โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรากำหนดเพศของลูกได้จริงหรือ?

HonestDocs

อัพเดต 21 ก.ย 2562 เวลา 21.32 น. • เผยแพร่ 21 ก.ย 2562 เวลา 21.32 น. • HonestDocs
เชื่อว่าพ่อแม่หลายคนคงเคยหวังเอาไว้ในใจว่า อยากจะได้ลูกชายหรืออยากได้ลูกสาวในท้องต่อไป

เชื่อว่าพ่อแม่หลายคนคงเคยหวังเอาไว้ในใจว่า อยากจะได้ลูกชายหรืออยากได้ลูกสาวในท้องต่อไป แต่เราจะสามารถกำหนดเพศของลูกก่อนที่ฝ่ายแม่จะตั้งครรภ์ได้หรือไม่? ถ้าได้ เราต้องทำอย่าไร และโอกาสที่จะได้ตามที่ตั้งใจไว้มีมากน้อยแค่ไหน

สำหรับการมีลูกแบบธรรมชาติ ในปัจจุบันนี้ยังไม่มีเทคนิคหรือเคล็ดลับใดที่จะสามารถกำหนดเพศของลูกได้อย่างแม่นยำก่อนที่จะตั้งครรภ์ในแต่ละครั้ง แต่ถึงอย่างไรก็ยังไม่ถึงกับหมดหวัง ด้วยข้อมูลทางการแพทย์วันนี้ทำให้สามารถเพิ่มโอกาสที่ลูกจะเกิดเป็นเพศที่พ่อแม่ต้องการสูงขึ้นโดยวิธีธรรมชาติได้ โดยการใช้วิธีนี้เป็นต้องทำตารางอุณหภูมิร่างกายหรือใช้ชุดตรวจทำนายการตกไข่เพื่อให้ทราบถึงวันที่จะมีไข่ตกอย่างแน่ชัด โดยมีการกล่าวว่าทฤษฎีนี้หากต้องการลูกสาวโอกาสสำเร็จ 75% หากต้องการลูกชายโอกาสสำเร็จ 80% แต่ยังไม่มีหลักฐานมารับรองอย่างแน่ชัด

ถ้าคุณต้องการลูกชาย

ทางทฤษฎีกล่าวว่าอสุจิที่บรรจุโครโมโซม Y ซึ่งเป็นโครโมโซมเพศชายจะเคลื่อนที่ได้เร็วแต่มีชีวิตอยู่ได้สั้นกว่าอสุจิที่บรรจุโครโมโซม X ซึ่งเป็นโครโมโซมสำหรับเพศหญิง ดังนั้นแล้ว

ควรให้โอกาสน้ำเชื้ออสุจิได้เข้าไปผสมกับไข่ได้ใกล้มากที่สุด เนื่องจากเชื้ออสุจิเพศผู้มักจะไม่แข็งแรง จึงไม่ควรให้ตัวอสุจิเพศผู้วิ่งระยะทางไกลๆ เพราะโดยมากมักจะตายก่อนได้ผสมพันธ์กับไข่และควรมีเพศสัมพันธ์ในช่วงวันที่ไข่ตก คือประมาณวันที่ 14 หลังจากประจำเดือนมาวันแรก (เฉพาะในกรณีที่ฝ่ายหญิงเป็นคนมีรอบเดือนมาสม่ำเสมอทุกๆ 28 วัน) หรืออาจจะใช้ชุดตรวจทำนายการตกไข่หรือการจดอุณหภูมิร่างกายช่วยทำนายวันที่ไข่ตกก็ได้

