โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ ชีวิตที่ไม่เคยหยุดพัฒนา และความสำเร็จที่ขึ้นอยู่กับตัวเอง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 20 มิ.ย. 2562 เวลา 13.16 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2562 เวลา 13.16 น.

พิราภรณ์ วิทูรัตน์ : เรื่อง

หลายปีก่อนชื่อของ “มาดามแป้ง” ได้รับความสนใจและเป็นที่รู้จักในวงกว้างในฐานะผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยที่สามารถนำทัพชบาแก้วเข้าสู่เกมการแข่งขันฟุตบอลโลกหญิงได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังจากนั้นไม่นานเธอตัดสินใจกระโดดเข้าสู่ตำแหน่งประธานสโมสรฟุตบอลการท่าเรือเอฟซี โดยตั้งเป้าว่าจะพาการท่าเรือในฐานะ “ทีมตกชั้น” ขยับฟอร์มสู่ทีมท็อปไฟฟ์ให้ได้

บทบาทของผู้หญิงครบเครื่องคนนี้นอกจากจะเป็นที่พูดถึงในวงการค้าแข้งแล้ว เธอยังเดินหน้าหลาย ๆ โปรเจ็กต์ควบคู่กันไปด้วย ทั้งธุรกิจนำเข้าที่คร่ำหวอดมาหลายสิบปี รวมถึงการนั่งในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ควบตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเมื่อเร็ว ๆ นี้ นวลพรรณได้จัดเดี่ยวไมโครโฟนทอล์กโชว์ครั้งแรกในชีวิตภายใต้แคมเปญที่มีชื่อว่า “เชื่อแป้ง เชื่อเมืองไทยประกันภัย” ด้วยการบอกเล่าเรื่องราวของเธอทั้งชีวิตส่วนตัว การทำงาน อุปสรรค และวิธีคิดของผู้หญิงเก่งคนนี้ที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน

*แป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ เกิดในตระกูลที่มีชื่อเสียงด้านธุรกิจการเงิน จบการศึกษาชั้นมัธยมจากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน จบปริญญาตรีที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเลือกศึกษาต่อด้านการจัดการการศึกษาในระดับปริญญาโท ณ มหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐอเมริกา *

หลังเรียนจบนวลพรรณกลับมาทำงานประจำในตำแหน่ง client service ซึ่งเป็นงานที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนั้นด้วยเงินเดือน 27,000 บาท เธอบอกว่า ในยุคนั้นถือว่าเป็นจำนวนเงินที่ค่อนข้างเยอะมากสำหรับเด็กจบใหม่

*ชีวิตของเธอกำลังไปได้สวยจนกระทั่งเกิดจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิต นวลพรรณในวัย 25 ปี ตรวจพบว่าตนเองป่วยเป็นโรคม่านตาอักเสบ ซึ่งเป็นโรคที่มักเกิดกับผู้ชายมากกว่า และผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ส่วนใหญ่ต้องประสบกับการตาบอดไปกว่าครึ่งหนึ่งของการมองเห็น *

เธอเล่าว่า ตอนนั้นน้ำหนักตัวลดลงไปเยอะพอสมควร ด้วยความเครียดและกังวลว่า หากต้องสูญเสียการมองเห็นไปจริง ๆ คงจะเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก แต่ท้ายที่สุดสิ่งที่ทำให้นวลพรรณลุกขึ้นสู้กับอาการป่วยครั้งนั้นคือ กำลังใจจากคุณพ่อ (โพธิพงษ์ ล่ำซำ) ซึ่งเป็นประโยคคลาสสิกที่เธอจดจำและนำมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตจนถึงทุกวันนี้

“คนที่พูดกับแป้งในวันที่แป้งหาทางออกไม่เจอคือ คุณพ่อ ท่านบอกว่า แป้ง มันเป็นด้านซ้ายไม่ใช่เหรอ ถึงจะตาบอดด้านซ้ายก็ยังมีตาขวาที่มองเห็นได้ ในโลกนี้ไม่มี the end of the world ทุกปัญหามีทางออกทางแก้เสมอ จากวันนั้นถึงวันนี้คำพูดของคุณพ่ออยู่ในใจแป้งมาตลอด แป้งเชื่อว่าหลายคนที่เจอทางตันไม่ว่าจะด้านสุขภาพ การทำงาน การเงิน ความคิดอะไรก็ตาม ทุกอย่างย่อมมีทางออก ซึ่งก็เป็นโชคดีของแป้งที่ได้เดินทางไปรักษาตัวที่ต่างประเทศจนหายจากโรคนี้ นั่นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ตั้งแต่อายุ 27 ปี จนถึงวันนี้วันที่อายุ 53 ปี แป้งบริจาคเงินให้กับ
มูลนิธิคนตาบอดมาตลอด ต้องถือว่าเป็น crisis ครั้งหนึ่งในชีวิตแป้งเลย”

