โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โง่... และไม่รู้อะไรเลย - ดังตฤณ

TOP PICK TODAY

เผยแพร่ 26 ก.ย 2563 เวลา 17.00 น. • ดังตฤณ

คำด่า

ถ้ามาจากคนอื่นไม่ถี่

บางทียังเอาชนะง่าย

ถ้าคุณมีดีจะโชว์เหนือ

 

แต่คำด่า

ถ้ามาจากตัวเองบ่อยๆ

หลายครั้งมันเจ็บจนชา

และหาทางออกจากกรง

ที่สร้างขึ้นมาขังตัวเองได้ยาก

 

คำด่าตัวเองมาจากไหน?

มาจากความโมโหตัวเอง

มาจากที่ชีวิตตัวเองไม่ได้อย่างใจ

มาจากอารมณ์หมกมุ่น

ชอบซ้ำเติมตัวเอง ปลอบตัวเองไม่เป็น

 

พูดง่ายๆ พวกชอบด่า ชอบข่มเหงตัวเอง

มีปมความรู้สึกนึกคิดแบบแพ้ตัวเอง

คิดเอง แพ้เอง

นับเริ่มตั้งแต่ดูถูกตัวเอง 

ไม่เชื่อมือตัวเอง 

ไปจนถึงตอกฝาโลงให้ตัวเองได้

โดยไม่ต้องรอศัตรูที่ไหนมาจัดการ

 

ดูถูกตัวเอง

เช่น เมื่อเกิดโจทย์ที่ไม่รู้วิธีแก้

แทนที่จะทำใจสบายๆ ค่อยๆคิดหาคำตอบ

กลับวนจิต ติดตันอยู่กับความคิดบ้องตื้น

ปักใจเชื่อแบบไม่ต้องมีหลักฐานว่า

ตูทำไม่ได้แน่ๆ พยายามแก้ยังไงก็ไม่ผ่าน

 

พวกชอบดูถูกตัวเองแต่ในมุ้งนั้น

แม้รู้สึกตัวเป็นห้วงๆว่า

กำลังติดอารมณ์ดักดาน เหลวไหล ไม่เอาไหน

สมควรเปลี่ยนแปลงเสียที

ก็ไม่ทราบจะทำอย่างไรถูก

มันฝังแน่นในหัวจริงๆ ว่า

เกิดมามีหน้าที่ต้องนั่งฟุ้งซ่าน

อย่างเปล่าประโยชน์ท่าเดียว

พัฒนาตัวเองไม่ได้เลย ให้ตายเถอะ

 

ไม่เชื่อมือตัวเอง

บางคนรอดจากการตายน้ำตื้น

คึกคักตอนออกตัว เหมือนเชื่อมั่นมาก

แต่ไม่นานก็เจอด่านดัก

เจอปัญหานิด ติดอุปสรรคหน่อย

ก็เกิดอาการท้อง่าย อ่อนเปลี้ยเพลียแรง

อยากใส่เกียร์ถอยกรูดๆแล้ว

ซึ่งนั่นทำให้รู้สึกแย่กับตัวเอง ไม่นับถือตัวเอง

เห็นตัวเองเป็นเด็กน้อยไร้ฝีมือ

ยิ่งนานวัน ยิ่งไม่เชื่อมือตัวเอง

เชื่อแต่ว่าต้องมีใครสักคนมาช่วย ไม่งั้นไม่รอด

 

ทบทวนดู คุณจะรู้ว่าอาการแบบนี้

ทุกคนเคยมีมาด้วยกันทั้งนั้น เมื่อครั้งยังเป็นเด็ก

ตอนมีพ่อแม่คอยช่วยหิ้วปีกตลอดเวลา

ช่วยเหลือลูกให้พ้นจากปัญหาทุกอย่าง

 

ทุกคนเคยผ่านประสบการณ์แบบเด็กๆ

แต่ไม่ทุกคนที่สะสมประสบการณ์แกร่งกล้า

มากพอจะผ่านความเป็นเด็ก

มาสู่ความเป็นผู้ใหญ่กับใครๆ ได้

 

