โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ทำไมจีนส่งกองเรือสำรวจทะเลอย่างยิ่งใหญ่ และหยุดไปแบบหน้าตาเฉย

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 09 ม.ค. เวลา 06.41 น. • เผยแพร่ 09 ม.ค. เวลา 06.36 น.
ภาพวาดลายเส้นเรือต้นแบบที่หย่งเล่อทรงนำมาใช้สร้างเรือเป่าฉวน (เรือมหาสมบัติ)

ทำไมจีนส่งกองเรือสำรวจทะเลอย่างยิ่งใหญ่ และหยุดไปแบบหน้าตาเฉย

ก่อนหน้านี้เมื่อกล่าวถึงการสำรวจทางทะเล รายชื่อของนักเดินเรือชาวตะวันตกคงปรากฏขึ้นในความคิด แต่ในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา ก็มีชื่อนักเดินเรือชาวตะวันออกอย่าง “เจิ้งเหอ” แทรกขึ้นมาในลำดับต้นของทำเนียบนักเดินเรือ ด้วย “กองเรือ” ที่ยิ่งใหญ่ และผลงานการค้นพบดินแดนต่างๆ ก่อนหน้าชาวตะวันตก ทำให้ชื่อของ “กองเรือ” จากราชสำนักจีน และเจิ้งเหอเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง

แล้วอะไรจุดประกายให้จีนออกสำรวจทะเลอย่างจริงจังอยู่เกือบ 30 ปี ก่อนจะหยุดลงเสียเฉยๆ นี่เป็นคำถามที่นักประวัติศาสตร์ทั้งหลายฉงน

รศ.วุฒิชัย มูลศิลป์ ได้ให้คำตอบเรื่องนี้ไว้ในการเอกสารประกอบการสัมมนาวิชาการ “เมื่อประวัติศาสตร์เกือบเปลี่ยนโฉมหน้า การสำรวจทางทะเลของจีน สมัยต้นราชวงศ์หมิง (Ming)” (การสัมมนาวิชาการ 30 ปีความสัมพันธ์ไทย-จีน 600 ปีซำปอกง/เจิ้งเหอ กับอยุธยาและอุษาคเนย์ 25 พฤศจิกายน 2548) พอสรุปได้ดังนี้ (จัดย่อหน้าใหม่ และสั่งเน้นคำโดยผู้เขียน)

คำอธิบายตามที่หลักฐานของจีนให้ไว้ คือ ประการแรกเพื่อติดตามจักรพรรดิที่หลบหนีไป ซึ่งอาจอยู่ในดินแดนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประการที่ 2 เพื่อ “อวดธง” “ทำให้ประชาชนในภาคใต้โพ้นทะเลประทับใจในอำนาจและความมั่นคงของราชวงศ์หมิง” และ “นำชาติทั้งหลายนับร้อยนับพันให้มาถวายบรรณาการแก่อาณาจักรกลาง (จีน)”

เหตุผลทั้ง 2 ประการดังกล่าวนี้ ประการแรกเป็นเรื่องที่จักรพรรดิหย่งเล่อทรงปริวิตกมาก [หย่งเล่อชิงราชบัลลังก์จากนัดดาตนเอง] เพราะไม่พบพระศพของจักรพรรดิเฉียนเหวินที่เป็นนัดดาของพระองค์ในพระราชวังที่เมืองหนานจิง และมีคำเล่าลือกันต่างๆ นานาเกี่ยวกับจักรพรรดิเฉียนเหวิน

เรื่องหนึ่งที่มีคนเชื่อกันมากคือ จักรพรรดิเฉียนเหวินปลอมตัวเป็นพระภิกษุแล้วจาริกมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้น จักรพรรดิหย่งเล่อจึงทรงให้ส่งกองเรือออกติดตามจับจักรพรรดิเฉียนเหวินให้ได้ เพราะจักรพรรดิเฉียนเหวินเคยประกาศว่าจะกลับมายึดอำนาจคืน เรื่องเล่าลือนี้ยังคงมีอยู่ต่อมาแม้หลังสมัยจักรพรรดิหย่งเล่อ จนเป็นเหตุให้มีผู้คนถูกประหารชีวิตเพราะอ้างว่าคือจักรพรรดิเฉียนเหวิน

ในทัศนะของนักประวัติศาสตร์ในปัจจุบัน ดังเช่น หลี่ (Dun J. Li) เห็นว่าเหตุผลข้อนี้ถ้าจะมีความสำคัญต่อการสำรวจทางทะเล ก็คงเพียงเฉพาะการสำรวจเที่ยวแรกเท่านั้น สำหรับเที่ยวต่อๆ มา คงไม่จริง เพราะกองเรือเดินทางไปไกลมากถึงตะวันออกกลาง อันเป็นดินแดนของผู้นับถือศาสนาอิสลาม และในทัศนะของผู้ศึกษาช่วงเวลานี้โดยเฉพาะ เช่น เดรเยอร์ (Edward L.Dreyer) และ ฮก-ลัม ฉาน (Hok-Lam Chan) ต่างมีความเห็นว่า