จากนั้นไม่นาน นวลพรรณเริ่มหันมาสนใจการทำธุรกิจ โดยเริ่มจากการนำเข้าสินค้าแบรนด์เนมอย่าง Hermes เป็นอันดับแรก เธอบอกว่า ธุรกิจลักษณะนี้เป็นการคิดนอกกรอบจากคนตระกูลล่ำซำ เพราะธุรกิจของตระกูลคือ การเงินและประกันภัยอย่างที่หลายคนทราบกันดี แม้ว่าเธอจะเป็นนักเรียนนอกแต่นวลพรรณบอกว่า เธอไม่ใช่คนเก่งภาษาอังกฤษ รวมถึงภาษาฝรั่งเศสที่ต้องใช้ในการติดต่อประสานงานกับแบรนด์เธอเองก็พูดไม่ได้เช่นกัน นวลพรรณจึงเริ่มต้นด้วยการร่างจดหมายเป็นภาษาไทย แล้วมอบหมายให้ผู้ช่วยแปลเป็นภาษาอังกฤษอีกทีหนึ่ง

ในวันนั้นนวลพรรณมีคู่แข่งมากถึง 13 เจ้า ภายหลังส่งจดหมายไปได้หนึ่งปีเธอได้รับการติดต่อจากผู้บริหาร Hermes ให้เข้าไปพูดคุยรายละเอียด ณ พิพิธภัณฑ์ Hermes ประเทศฝรั่งเศส จนในที่สุดก็ได้รับเลือกให้เป็น joint venture กับทางแบรนด์มาตั้งแต่ปี 1997 แม้ในปีเดียวกันประเทศไทยจะเกิดวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง แต่นวลพรรณบอกว่า เธอได้รับกำไรจากธุรกิจนี้ตั้งแต่วันแรกที่เปิดร้าน จากผลพวงการประกาศลอยตัวค่าเงินบาทนั่นเอง

“ชีวิตของแป้งเกิดอะไรไม่คาดฝันเยอะมาก ในวันนั้นใครจะทราบว่า แป้งเริ่มทำธุรกิจประมาณเดือนมิถุนายนปี 1997 Hermes มีข้อตกลงข้อหนึ่งว่า ต้องมีการ fixed exchange base guarantee แป้ง fix วันนั้น 26 บาท เท่ากับ 1 ดอลลาร์ เสร็จแล้วเดือนสิงหาคมรัฐมีมาตรการประกาศลอยตัวค่าเงินบาท นั่นคือแป้งได้กำไรตั้งแต่วันแรก คือกำไรตั้งแต่ตอนนำเข้าและชาวต่างชาติที่มาซื้อสินค้า Hermes ในประเทศไทยก็ซื้อได้ในราคาที่ถูก เนื่องจากค่าเงินบาทเราถูกลอยตัวขึ้นไปถึง 54 บาท เท่ากับ 1 ดอลลาร์ ถือเป็นความโชคดีที่ให้ประสบการณ์กับแป้งอยู่เหมือนกัน”

“แป้งบอกกับลูกน้องเสมอว่า ไม่ว่าจะอาชีพไหนก็ตามเราต้องมีความจริงใจ ต้องไม่มีตัวตน ไม่เลือกปฏิบัติ ใครก็ได้เรายกมือไหว้ได้เสมอ” คือ หลักการที่นวลพรรณบอกกับพนักงาน เธอเล่าว่า คำถามแรกที่ใช้สัมภาษณ์พนักงานคือ คุณสามารถก้มลงไปลองรองเท้าให้ลูกค้าได้มั้ย ถ้าได้ก็รับเข้าทำงานทันที นวลพรรณบอกว่าตรงนี้สำคัญ เพราะเราคืออาชีพการบริการและการขาย

