โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เกษตรกรราชบุรี ทำสวนมะพร้าวน้ำหอมคุณภาพ ผลผลิตเป็นที่ต้องการของตลาด ลูกค้ารับซื้อยกสวน

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 04 ต.ค. 2562 เวลา 07.18 น. • เผยแพร่ 04 ต.ค. 2562 เวลา 21.14 น.

มะพร้าวน้ำหอม เป็นสินค้าที่ตลาดมีการขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะตลาดในประเทศจีน จึงเป็นสินค้าที่คนจีนนิยมบริโภค และตลาดใหญ่ๆ อีกแห่งที่ตามมาคือ ตลาดในสหรัฐอเมริกา ถือเป็นตลาดใหญ่ไม่แพ้กัน เพราะผู้ที่ชื่นชอบดื่มน้ำมะพร้าวเล็งเห็นถึงคุณค่าทางโภชนาการที่จะได้รับ จึงนิยมบริโภคมากขึ้น ณ เวลานี้ มะพร้าวจึงเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งการทำสวนมะพร้าวในหลายๆ พื้นที่ของประเทศไทย เกษตรกรได้มีการปรับตัวมากขึ้น เพื่อให้ผลผลิตอย่างมะพร้าวที่ส่งออกไปจำหน่ายยังตลาดต่างประเทศมีคุณภาพ เกษตรกรบางรายมีการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาปรับใช้มากขึ้น จึงช่วยให้การทำสวนมะพร้าวในยุคนี้มีความสะดวกสบายมากขึ้น และได้ผลผลิตที่ตรงตามความต้องการของตลาดอีกด้วย

คุณบวร ศาลาสวัสดิ์ อยู่บ้านเลขที่ 138 หมู่ที่ 3 ตำบลท่านัด อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี เป็นเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอมก้นจีบ บนเนื้อที่ 10 ไร่ มีต้นมะพร้าวอยู่ประมาณ 400 ต้น เรียกง่ายๆ ว่า เป็นผู้คร่ำหวอดในเรื่องการปลูกมะพร้าวกันเลยทีเดียว จากความสำเร็จที่เกิดขึ้น จึงทำให้การปลูกมะพร้าวเป็นงานที่สร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี

จากเกษตรกรพืชล้มลุก

เปลี่ยนพื้นที่ทำสวนมะพร้าว

คุณบวร เล่าให้ฟังว่า เดิมทีมีอาชีพทำเกี่ยวกับการเกษตรตั้งแต่สมัยคุณพ่อคุณแม่ คือการปลูกพืชจำพวกหอมแดงและพริก ต่อมาเมื่อมีโอกาสได้ลงมือทำอย่างเต็มตัว จึงเริ่มรู้สึกอยากจะปรับเปลี่ยนการปลูกพืชชนิดอื่น จึงได้ตัดสินใจพลิกผืนดินมาทำสวนมะพร้าว ตั้งแต่ปี 2548 โดยหาซื้อพันธุ์มะพร้าวน้ำหอมก้นจีบมาจากอำเภอบ้านแพ้ว

“ช่วงนั้นมองว่า ดินที่สวนน่าจะปลูกมะพร้าวน้ำหอมได้ดี จึงอยากลองปรับเปลี่ยนดูบ้าง ก็เลยหาซื้อต้นพันธุ์มา ซึ่งต้นพันธุ์ที่จะปลูกได้ดี ต้องเป็นต้นแม่ที่มีอายุอย่างต่ำ 10 ปีขึ้นไป เพราะถ้าเอาอายุน้อยเกินไปจะทำให้ต้นที่ปลูก เมื่อเติบโตเต็มที่ ต้นจะยืดสูงเกินไป และก็ออกลูกช้า ลูกอาจไม่ดกเท่าที่ควร ดังนั้น สายพันธุ์จึงเป็นสิ่งที่สำคัญในการเลือกนำมาปลูก” คุณบวร บอกถึงวิธีการเลือกสายพันธุ์มะพร้าว

