โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เปิดเหตุผล! ทำไม ราษฎร เปลี่ยนเป้า จาก สำนักทรัพย์สินฯ ไป สำนักงานใหญ่ SCB

BRIGHTTV.CO.TH

เผยแพร่ 25 พ.ย. 2563 เวลา 05.45 น. • Bright Today

วันที่ 25 พ.ย. 63 จากกรณีที่ ราษฎร ประกาศเปลี่ยนสถานที่ชุมนุมจากเดิมที่จะชุมนุมบริเวณสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตร์ ย้ายไปที่สำนักงานใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ถนนรัชโยธิน วันนี้ตั้งแต่เวลา 15.00 น.เป็นต้นไป เนื่องจากแกนนำหวั่นว่าจะเกิดเหตุปะทะขึ้น หลังมีกระแสข่าวว่ากลุ่มคนรักสถาบันก็จะจัดการชุมนุมในบริเวณเดียวกัน อย่างไรก็ดีหลายคนอาจสงสัยว่าทำไมราษฎรจึงเลือกนัดชุมนุมที่สำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตร์ และเปลี่ยนเป้าหมายไปที่ธนาคารไทยพาณิชย์แทน

รถติดหนัก! ตำรวจปิดพื้นที่ ซ้อมรับมือม็อบ แม้ ราษฎร ประกาศเปลี่ยนไป SCB แล้ว

เปิดรายชื่อ 12 แกนนำ ม็อบราษฎร ถูกหมายเรียกฐานมีความผิด มาตรา 112

สำนักข่าวไทยพีบีเอส ได้รายงานเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวโดยอ้างอิงจากหนังสือหนังสือกลางใจราษฎร์ และงานวิจัยเรื่องสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ของศ.ดร.พอพันธ์ อุยยานนท์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช ทั้งนี้ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์แบ่งเป็น 3 ส่วนคือ 1.ทรัพย์สินส่วนพระองค์ คือทรัพย์สินมีอยู่แล้วก่อนแล้วก่อนขึ้นครองราชสมบัติ 2.ทรัพย์สินส่วนสาธารณะสมบัติ ใช้เพื่อประโยชน์แผ่นดิน เช่นพระราชวัง 3.ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เช่น ที่ดินและหุ้นบริษัท ทั้งยังไม่ต้องเสียภาษี

เปิดที่ตั้งและประวัติ SCB สํานักงานใหญ่ เอสซีบีพาร์คพลาซ่า ล่าสุดเจ้าหน้าติดกล้องวงจรปิดเพิ่ม

ต่อมามีการปฏิวัติรัฐประหารเมื่อปี 2490 ได้มีการแก้ไขกฎหมายและบังคับใช้เมื่อปี 2491 มีสาระสำคัญคือการจัดตั้งสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โดยมีสภาพเป็นนิตบุคคล แยกขาดเป็นอิสระจากการดูแลของรัฐบาล ต่อมามีการรายข้อมูลการลงทุนหุ้นในบริษัทต่างๆ ทางตรง 90 บริษัทและทางอ้อมอีกกว่า 300 บริษัท โดยเฉพาะธนาคารไทยพาณิชย์และเครือซีเมนต์ไทย ซึ่งสองส่วนหลักนี้มีรายได้กว่า 60% ของรายได้หลัก นอกจากนั้นยังมีการถือครองที่ดินกว่า 40,000 ไร่ อยู่ในพื้นที่เขตกรุงเทพกว่า 8,000 ไร่ และส่วนหนึ่งพบว่าเป็นทำเลทอง

ข้อมูลจากหนังสือกลางในราษฎร์ รองศาสตราจารย์ ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ปัจจุบันดำรงตำแหน่งองคมนตรีให้สัมภาษณ์ไว้ว่า สำนักงานทรัพย์สินไม่ได้มีเป้าหมายหลักในการหารายได้ ส่วนใหญ่มีเป้าหมายหลักในการทำสาธารณะประโยชน์ สำหรับที่ดินกว่า 93% ไม่ได้ถูกใช้เพื่อการพาณิชย์อย่างแท้จริง ซึ่งหนังสือกลางใจราษฎร์ได้กล่าวอีกว่าที่ดินถูกใช้เพื่อสาธารณะประโยชน์อีกมาก

ด้านงานวิจัยศ.ดร.พอพันธ์ อุยยานนท์ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เมื่อวิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 สำนักทรัพย์สินฯ ต้องการจะเพิ่มทุนรักษาสภาพการถือหุ้นใหญ่ในธนาคารไทยพาณิชย์ แต่ขณะนั้นเงินไม่พอ จนกระทรวงการคลังต้องมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่แทน จากนั้นสำนักงานทรัพย์สินก็นำที่ดินในด้านพญาไทและย่านราชวิถีไปแลกกับหุ้นธานาคารไทบยพาณิชย์ ซึ่งในของศ.ดร.พอพันธ์บอกว่าเป็นการใช้อำนาจเหนือรัฐ เพราะการแลกที่ดินกับหุ้น กฎหมายไม่อนุญาติให้ทำได้

ขณะเดียวกันเพจ เยาวชนปลดแอก ได้โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียโดยระบุว่า “ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ไม่เท่ากับ ทรัพย์สินส่วนพระองค์” แต่ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เท่ากับ ทรัพย์สินส่วนรวมของบัลลังก์ (ประชาชน + สถาบันกษัตริย์) หรือก็คือ กงสีของชาติ ที่มีประชาชนและสถาบันกษัตริย์เป็นเจ้าของร่วมกัน ซึ่งสอดคล้องกับที่แจกแจงทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ 3 ส่วนข้างต้น

ทั้งนี้ยังกล่าวอีกว่า การโอนทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ไปเป็นทรัพย์สินส่วนพระองค์ จึงไม่ต่างจากการขโมยกงสีของชาติ

กงสีของชาติ มีหุ้น SCB 723,941,958 หุ้น มูลค่ารวมกว่า 63,706,892,304.00 บาท มีหุ้น SCC 379,060,600 หุ้น มูลค่ารวมกว่า 137,978,058,400.00 บาท ณ วันนี้ หุ้น SCB และ SCC ทั้งหมดถูกโอนออกจากกงสีของชาติทั้งหมดไปให้กับกษัตริย์วชิราลงกรณ์แต่เพียงผู้เดียว หากไม่เรียกว่านี่คือการปล้นชาติแล้วจะเรียกว่าอย่างไร

นี่คือเหตุผลที่เราต้องไปสำนักงานใหญ่ SCB! 25 พฤศจิกายนนี้พร้อมกัน 15.00 น. ทวงคืนทรัพย์สินที่เป็นของชาติและของราษฎรทุกคนไปด้วยกัน!

ขอบคุณข้อมูลจาก SET
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...