โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ระวังเห็บกัด! โลกร้อนทำพิษ พาเห็บหาคนมากกว่าสุนัข พาหะโรค เตือนอันตราย

Khaosod

อัพเดต 20 พ.ย. 2563 เวลา 08.47 น. • เผยแพร่ 20 พ.ย. 2563 เวลา 08.47 น.

ระวังตัวให้ดี! โลกร้อนทำพิษ ผลวิจัยชี้ เห็บเลือกมนุษย์มากกว่าสุนัข เมื่อเจออุณหภูมิที่สูงขึ้น เสี่ยงติดเชื้อโรคร้ายแรงมากขึ้น 
American Society of Tropical Medicine and Hygiene (ASTMH) ได้นำเห็บ ซึ่งใช้กลิ่นในการค้นหาโฮสต์มาทำการทดสอบ โดยให้เจ้าเห็บไปอยู่ในท่อพลาสติกแล้วสังเกตดูว่ามันจะไปหาใครระหว่างคนกับสุนัข และให้คนกับสุนัขแยกกล่องกันอยู่

เมื่ออุณหภูมิในห้องทดลองเพิ่มขึ้นเป็น 23.3 - 37.8 องศาเซลเซียส เห็บสุนัขสีน้ำตาลกลับเคลื่อนย้ายตนเองไปยังกล่องที่มีคนอยู่แทนที่จะไปกล่องที่มีสุนัขอยู่ "งานวิจัยชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่าเมื่ออากาศมีอุณหภูมิสูงขึ้น เราควรเพิ่มความระมัดระวังในการติดเชื้อ RMSF ในมนุษย์ ให้ดี" ลอร่า แบ็คคุส หัวหน้ากลุ่มวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย

และนายสัตวแพทย์เดวิส ยังกล่าวอีกว่า"เราค้นพบว่าเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นจากประมาณ 23.3 องศาเซลเซียส เพิ่มเป็น 37.8 องศาเซลเซียส เห็บสุนัขสีน้ำตาลที่เป็นพาหะของโรคมีแนวโน้มที่จะชอบมนุษย์มากกว่าสุนัขถึง 2.5 เท่า"**

ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของโรคที่เกิดจากพาหะอย่างเห็บ เช่น โรคลายม์ (Lyme disease) ที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมาในสหรัฐจนตอนนี้สหรัฐพบผู้ป่วยมากถึง 30,000 เคสต่อปี ซึ่งโรคเหล่านี้สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะหากตรวจพบในสัปดาห์แรกของการติดเชื้อ แต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอัตราการเสียชีวิตก็จะมีเพิ่มขึ้น

"การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังดำเนินไปอย่างรวดเร็วจนเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องก้าวให้ทันกับหลายวิธีที่อาจเปลี่ยนแปลง และเพิ่มความเสี่ยงของโรคติดเชื้อ ในวงกว้างเพื่อให้เราเตรียมพร้อมที่จะวินิจฉัยรักษา และป้องกันได้ดีขึ้น" โจเอล เบอร์แมน ประธาน ASTMH กล่าว

เห็บสีน้ำตาล มักพบได้ทั่วไปในทุกภาคของประเทศไทย เห็บจะเจริญเติบโตได้ดีในฤดูฝน บ้านที่เลี้ยงสุนัขจะพบเห็บตามพื้นและฝาผนังของบ้าน ที่พบเห็นทั่วไปคือเห็บเพศผู้ ส่วนเห็บเพศเมียมักจะวางไข่ตามรอยแยกของกำแพง ส่วนบนตัวสัตว์เลี้ยงเราจะพบเห็บตามช่องหู และซอกนิ้วเท้า

เห็บกัดมักไม่มีอาการเจ็บ เนื่องจากในน้ำลายของเห็บประกอบด้วยสารที่ทำให้เกิดอาการชาเฉพาะที่ ทำให้ผู้ป่วยไม่รู้ตัวว่าถูกกัด ผิวหนังบริเวณที่ถูกกัดพบเป็นตุ่มนูนบวมแดง ในบางรายที่เกิดอาการแพ้อาจพบว่ามีไข้ หรือ ผื่นคันชนิดลมพิษ

อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปแล้วอาการที่เกิดจากเห็บกัดมักเป็นเพียงอาการเฉพาะที่ แต่มีผู้ป่วยส่วนน้อยที่เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงหลังถูกเห็บบางชนิดกัด คือ การเกิดอัมพาตจากการถูกเห็บกัด เริ่มแรกผู้ป่วยจะมีอาการปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัว จากนั้นในระยะเวลาไม่นานจะเกิดเป็นอัมพาต ซึ่งภาวะนี้อาจนำไปสู่ภาวะระบบหายใจล้มเหลวที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ที่มา : theguardian

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...