ตอกฝาโลกตัวเอง

สุดยอดของความคิดแบบแพ้ตัวเอง

คือ ขุดเอาความผิดพลาดเก่าๆ

มาด่าตัวเองซ้ำๆ ไม่เลิก

พวกชอบตอกฝาโลงตัวเองนั้น

ต่อให้แก้ปัญหาสำเร็จ รอดผ่านวิกฤต

หรือออกจากโลกด้านมืดมาได้ทั้งตัวแล้ว

ก็มักพกประทัดมาจุดเปรี้ยงปร้าง

ให้ตัวเองอยากอุดหูเล่นอยู่เรื่อยๆ

 

ข้ออ้างที่ดูเผินๆ สมเหตุสมผล

ที่จะเฝ้าด่าตัวเองไม่เลิกนั้นมีอยู่มาก

เช่น เสียเงิน เสียเวลา เสียโอกาส 

แบบเอากลับมาไม่ได้อีกแล้ว

ซึ่งก็แปลว่าต้องมีบทลงโทษ

คือ สาปส่ง วนเวียนเฆี่ยนตีตัวเอง

ด้วยการนึกถึงรสเจ็บแสบ

อันเกิดจากข้อผิดพลาด

เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

หรือเกิดจากความปัญญาอ่อนแบบเด็กๆ

 

โรคย้ำคิดย้ำทำ สมองติดลูปไร้ที่จบสิ้นนั้น

จะบีบหัวใจให้รู้สึกเหมือน

เหลือเวลานิดเดียว แก้ยังไงก็ไม่ทัน

ทั้งที่มีเวลาในชีวิตเหลือให้ทำอะไรดีขึ้นเรื่อยๆ อีกมาก

แต่กลับตอกฝาโลงตัวเอง มัดมือมัดเท้า

อุดปากอุดจมูกตัวเองให้ดมศพเน่าเก่าๆ ของตนไม่เลิก

 

ทางออก

สั้นๆ จำง่าย 

คือ เอาตัวเองออกจากวิธีคิดแบบเก่าให้ได้

 

ระลึกไว้เสมอๆ ว่า

วิธีแบบใหม่ไม่มีทางบังเอิญเกิดขึ้นเอง

คุณต้องจงใจให้มันเกิด

 

ถ้ายังพึ่งพาตัวเองไม่ได้

ให้เลือกคุยกับคนที่ต่างจากคุณ

คือ ผ่านปัญหามาได้แล้ว

อย่าเลือกคุยกับคนที่ย่ำอยู่กับปัญหาเดิมๆ

บ่นซ้ำๆด้วยคำเดิมๆ แบบเดียวกับคุณ

 

ถ้ารู้สึกว่าปัญหาของคุณ

เป็นปัญหาเฉพาะตัวที่ไม่มีใครเข้าใจ

ลองใช้คีย์เวิร์ดที่คุณนึกว่า

คุณเป็นอยู่คนเดียวในโลก

เสิร์ชหาเอาจากกูเกิลดู

เช่น อึดอัดไม่มีเหตุผล

มีพร้อม แต่อารมณ์ชอบดิ่ง

จริงใจ แต่ไม่มีใครรัก

ยิ่งขยัน ยิ่งเหมือนโชว์โง่

คุณจะพบว่า ที่แท้มีพวกเดียวกันมากมายมหาศาล

ซึ่งนั่นจะช่วยแงะฝาโลง

ปลดปล่อยคุณออกจากอารมณ์โดดเดี่ยวได้ง่ายๆ

เพื่อมีแก่ใจหันไปสำรวจดูว่า

คนที่รู้สึกแปลกแยกแบบเดียวกัน

เขามีคำตอบดีๆ ให้ชีวิตตัวเองอย่างไร

 

สุดท้าย คือ เห็นค่าของความเคลื่อนไหว

ทุกครั้งที่เจอปัญหา อย่าเชื่องช้า อย่าเฉื่อยชา

สังเกตว่า ถ้าสร้างความเคยชินใหม่

เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วเมื่อพบปัญหา

ภาพในใจของคุณจะต่างไปเป็นคนละคน

จากที่เหมือนไก่อ่อนขี้แพ้แต่ต้นมือ

กลายเป็นขุนศึกที่พร้อมชนะตั้งแต่ออกตัว!

 

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...