โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

Success Story คอนโด AP ต่อจิ๊กซอว์กลยุทธ์ "รบยาว+การตลาดแนวใหม่"

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 ก.ย 2562 เวลา 02.53 น. • เผยแพร่ 24 ก.ย 2562 เวลา 02.53 น.

คล้าย ๆ กับจะฝืนแรงโน้มถ่วงเศรษฐกิจไทยที่ผันผวนเป็นอย่างมากในปี 2562 ผลประกอบการ 8 เดือน “บมจ.เอพี (ไทยแลนด์)” ยืนระยะบนเส้นกราฟขาขึ้นได้อย่างคงเส้นคงวา

ล่าสุดในงานเปิดตัว “The Stanford Thailand Research Consortium” บนชั้น 2 FYI Tower “ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “มิ่ง-วิทการ จันทวิมล” รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ เอพี (ไทยแลนด์)

8 เดือนขายคอนโดฯหมื่นล้าน

ก่อนหน้านี้ 2562 บริษัทประกาศเป้ายอดขายรวมทั้งปี 41,800 ล้านบาท เป้ายอดขายสินค้าแนวสูงซึ่งจริง ๆ ก็คือคอนโดมิเนียม 17,560 ล้านบาท เป้ายอดขายแนวราบ 24,240 ล้านบาท และเป้ารับรู้รายได้ 35,900 ล้านบาท (รวมโครงการร่วมทุนกับมิตซูบิชิ เอสเตท แห่งญี่ปุ่น)

ผ่านมาแล้ว 8 เดือนเศษ “วิทการ” เปิดตัวเลขเอพีมียอดขายรวม 26,800 ล้านบาท ในจำนวนนี้สินค้าคอนโดฯขายแล้ว 10,800 ล้านบาท เป็นไปตามเป้าที่วางไว้ทุกประการ

“ภาพรวมตลาดอสังหาฯครึ่งปีหลังกำลังซื้อมีแนวโน้มกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มสินค้าระดับกลาง-บน เซ็กเมนต์ที่แอ็กทีฟมากเป็นห้องชุดราคาเฉลี่ยไม่เกิน 2-2.5 แสน/ตารางเมตร”

น่าสนใจว่ายอดขายเกิน 1 หมื่นล้านบาทส่วนใหญ่เป็นยอดขายจาก 4 โครงการใหม่ 1.Aspire สุขุมวิท-อ่อนนุช 2.Aspire อโศก-รัชดา 3.RHYTHM เอกมัย-เอสเตท (ร่วมทุน) 4.The Address สยาม-ราชเทวี (ร่วมทุน)

พิมพ์เขียวทำเลไฮเอนด์

ล่าสุดหมาด ๆ ช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา เอพีเปิดตัวโครงการที่ 5 Life สาทร เซียร์รา (ร่วมทุน) มูลค่า 6,300 ล้านบาท

ไตรมาส 4/62 รอเปิดตัวเพิ่มอีก 1 โครงการ แบรนด์ Rhythm เจริญกรุง-พาวิลเลี่ยน (ร่วมทุน) มูลค่า 4,700 ล้านบาท

อัพเดตกันอีกครั้ง ยอดขาย ณ เดือนสิงหาคม 2562 คอนโดฯ “Aspire สุขุมวิท-อ่อนนุช” มูลค่าโครงการ 1,600 ล้านบาท ขายแล้ว 50%, “Aspire อโศก-รัชดา” มูลค่า 2,500 ล้านบาท ขายแล้ว 98%, Rhythm เอกมัย-เอสเตท มูลค่า 3,200 ล้านบาท ขายแล้ว 35%

“The Address สยาม-ราชเทวี” มูลค่า 8,800 ล้านบาท ขายแล้ว 30% และ “Life สาทร เซียร์รา” มูลค่า 6,300 ล้านบาท ขายแล้ว 20%

“ดีมานด์ลูกค้าที่มองหาคอนโดฯใหม่มีต่อเนื่อง โดยเฉพาะลูกค้าเรียลดีมานด์ระดับกลางถึงบน โจทย์ความท้าทายของผู้ประกอบการในวันนี้ การเข้าจับจองที่ดินติดแนวรถไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะการันตีความสำเร็จได้อีกต่อไป แต่การพัฒนาโครงการใหม่ต้องเข้าใจถึงเทรนด์การใช้ชีวิตและความต้องการของลูกค้าที่มีความเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ”

