โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"นิวซีแลนด์" I AM NEW แบรนด์ใหม่การศึกษาตอบโจทย์โลก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 ต.ค. 2562 เวลา 03.40 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. 2562 เวลา 03.40 น.

การศึกษาถือเป็นอุตสาหกรรมที่ทำรายได้ให้กับประเทศนิวซีแลนด์สูงสุดเป็นอันดับ 4 ของประเทศ โดยภาพรวมมูลค่าอุตสาหกรรมการศึกษานานาชาติในนิวซีแลนด์สูงถึง 5.1 พันล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ ในช่วงปี 2016-2018 ซึ่งประเทศไทยมีส่วนร่วมสร้างมูลค่าดังกล่าวถึง 120 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์

แต่เมื่อโลกของเราก้าวสู่ยุคที่คนมีทางเลือกทางการศึกษามากขึ้น นิวซีแลนด์จึงมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาด้านการศึกษาให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญ ต้องสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก อันเป็นเหตุผลที่ทำให้นิวซีแลนด์ปรับภาพลักษณ์ใหม่ (rebranding) พร้อมกับปรับยุทธศาสตร์การศึกษานานาชาติครั้งใหญ่ในรอบ 6 ปี ภายใต้แนวคิด “I AM NEW : ฉันคือนิว”

“ลิซ่า ฟุตสเชค” ผู้จัดการทั่วไประหว่างประเทศ หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ เวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ กล่าวว่า ภูมิทัศน์ด้านการศึกษาเปลี่ยนไป เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ฉะนั้น นิวซีแลนด์ต้องการทำให้แน่ใจว่าแบรนด์การศึกษานิวซีแลนด์สอดคล้องกับทิศทางและตอบสนองความท้าทายของโลก

ดังนั้น คอนเซ็ปต์ I AM NEW : ฉันคือนิว จึงหมายถึงการเป็นคนใหม่ของนักเรียน ที่มีแรงบันดาลใจ และเอกลักษณ์ใหม่ ๆ แบบพลเมืองโลก โดยรัฐบาลนิวซีแลนด์ทำการรีแบรนด์ครั้งนี้เพื่อสื่อสารต่อโลกว่า การศึกษาของนิวซีแลนด์สามารถมอบอะไรให้กับผู้เรียน ด้วยการมุ่งเน้นคุณค่าของทักษะเพื่อไปต่อยอดองค์ความรู้ โดยให้ผู้เรียนนำไปใช้ได้ตลอดชีวิต ผ่าน 5 เสาหลักของ I AM NEW : ฉันคือนิว อันประกอบด้วย

หนึ่ง New skills (ทักษะใหม่ที่จำเป็นในอนาคต) พัฒนาความสามารถของนักเรียนทุกคนในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างสร้างสรรค์ และสามารถทำงานร่วมกับคนอื่นได้

สอง New understanding (ความเข้าใจใหม่) สอนวิธีให้นักเรียนนำความรู้ไปสร้างทักษะที่จำเป็นในอนาคตเพื่อใช้ทำงานได้ทั่วโลก

สาม New perspectives (มุมมองใหม่ที่ชัดเจน) สนับสนุนความหลากหลายความเอาใจใส่ และวิธีการใหม่ ๆ ให้เกิดการมองโลกในมุมมองใหม่

สี่ New outcomes (ผลลัพธ์จากการเรียนรู้ใหม่) เตรียมความพร้อมนักเรียนให้ประสบความสำเร็จในอาชีพการงานในอนาคตได้

ห้า New growth (การเติบโตรูปแบบใหม่) สร้างความท้าทาย และสนับสนุนให้นักเรียนได้ใช้ศักยภาพได้อย่างเต็มที่

“ลิซ่า ฟุตสเชค” กล่าวด้วยว่า ก่อนที่เราจะกำหนดแบรนด์ใหม่ตัวนี้ออกมา เรามีการทดสอบกับนักเรียนต่างชาติในประเทศนิวซีแลนด์ และผู้ที่กำลังสนใจศึกษาต่อต่างประเทศจาก 5 ประเทศ ซึ่งเป็นตลาดหลักของเรา เพื่อให้แน่ใจถึงความเหมาะสม

“จากการทดสอบ เราพบว่านักเรียนที่นิวซีแลนด์จะมีอิสระในการคิดด้วยตนเอง รู้จักตั้งคำถาม พร้อมคิดหาไอเดียใหม่ให้กับการค้นพบของตนเอง ซึ่งแตกต่างจากการเรียนแบบท่องจำจากตำรา นักเรียนจะได้รับการสอนให้คิดวิเคราะห์ และสร้างสรรค์ มีการทำงานเป็นทีม แก้ไขปัญหาร่วมกัน จากการพูดคุย และคิดอย่างอิสระ ผสานกับเทคโนโลยี ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ สิ่งปลูกสร้าง สถาปัตยกรรม วิศวกรรม การสร้างภาพยนตร์ แอนิเมชั่น และการออกแบบที่มีครูร่วมกับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมนั้น ๆมาให้คำปรึกษา และฝึกปฏิบัติจริง”