ซึ่งอายุของต้นกล้าที่นำมาปลูกภายในแปลงสวน ควรมีอายุประมาณ 5 เดือน จึงจะเหมาะสม

มะพร้าว เป็นพืชที่ต้องการน้ำสม่ำเสมอ

ในขั้นตอนแรกก่อนที่จะปลูกมะพร้าวน้ำหอม คุณบวร บอกว่า จะเตรียมพื้นที่ปลูกให้เป็นร่องสวนเสียก่อน คือทำสันร่องให้มีความกว้าง 4 เมตร ส่วนภายในร่องน้ำมีความลึกประมาณ 2 เมตร โดยให้ภายในร่องมีน้ำหล่ออยู่ตลอดทั้งปี เพราะมะพร้าวเป็นพืชที่ต้องการน้ำมาก

“พอเราเตรียมพื้นที่ปลูกเรียบร้อยแล้ว ก็เอาดินเลนมาใส่รองก้นหลุมได้เลย เสร็จแล้วก็ปลูกให้มิดผลไปเลย อย่าให้ผลลอยขึ้นมา เพราะถ้าโตมากขึ้นจะทำให้โคนต้นลอยพ้นดิน ทำให้โค่นล้มได้ โดยระยะห่างปลูกที่ดีที่สุดคือ 6×6 เมตร ซึ่งช่วงที่ยังต้นเล็กอยู่ เราก็ดูแลไปเรื่อยๆ จนต้นมะพร้าวมีอายุประมาณ 2 ปีครึ่ง ก็จะเริ่มตกจั่นให้ผลผลิตเก็บเกี่ยวได้” คุณบวร อธิบาย

เมื่อปลูกต้นมะพร้าวลงดินได้ประมาณ 1-2 เดือน ในช่วงนี้จะเริ่มใส่ปุ๋ย สูตร 25-7-7 ในอัตราส่วน 100 กรัม ต่อต้น เดือนละ 1 ครั้ง เพื่อบำรุงต้นให้มีความสมบูรณ์และเมื่อต้นมีขนาดใหญ่ขึ้น ก็จะเพิ่มจำนวนปุ๋ยให้มีขนาดที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

จากนั้นดูแลจนได้อายุประมาณ 2 ปีครึ่ง มะพร้าวจะเริ่มตกจั่นออกมาให้เห็นที่บริเวณยอด คุณบวร บอกว่า ในช่วง 4 จั่นแรกนั้น ยังไม่ต้องสนใจมากนัก เพราะยังไม่สามารถผสมเกสรสมบูณณ์จนติดผล

“พอหมด 4 จั่น ไปแล้ว เข้าสู่จั่นที่ 5 มะพร้าวก็จะเริ่มติดลูกให้ผลผลิต ในเรื่องปุ๋ยเราก็ต้องเปลี่ยนด้วย โดยใช้หลักหนักหน้าก่อนหรือโยกหน้า ในช่วง 6 เดือนแรก ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมิถุนายนแบ่งใส่ปุ๋ยทุก 3 เดือน เป็นปุ๋ย สูตร 25-7-7 และช่วง 6 เดือนหลัง ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนธันวาคม แบ่งใส่ปุ๋ยทุก 3 เดือน เหมือนเดิม แต่จะเปลี่ยนเป็น สูตร 14-7-35 ทั้ง 2 สูตร ใส่ในอัตราส่วนเดียวกัน 500 กรัม ต่อต้น นอกจากนี้ ยังใส่มูลนกกระทาเพื่อเสริมเข้าไปอีกด้วย ปีละ 2 ครั้ง ในอัตราส่วน ต้นละ 2 กิโลกรัม ทำอย่างนี้ไปทุกปี ก็จะทำให้ผลผลิตออกมาสม่ำเสมอ” คุณบวร บอกถึงวิธีการใส่ปุ๋ย

ซึ่งเมื่อมะพร้าวตกจั่นจนให้ผลผลิตได้แล้ว คุณบวร บอกว่า จะสามารถตัดผลมะพร้าวได้ทุก 20 วัน หรือตัดผลผลิตได้ 18 ครั้ง ต่อปี

ในเรื่องของการป้องกันโรคและแมลงที่สวนคุณบวร จะใช้วิธีการหมั่นสังเกตดูว่าภายในสวนมีศัตรูที่จะเข้าทำลายหรือไม่ ถ้ามีต้องรีบกำจัดให้โดยเร็วโดยการฉีดพ่น ถ้าไม่พบการระบาดก็ไม่จำเป็นต้องฉีดพ่น แต่จะเน้นใช้แมลงธรรมชาติเข้ามาช่วย เช่น การปล่อยตัวห้ำ ตัวเบียน ภายในแปลงปลูกก็จะช่วยกำจัดแมลงอื่นๆ ที่เป็นศัตรูของมะพร้าวออกไป