นอกจากนี้ ในขณะที่กำลังมีเพศสัมพันธ์กัน ควรให้ฝ่ายหญิงถึงจุดสุดยอดก่อน แล้วฝ่ายชายจึงค่อยหลั่งน้ำอสุจิ โดยให้สอดอวัยวะเพศเข้าไปให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้เชื้ออสุจิเพศชายเข้าไปใกล้กับมดลูกมากที่สุด เนื่องจากว่าโดยธรรมชาติอสุจิเพศชายจะวิ่งเร็วกว่าเพศหญิง แต่ตลอดเส้นทางก่อนที่จะไปยังไข่จะมีสารเมือก ซึ่งจะทำให้เชื้ออสุจิเพศชายอ่อนแรงลงได้ง่าย และจะเหลือเพียงอสุจิเพศหญิงเท่านั้นที่ผ่านเข้าไปในโพรงมดลูก สาเหตุที่ต้องให้เพศหญิงถึงจุดสุดยอดก่อนก็เพื่อให้ร่างกายของเพศหญิงหลั่งสารออกมา ซึ่งสารที่ผู้หญิงหลั่งออกมาเมื่อถึงจุดสุดยอดนี้จะทำให้เมือกที่เป็นอุปสรรคต่ออสุจิเพศผู้ลดน้อยลง ทำให้อสุจิเพศผู้วิ่งได้เร็วและไกลขึ้น เมื่อรวมกับการสอดอวัยวะเพศชายเข้าไปในช่องคลอดให้ลึกที่สุด จึงมีโอกาสที่จะได้ลูกเพศชายมากขึ้น

ถ้าคุณต้องการลูกสาว

ก็ทำตรงข้ามกับวิธีข้างต้น คือ ให้หลั่งน้ำอสุจิกลางๆ ช่องคลอดเพื่อให้เมือกในช่องคลอดขัดขวางอสุจิเพศชายให้อ่อนแรงลง และเปิดโอกาสให้อสุจิเพศหญิงวิ่งเข้าสู่โพรงมดลูกเพื่อผสมกับไข่ และควรมีเพศสัมพันธ์ในช่วง 2-4 วันหลังจากไข่ตก

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นที่ทำให้เชื้ออสุจิของผู้ชายแข็งแรงหรืออ่อนแอได้อีก เช่น ความเครียด การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ  และการรับประทานอาหาร โดยคุณแม่บางท่านกล่าวว่าหากกินปลา ผักและของหวานในปริมาณมากจะช่วยให้ได้ลูกสาว ในขณะที่หากกินเนื้อแดงก็จะทำให้ได้ลูกชาย แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานยืนยันอย่างชัดเจน  หากควบคุมปัจจัยต่างๆ ทั้งหมดได้โอกาสที่จะได้ลูกสาวหรือลูกชายตามที่ตนเองต้องการก็จะสำเร็จได้มากขึ้น

👨‍⚕️⚕️👩‍⚕️⚕️ ค้นหาโรค อาการ ยา โรงพยาบาล คลินิก และอ่านบทความสุขภาพ เขียนโดยคุณหมอหรือผ่านการรีวิวจากคุณหมอแล้ว ที่ www.honestdocs.co และ www.honestdocs.id 

💪❤️ ไม่พลาดข้อมูลดีๆ ที่จะทำให้คุณแข็งแรงขึ้นทั้งกายและใจ คลิกที่นี่เพื่อแอดไลน์ @honestdocs หรือแสกน QR Code ด้านล่างนี้ และยังติดตามเราได้ที่ Facebook และ Twitter วันนี้

📱📰 โหลดแอป HonestDocs สำหรับ iPhone หรือ Android ได้แล้ววันนี้! จะอ่านบทความ จะเก็บบทความไว้อ่านทีหลัง หรือจะแชร์บทความให้คนที่เราเป็นห่วง ก็ง่ายกว่าเดิมเยอะ

เปรียบเทียบดีลสุขภาพ ทำฟัน และความงาม จาก รพ. และคลินิกกว่า 100 แห่ง พร้อมจองคิวผ่าน HonestDocs คุณหมอมือถือได้เลยวันนี้ ถูกกว่าไปเอง

ขอบคุณที่วางใจ ทุกเรื่องสุขภาพอุ่นใจ ให้ HonestDocs (ออเนสด็อกส์) คุณหมอมือถือ ดูแลคุณ ❤️

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...