มีแผนจะเริ่มเปิดการเดินทางขนส่งสินค้ารวมทั้งนักท่องเที่ยวเพื่อให้ภาคเหนือสามารถขนส่งสินค้าไปจีน ตลอดจนถึงเชื่อมไปยุโรปในอนาคตได้

“ภาคเหนือมีแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในอนาคตที่จะครบภายใต้การพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคเหนือที่ควรจะนำเอานวัตกรรม เติมกับทุกภาคเศรษฐกิจ ส่วนด้านโลจิสติกส์เริ่มมีการลงทุนหลายโครงการที่จะเกิดขึ้น

ได้แก่ โครงการรถไฟรางคู่ แพร่ (เด่นชัย)-เชียงราย จะสามารถต่อเชื่อมถนนเส้น R3A เข้าสู่ตลาดจีนได้ มีแผนการก่อสร้างรถไฟเชื่อมนครสวรรค์-กำแพงเพชร-แม่สอด (จังหวัดตาก)

จะทำให้เปิดตลาดอินเดียได้ในอนาคต จึงต้องคิดถึงการลงทุนอุตสาหกรรมใหม่ new S-curve ที่จังหวัดนครสวรรค์ รวมถึงการลงทุนด้าน MICE ที่จะตามมาในอนาคตในพื้นที่เชียงใหม่ พิษณุโลกด้วย”

นายวโรดมกล่าวว่า การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของภาคเหนือจะเชื่อมไปกับประเทศที่มีตลาดรองรับสินค้าที่โดดเด่นของภาคเหนือ

ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เช่น การส่งออกไปประเทศอินเดียผ่านประเทศเมียนมาก็สามารถใช้โอกาสจากเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่จังหวัดตากและจังหวัดเชียงราย

โดยสามารถส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์และเกษตรปลอดภัยเชื่อมโยงสู่อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง เกษตรอินทรีย์ในภาคเหนือตอนบน และเกษตรปลอดภัยสำหรับภาคเหนือตอนล่าง

รวมทั้งผลไม้และหัตถอุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์ ใช้เทคโนโลยี ศิลปวัฒนธรรม การออกแบบร่วมสมัย เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด เช่น ของตกแต่งบ้าน, ของที่ระลึก, งานหัตถศิลป์ โดยเฉพาะในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...