มะพร้าวน้ำหอม ตลาดมีความต้องการ

ในเรื่องของการตลาดจำหน่ายผลมะพร้าว คุณบวร เล่าว่า ไม่ใช่เรื่องที่เป็นปัญหาสำหรับเขามากนัก เพราะพื้นที่ปลูกอยู่ติดกับตลาดรับซื้อ ดังนั้น จึงทำให้สามารถจำหน่ายมะพร้าวได้ตลอดทั้งปี ซึ่งราคาเมื่อสมัยก่อนกับปัจจุบันเมื่อเทียบกันแล้ว แตกต่างกันค่อนข้างมาก

“ที่นี่ไม่ต้องกลัวเรื่องตลาด เรามีพื้นที่ซื้อขายกันอยู่แล้ว สมัยที่เริ่มทำใหม่ๆ บอกเลยว่า ราคาอยู่ที่ ลูกละ 6 สลึง เท่านั้น ราคาไม่ได้สูงเหมือนปัจจุบัน ซึ่งสมัยก่อนนั้น ราคาไม่สูง แต่ก็พอทำใจได้ เพราะเป็นของยืนต้นที่เราลงทุนปลูกลงไปแล้ว ก็จะเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีรายได้ในอนาคต โดยราคาปัจจุบันตอนนี้ก็อยู่ที่ประมาณ ผลละ 14 บาท ซึ่งช่วงนี้ผลผลิตก็มีไม่พอจำหน่าย เพราะผลผลิตออกน้อยลง ยิ่งสภาพอากาศร้อนมาก ทำให้การผสมเกสรติดไม่ดี ก็จะทำให้ดอกร่วง เลยทำให้ผลผลิตมีน้อยลงมาด้วย” คุณบวร บอก

เนื่องจากผลผลิตที่ออกมีปริมาณที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด อันเกิดจากการผสมเกสรที่ไม่สมบูรณ์ คุณบวร บอกวิธีการแก้ปัญหาให้ฟังว่า แก้ไขด้วยวิธีหาซื้อตัวชันโรงมาปล่อยเลี้ยงภายในสวน แทนการฉีดพ่นอาหารเสริมในการช่วยผสมเกสร เพื่อให้การผสมเกสรเป็นไปง่ายขึ้น และที่สำคัญชันโรงยังสามารถช่วยประหยัดต้นทุนได้อีกด้วย พร้อมทั้งให้น้ำภายในสวนมากขึ้น เพื่อให้มีความชื้นที่เพียงพอก็จะทำให้ปัญหาเหล่านี้ลดลง

สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะปลูกมะพร้าวเป็นอาชีพ คุณบวร ให้คำแนะนำ เรื่องพื้นที่ปลูกเป็นสิ่งที่สำคัญ รองลงมาคือเรื่องน้ำ เพราะน้ำเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องมีอย่างเพียงพอ เพื่อให้มะพร้าวเจริญเติบโตได้ดี และสุดท้ายคือ เรื่องสายพันธุ์ต้องเป็นสายพันธุ์ที่เป็นแหล่งเชื่อถือได้ คือ เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ต้นกล้ามะพร้าวโดยตรง เพราะแม่พันธุ์มีความสมบูรณ์ ดังนั้น จึงต้องเลือกให้เหมาะสม ซึ่งการปลูกใช้เวลาในการเจริญเติบโต ดังนั้นจึงห้ามผิดพลาด

ในวันเสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2562 ทางนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ได้จัดเสวนาเชิงปฏิบัติการ “เรียนให้รู้ ดูให้ทำเป็น เน้นทางด้านการตลาด” พาไปชมมะพร้าวน้ำหอมยุคดิจิตอล ชมกิจการมะพร้าวครบวงจร ปลูก แปรรูป และด้านตลาด สำหรับท่านใดที่สนใจ สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-580-0021 ต่อ 2335, 2339, 2342, 2343

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...