“แต่ที่สำคัญกว่านั้น คือ แกนหลักการศึกษาที่เกี่ยวกับการดูแลนักเรียนต่างชาติซึ่งนิวซีแลนด์ถือเป็นประเทศแรกที่พัฒนากลยุทธ์การดูแลความเป็นอยู่ของนักเรียนต่างชาติให้เป็นกลยุทธ์ประจำชาติ โดยเริ่มขึ้นเมื่อปี 2018 ซึ่งกลยุทธ์นี้โฟกัสอยู่ 4 เรื่องที่เกี่ยวข้องนักเรียนต่างชาติ คือ สภาพความเป็นอยู่ทางด้านเศรษฐกิจ, การศึกษา, สาธารณสุข และความสามัคคี”

“นิวซีแลนด์ได้ชื่อว่าเป็นประเทศนวัตกรรมด้านการศึกษาแห่งหนึ่งของโลกโดยเฉพาะทางด้าน AI (artificial intelligence) ที่ถือเป็นเทรนด์สำคัญของโลก ผลตรงนี้จึงทำให้นิวซีแลนด์ทำการพัฒนาครูหุ่นยนต์ชื่อวิล เมื่อ
ปี 2015 ขึ้นมา เพื่อทดลองสอนนักเรียนระดับมัธยมปลายในเรื่องของพลังงานทดแทน และครูหุ่นยนต์นี้สอนนักเรียนไปแล้วกว่า 125,000 คน”

“จอห์น แลกซัน” ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกกลาง หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ คาดการณ์ภาพรวมว่า อัตราการไปศึกษาต่อต่างประเทศของนักเรียนทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 40-60% ในปี 2025 ปัจจุบันมีนักเรียน 5 ล้านคน ที่เดินทางไปเรียนต่างประเทศ และในอีก 5 ปีข้างหน้าคาดว่าจะเป็น 8 ล้านคน ในขณะที่จำนวนนักเรียนไทยที่ไปเรียนที่นิวซีแลนด์เพิ่มขึ้น 7 เปอร์เซ็นต์ จากปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นอัตราของนักเรียนต่างชาติที่เติบโตจากปีที่แล้ว มากเป็นอันดับ 2

“โดยมี 3 เหตุผลหลัก ๆ ที่นักเรียนไทยเลือกศึกษาที่นิวซีแลนด์ คือ ชอบการศึกษารูปแบบใหม่ที่ต่างจากประเทศไทย เพราะที่นี่ให้นักเรียนเลือกวิชาเรียนได้ตามความชอบ โดยเฉพาะระดับมัธยมศึกษามีให้เลือกมากกว่า 40 วิชา ส่วนเรื่องที่สอง นิวซีแลนด์มีการเตรียมความพร้อมด้านอาชีพในอนาคต เมื่อจบแล้วทำงานได้ทันที เพราะมีที่ฝึกงานให้ ทั้งนี้ รัฐบาลนิวซีแลนด์ยังให้สิทธินักเรียนต่างชาติอยู่ต่อได้อีก 3 ปี หลังจากจบการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือโท เพื่อทำงาน และสุดท้าย นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่ปลอดภัย และได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีความสงบสุขที่สุดในโลก ติดต่อกันเป็นเวลา 9 ปีแล้ว”

“ปัจจุบันนิวซีแลนด์มีนักเรียนนักศึกษาต่างชาติอยู่มากกว่า 125,000 คน ในจำนวนนี้เป็นนักเรียนจากประเทศจีน และอินเดีย มากถึง 50% ซึ่งตลาดเอเชีย-แปซิฟิก ตลาดสำคัญของการศึกษานิวซีแลนด์ ได้แก่ จีน 40,323 คน อินเดีย 20,397 คน ญี่ปุ่น 10,272 คน เกาหลี 7,512 คน และไทย 3,377 คน”

ทั้งนี้ นิวซีแลนด์มีมหาวิทยาลัยคุณภาพมากมาย โดยมหาวิทยาลัยโอ๊กแลนด์ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน 50 อันดับมหาวิทยาลัยที่มีนวัตกรรมมากที่สุดในเอเชีย-แปซิฟิก และมหาวิทยาลัยทันสมัยที่สุดในเอเชีย-แปซิฟิก (2018) นอกจากนี้ นิวซีแลนด์ยังติดอันดับ 22 (จาก 127 ประเทศ) ด้านนวัตกรรมระดับโลก ดัชนีนวัตกรรมระดับโลก (2018) และติดอันดับท็อป 10 จาก 139 ประเทศสำหรับความคิดสร้างสรรค์ ดัชนีความคิดสร้างสรรค์ทั่วโลก (2015)

ที่สำคัญ ระบบการศึกษาของนิวซีแลนด์ยังถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 7 ของโลก จาก The Annual Universitas 21 League Table และจากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลกทั้ง 8 แห่ง โดยมหาวิทยาลัยในนิวซีแลนด์ติดอันดับท็อป 3 ของโลกอีกด้วย

นับเป็นคอนเซ็ปต์การศึกษาอันใหม่ที่เป็นกุญแจสำคัญไขไปสู่ตัวตนใหม่ ๆ การค้นหาศักยภาพตัวเอง เพื่อความสำเร็จในอนาคตของนักเรียน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...