เหตุผลในประการที่ 2 มีความสำคัญมากกว่า และมีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในการสำรวจทางทะเลเที่ยวหลังๆ นั้นคือ จักรพรรดิหย่งเล่อเห็นผลประโยชน์ทางการทูต การค้า และการเดินเรือ

จักรพรรดิหย่งเล่อเติบโตขึ้นมาในช่วงที่ราชวงศ์หมิงมีการติดต่อค้าขายกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างกว้างขวาง ได้เห็นทูตต่างแดนนำบรรณาการพร้อมของแปลกๆ มาถวาย ความสนพระทัยต่อของแปลกๆ สัตว์ประหลาดมีอยู่ชั่วชีวิตของพระองค์ แต่ในตอนปลายของของจักรพรรดิหงอู่ นโยบายของจีนเปลี่ยนไปหันมาเก็บตัวมากขึ้น จักรพรรดิหย่งเล่อจึงกลับไปใช้นโยบายเดิมที่จะนำชาติทั้งหลายยอมรับความยิ่งใหญ่ อำนาจ ความมั่งคั่งของจีน

นอกจากนี้ การสำรวจทางทะเลยังเป็นการแสวงหาความมั่งคั่งร่ำรวยจากต่างแดน ดังชื่อเรือของ เจิ้งเหอ (Zheng He) คือ เป่าฉวน ซึ่งแปลว่า “เรือสมบัติ” อีกทั้งเป็นการศึกษาแผนการของพวกมองโกล ซึ่งยังมีอำนาจอยู่ทางตะวันตกของเอเชีย ดังนั้น ในเหตุผลข้อ 2 นี้ จักรพรรดิหย่งเล่อซึ่งถือว่าตนเป็นโอรสแห่งสวรรค์ (เทียนจื่อ) จึงปรารถนาที่จะทำให้ผู้คนทั้งหลายในพิภพนี้มาอยู่ “ใต้ฟ้า” หรือ “ใต้สวรรค์” (เทียนเซี่ย) คือ อยู่ภายใต้อำนาจของจีนซึ่งเป็นอาณาจักรกลาง…

การสำรวจทางทะเลในต้นราชวงศ์หมิงทั้งหมด 7 ครั้งอยู่ระหว่างปี ค.ศ. 1405-1433 (พ.ศ. 1948-1976) ดำเนินไปภายใต้การนำของนายพลเรือเจิ้งเหอ (ค.ศ. 1371-1434, พ.ศ. 1914-1977) ผู้เป็นขันทีและนับถือศาสนาอิสลาม…

เมื่อจักรพรรดิหย่งเล่อทรงจัดกองเรือเพื่อสำรวจทางทะเล จึงทรงเลือกเจิ้งเหอเป็นผู้บัญชาการกองเรือเพราะ “มีบุคลิกดี เฉลียวฉลาด ไม่มีขันทีคนไหนเทียบเขาได้” ผู้ช่วยที่สำคัญของเจิ้งเหอ 2 คน คือ หวางจึงหง (หรือ หวางกุ้ยถง ถึงแก่กรรมประมาณ ค.ศ. 1434, พ.ศ. 1977) และฮั่งเซียนก็เป็นขันทีเช่นกัน

สมควรกล่าวไว้ในที่นี้ว่า ขันทีเป็นสิ่งชั่วร้ายที่จำเป็นราชสำนักจีน เพราะก่อให้ปัญหามากมายในราชสำนักและการปกครองของจีน จักรพรรดิหงอู่เคยทรงเตือนให้ระมัดระวังพวกขันที โดยสร้างป้ายเหล็กสูง 3 ฟุตไว้ในวัง จารึกว่า “พวกขันทีต้องไม่เกี่ยวข้องกับการปกครอง”

ในกรณีของเจิ้งเหอและพวกในการสำรวจทางทะเล แม้ว่าจะไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการปกครอง แต่พวกขุนนางที่เป็นผู้คงแก่เรียนก็ไม่พอใจ จนเป็นเหตุหนึ่งที่นำไปสู่การสิ้นสุดของการสำรวจทางทะเล

