โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เงินเยียวยาชาวสวนยาง รัฐบาลอนุมัติแล้วพร้อมจ่าย 15,000 บาท ส่งชื่อให้ ธกส.เร็วๆนี้

The Bangkok Insight

อัพเดต 16 มิ.ย. 2563 เวลา 12.53 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2563 เวลา 12.53 น. • The Bangkok Insight

เงินเยียวยาชาวสวนยาง รัฐบาลอนุมัติจ่ายเงินให้เกษตรกรชาวสวนยาง 15,000 บาท การยางแห่งประเทศไทย เตรียมส่งรายชื่อให้ ธกส. จ่ายเร็วๆนี้  

นายณกรณ์ ตรรกวิรพัท รองผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย(กยท.) ด้านธุรกิจและปฏิบัติการ เปิดเผยว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบอนุมัติจ่าย เงินเยียวยาชาวสวนยาง หรือเงินเยียวยาเกษตรกรกลุ่มที่ด้อยโอกาส เป็นโครงการช่วยเหลือเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19  เป็นกลุ่มหนึ่งที่จะได้รับเงินเยียวยาเหมือนกับเกษตรกรกลุ่มอื่นๆ เนื่องจากเข้าไม่ถึงโครงสร้างพื้นฐานทางการเกษตร จำนวนกว่า 1.37 แสนราย ซึ่งยังไม่เคยได้รับสิทธิ์เยียวยาจากรัฐบาลมาก่อน

โดยในจำนวนนี้เป็นเกษตรกรชาวสวนยาง ที่แจ้งข้อมูลพื้นที่ปลูกยางกับทางการยางแห่งประเทศไทย จำนวน 67,000 ราย จะได้รับเงินเยียวยาเกษตรกร รายละ 15,000 บาท จากนี้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) จะส่งรายชื่อเกษตรกรกลุ่มนี้ให้กับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ดำเนินการจ่ายเงินโดยเร็วที่สุด

เงินเยียวยาชาวสวนยาง

ทั้งนี้เกษตรกรชาวสวนยางตรวจสอบสิทธิ์ เยียวยาเกษตรกร ได้ทางเว็บไซต์กระทรวงเกษตรและสหกรณ์https://www.moac.go.th/  หรือเช็คตรงที่ ระบบตรวจสอบสิทธิ์ เมื่อตรวจสอบสถานะแล้วได้รับสิทธิ์ สามารถตรวจสอบการโอนเงินเข้าบัญชีได้จากเว็บไซต์ของ ธ.ก.ส. www.เยียวยาเกษตรกร.com กรณีไม่มีบัญชีของ ธ.ก.ส. สามารถแจ้งบัญชีธนาคารอื่นเพื่อรับเงินโอน ในเว็บไซต์ของ ธ.ก.ส .นี้เช่นกัน

โครงการ เยียวยาเกษตรกร ชาวสวนยาง 15,000 บาท ปัจจุบันทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยางของ กยท. มีจำนวนกว่า 1.8 ล้านราย  กยท. ได้ส่งรายชื่อทั้งหมด ให้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เพื่อรวบรวมส่งกระทรวงการคลังพิจารณาตรวจสอบสิทธิ์ โดยมีเกษตรกรชาวสวนยางได้รับเงินเยียวยาไปแล้วบางส่วน ซึ่งเป็นเกษตรกรชาวสวนยางที่ขึ้นทะเบียนกับทั้ง กยท. และกรมส่งเสริมการเกษตร (กสก.) ในส่วนของเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกยท.หน่วยเดียว

เงินเยียวยาชาวสวนยาง

ก่อนหน้านี้เกษตรกรชาวสวนยาง ที่ยังไม่ได้รับสิทธิ์ เยียวยาเกษตรกร ได้แจ้งอุทธรณ์กับหน่วยงานที่รับขึ้นทะเบียน ในส่วนกลางหรือภูมิภาคใกล้บ้านทั้ง 6 หน่วยงาน ได้แก่ 1. กยท. จังหวัด/สาขา 2. เกษตรจังหวัด/อำเภอ 3. ประมงจังหวัด/อำเภอ 4. ปศุสัตว์จังหวัด/อำเภอ 5. ศูนย์หม่อนไหมภูมิภาค และ 6. สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัด ในเวลา 08.30-16.30 น. (ไม่เว้นวันหยุดราชการ) หรือที่ศูนย์บริการช่วยเหลือเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด โรค Covid – 19 ของ กยท. ไปตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมาแล้ว

ขณะที่การจ่ายเงินโครงการช่วยเหลือ เยียวยาเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หรือ โครงการเยียวยาเกษตรกรชาวสวนยาง ว่า การจ่ายเงินให้เกษตรกรชาวสวนยาง แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม

ทั้งนี้การตามโครงการช่วยเหลือเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19  ได้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกขึ้นทะเบียนกับกยท.  และมีชื่อในทะเบียนเกษตรกรของกรมส่งเสริมการเกษตร ตัดยอด ณ วันที่ 30 เมษายน2563 ซึ่งธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ได้ทยอยจ่ายเงินไปแล้วตั้งแต่วันที่ 15, 18-20 พฤษภาคม2563

ส่วนกลุ่มที่ 2 มีรายชื่อขึ้นทะเบียนเฉพาะกับ กยท. ตัดยอด ณ วันที่ 30 เมษายน 2563 จะทยอยจ่ายเงิน เยียวยาเกษตรกร ในช่วงระหว่างวันที่ 22-25 พฤษภาคม 2563 และกลุ่มที่ 3 มีการแจ้งปรับปรุงข้อมูลและขึ้นทะเบียนกับ กยท. ระหว่างวันที่ 1-15 พฤษภาคม 2563 จะทยอยจ่ายเงินให้ในช่วงวันที่ 30-31 พฤษภาคม 2563

พื้นที่ปลูกยางพาราในประเทศไทยรวมทั้งสิ้นประมาณ 19 ล้านไร่ ผลิตน้ำยางได้ประมาณ 3.6 ล้านตันต่อปี มีมูลค่าประมาณ 315,994 ล้านบาท  แนวโน้มพื้นที่ปลูกยางนั้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปลูกมากที่สุดที่ภาคใต้ รองลงมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยพื้นที่ 10 จังหวัดที่มีการปลูกยางพารามากที่สุด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี สงขลา นครศรีธรรมราช ตรัง ยะลา นราธิวาส พังงา ระยอง กระบี่ และบึงกาฬ ตามลำดับ

ประเทศไทยส่งออกยางพาราเป็นอันดับ 1 ของโลก สามารถทำรายได้เข้าประเทศได้กว่า 4 แสนล้านบาทต่อปี ส่วนใหญ่อยู่ในรูปของวัตถุดิบแปรรูปขั้นต้น เช่น ยางแผ่นรมควัน ยางแท่ง และยางน้ำข้น หากชาวสวนยางพาราพัฒนาการผลิตยางพาราให้มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำยาง  ซึ่งเป็นวัตถุดิบในผลิตภัณฑ์ยางชนิดต่างๆ  จะเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...