ส่วนในพาร์ตของ “มาดามแป้ง” ในวงการกีฬา นวลพรรณเล่าคร่าว ๆ ว่า อันที่จริงแล้วเธอเล่นกีฬาไม่เป็นเลย แต่วันหนึ่งได้รับเชิญให้ไปเป็นผู้จัดการทีมนักกีฬาคนพิการทีมชาติไทย จนเมื่อ 13 ปีที่แล้วได้รับเชิญเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ในส่วนของฟุตบอลหญิง นวลพรรณภาคภูมิใจกับความสำเร็จที่สามารถพาทีมเข้าสู่การแข่งขันฟุตบอลโลกหญิงได้แล้ว

หลังจากนั้นเธอจึงเริ่มรู้สึกว่า แม้ฟุตบอลหญิงจะก้าวกระโดดมากแค่ไหน แต่ก็ยังไม่ได้รับความสนใจมากเท่าฟุตบอลชายอยู่ดี จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่นวลพรรณได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญในฐานะประธานสโมสรการท่าเรือเอฟซี ทีมการท่าเรือภายใต้การนำของมาดามแป้งจะเป็นอย่างไรต่อไป เธอฝากติดตามและให้กำลังใจทีมมา ณ ที่นี้ด้วย

ขยับมาที่พาร์ตกรรมการผู้จัดการบริษัท เมืองไทยประกันภัย กันบ้าง นวลพรรณเล่าว่า เริ่มต้นจากคุณอาของเธอทั้งสอง คือภูมิชาย ล่ำซำ และ ยุติ ล่ำซำ ชักชวนให้เข้ามาบริหารงานด้านประกันภัย จากประสบการณ์ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา นวลพรรณบอกว่า มีวิกฤตเกิดขึ้นกับบริษัทครั้งใหญ่ครั้งเดียว คือ เหตุการณ์มหาอุทกภัยปี 2554 ครั้งนั้นเมืองไทยประกันภัยมียอดจ่ายลูกค้าสะสมมากถึงหลักหมื่นล้านบาท ทำให้ในปีเดียวกันบริษัทมีผลประกอบการติดลบ แต่ในปีถัดมาก็สามารถกลับมาทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเหตุการณ์นี้ก็กลายเป็นจุดเปลี่ยนให้คนทั่วไปกลับมาเล็งเห็นถึงความสำคัญของการทำประกันภัย กลายเป็นสิ่งที่ลูกค้าซื้อเองโดยไม่ต้องมีการบังคับแล้ว

“จงอย่าคิดว่าตัวเองประสบผลสำเร็จแล้ว เพราะถ้าวันไหนที่คุณคิดว่าประสบผลสำเร็จสูงสุด วันนั้นคือขาลงของคุณอย่างแน่นอน” คือ สิ่งที่นวลพรรณใช้เป็นเครื่องเตือนใจตัวเองและพนักงานในบริษัท แม้จะดูเป็นผู้หญิงเก่ง มีหมวกหลายใบในการทำงาน แต่เธอไม่เคยคิดว่าชีวิตถึงจุดที่ประสบความสำเร็จสูงสุด หากถามว่าแฮปปี้กับชีวิตตอนนี้มั้ยเธอบอกว่า มีความสุขในทุก ๆ พาร์ตของชีวิตแล้ว

“แป้ง happy กับชีวิตของนวลพรรณ ล่ำซำมาก ๆ แป้งคิดว่า สำเร็จหรือไม่สำเร็จอยู่ที่ความพอใจของเรา ถ้าตั้งเป้าไว้ร้อยทำได้สัก 70-80 แป้งก็พอใจแล้ว โอเคเราเซตอะไรไว้สูงได้ ถ้าได้แค่ไหนแล้วใจเราแฮปปี้ก็พอใจตรงจุดนั้น แต่อย่าละความพยายาม สำหรับแป้งก็ยังมีความพยายามต่อไป และสิ่งสำคัญเลยคือ การจะทำอะไรสักอย่างต้องมีความชอบและความเชื่อเป็นหลัก อันนี้สำคัญ แป้งเชื่อว่าถ้าตั้งใจจริง ร่วมแรงร่วมใจกัน ทุกสิ่งมันจะผ่านไปได้”

เธอยังฝากทิ้งท้ายด้วยว่า หากทำอะไรพลาดหรือไม่ถูกใจ ทุกคนสามารถฝากคำติชมเข้ามาในเพจเฟซบุ๊กของเธอได้ ซึ่งมีตัวเธอและทีมงานแอดมินคอยดูแลเพจอยู่ตลอด

“แป้งน้อมรับทุกคำติชม แป้งรับฟังทุกความคิดเห็นเสมอ” มาดามแป้งกล่าวปิดท้ายด้วยรอยยิ้ม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...