หลังจากการเดินทางครั้งที่ 7 เจิ้งเหอซึ่งมีอายุได้ 62 ปี ได้รับตำแหน่ง “ผู้บัญชาการทหาร” (โซ่เป่ย) ที่หนานจิงเป็นเกียรติยศ ปีต่อมาเจิ้งเหอก็ถึงแก่กรรม และกล่าวได้ว่ากองเรือของเจิ้งเหอก็สิ้นสุดลงพร้อมๆ กับชีวิตของเจิ้งเหอด้วย จักรพรรดิที่ครองต่อจากชวนเต๋อไม่ให้การสนับสนุน และออกคำสั่งห้ามการต่อเรือใหม่ พวกขุนนางที่เป็นนักปราชญ์ผู้ดีก็คัดค้าน เพื่อไม่ให้การสำรวจทางทะเลฟื้นขึ้นมาใหม่ จึงปลดลูกเรือทั้งหลายให้แยกย้ายกันไป แผนที่การเดินเรือถูกเผาโดยหลิวต้าเซี่ย (Liu Daxia) เสนาบดีกระทรวงกลาโหม เรือทั้งหลายถูกปล่อยให้ผุพังไปตามกาลเวลาใน ค.ศ. 1957 (พ.ศ. 2500) ได้ค้นพบหางเสือเรือทำด้วยไม้ขนาดใหญ่ใกล้ๆ กับอู่ต่อเรือที่เมืองหนานจิง การสิ้นสุดกองเรือของเจิ้งเหอเป็นการสิ้นสุดอำนาจทางทะเลของจีน และในไม่ช้าชายฝั่งทะเลของจีนก็ถูกรบกวนด้วยโจรสลัดญี่ปุ่น

อะไรทำให้การสำรวจทางทะเลสิ้นสุดลง คำอธิบายในเรื่องนี้ คือ เป็นการสำรวจที่เสียค่าใช้จ่ายสูงมาก ในเวลาเดียวกันนั้นรัฐบาลยังต้องใช้จ่ายในด้านอื่นมาก โดยเฉพาะการสร้างพระราชวังที่นครหลวงแห่งใหม่-เป่ยจิง พระราชวัง “นครต้องห้าม” ที่จักรพรรดิหย่งเล่อทรงสร้างมีห้องมากกว่า 9,000 ห้อง ใช้ช่างมากกว่า 100,000 คนและคนงานมากกว่า 1,000,000 คน

กองเรือของเจิ้งเหอถูกตำหนิว่าเป็นการผจญภัยที่ฟุ่มเฟือย ไม่ได้รับผลตอบแทนที่เป็นมรรคเป็นผล นอกจากนิทานและสัตว์ประหลาด ความไม่พอใจของขุนนางที่เป็นผู้ดีนักปราชญ์ต่อขันที ซึ่งเป็นความรู้สึกเหยียดหยามพวกขันทีที่มีตลอดมาในประวัติศาสตร์จีน พวกผู้ดีนักปราชญ์ได้กล่าวหาว่าการสำรวจทางทะเลนี้เป็น “ธุรกิจของพวกขันที” การดูแคลนเหยียดหยามพวกขันที จึงทำให้พฤติกรรมของเจิ้งเหอได้รับความสนใจน้อยในประวัติศาสตร์จีน พวกมองโกลเริ่มคุกคามจีนอีก ทำให้จักรพรรดิต้องแบ่งความสนพระทัยไปให้เรื่องที่เป็นความอยู่รอดของจีนมากกว่า

การยุติการสำรวจทางทะเล ถือเป็นความล้มเหลวได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่ตอบลำบาก เพราะจะมีความเห็นหลากหลาย แต่ถ้าพิจารณาตามสาเหตุที่นำไปสู่การสำรวจทางทะเล ในประการแรกที่เป็นการติดตามจักรพรรดิที่เป็นนัดดาที่หลบหนีไปนั้น กองเรือไม่สามารถติดตามจนพบตัวได้

ส่วนในประการที่ 2 ที่เป็นผลประโยชน์ทางการทูตการค้า การเดินเรือ และ “อวดธง” ในด้านนี้ จะปรากฏผลชัดเจนกว่า หม่าฮวน (Ma Huan) ซึ่งเคยเดินทางกับกองเรือของเจิ้งเหอด้วย ได้บันทึกไว้ว่า “พระบรมราชโองการของจักรพรรดิได้รับการแซ่ซ้อง จากดินแดนทุกๆ แห่งที่ไปเยือน” และในช่วงเวลา 28 ปีของการสำรวจทางทะเล มีกษัตริย์ 4 องค์ ทูตมากกว่า 30 อาณาจักร ได้เดินทางไปจีน เพื่อแสดงความจงรักภักดี และนำเครื่องราชบรรณาการไปถวาย

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 26 เมษายน 2564

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทำไมจีนส่งกองเรือสำรวจทะเลอย่างยิ่งใหญ่ และหยุดไปแบบหน้าตาเฉย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...