คีย์เวิร์ดยังรวมถึง “…การสร้างสรรค์สินค้าที่มีความแตกต่าง ส่งมอบประสบการณ์พักอาศัยมิติใหม่ ๆ ฟังก์ชั่นที่แตกต่างแต่ใช้งานได้ยั่งยืน ความสามารถในการบริหารแพ็กเกจราคาขายที่เหมาะสมกับดีมานด์ในทำเล ตลอดจนสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในด้านคุณภาพการก่อสร้าง การบำรุงรักษา และบริการหลังการขาย”

ได้เวลา “การตลาดแนวใหม่”

หนึ่งในกลยุทธ์หลักของค่าย AP Thailand ส่งสัญญาณผ่านคำประกาศของซีอีโอ “อนุพงษ์ อัศวโภคิน” ว่า ปีนี้การแข่งขันธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ผู้ประกอบการต้อง “รบยาว” จึงจะชนะ

ในภาคปฏิบัติ “มิ่ง-วิทการ” ถอดรหัสกลยุทธ์รบยาวออกเป็น 3-4 กลยุทธ์ย่อยด้วยกัน เพื่อนำไปสู่เป้าหมายสุดท้ายให้เป็นผู้ชนะในตอนสิ้นปี

กลยุทธ์แรก อีเวนต์กระตุ้นการขาย คำอธิบายคือสมัยก่อนมักใช้วิธีทุ่มเม็ดเงินจัดอีเวนต์เปิดตัวโครงการแบบจัดหนัก เพราะกระแสตอบรับมักออกมาในรูปของ “เปิดปุ๊บ-ปิดปั๊บ” หมายความว่าปิดการขายได้รวดเร็วใน 1-2 วัน

การตลาดโครงการคอนโดฯ จึงมักจัดสรรการใช้งบการตลาด 2 ช่วงคือ ช่วงเริ่มต้นกับช่วงสร้างเสร็จ

ช่วงเริ่มต้นมีได้ตั้งแต่จองกระดาษ ยังไม่ทันตอกเสาเข็มแต่จัดอีเวนต์เปิดพรีเซลให้คึกคักและต้องเปรี้ยง จากนั้นช่วงระหว่างกลางของการก่อสร้างกิจกรรมการตลาดเริ่มแผ่วหรือแทบจะหายไปเลย โดยมาเน้นอีกทีตอนสร้างเสร็จ และโอนห้องชุด

“เราบอกตั้งแต่ต้นปีว่า ปีนี้ไม่ได้ขายเหมือนเดิม หมดยุคจริง ๆ สำหรับโครงการที่เปิดปุ๊บหมดปั๊บ และจะมา proof ตอนโอน หลายคนบอกว่า ขายหมดแล้วแต่ยังขึ้นป้ายขายอยู่ ทั้งที่โครงการสร้างเสร็จแล้ว (ยิ้ม)”

ถ้าจับสังเกตให้ดี AP เริ่มทดลองขายคอนโดฯด้วยวิธีการตลาดแนวใหม่ แต่เดิมจัดสรรงบฯโปรโมต 2 ก้อนใหญ่ตอนช่วงต้น-ช่วงสร้างเสร็จ เกลี่ยใหม่ให้อีเวนต์เล็กลงแต่สามารถกระจายกิจกรรมได้ทั้งปี

เกลี่ยเป้าพรีเซล-ไม่ต้องรีบ

ทั้งนี้ทั้งนั้น คอนโดฯไฮไรส์ส่วนใหญ่ใช้เวลาก่อสร้าง 30-36 เดือน ในด้านยอดขาย เนื่องจากอยู่ในช่วงลองผิดลองถูก จากเดิมเปิดปุ๊บ-ปิดปั๊บ ปัจจุบันเกลี่ยยอดขายให้สามารถขายได้ทั้งปี แทนที่จะตั้งเป้ายอดพรีเซล 50% 70% หรือ 100% ในเวลาอันสั้น ลองเกลี่ยเป็นยอดขายแบบทยอย อาจจะ 30/30/30% บวกลบ

นั่นหมายถึงอีเวนต์จะลดความเปรี้ยงปร้างลงโดยอัตโนมัติ โปรเจ็กต์ทดลองเริ่มทำตั้งแต่ต้นปี แต่ตัวเด่นชัดมากคือ “Life สาทร เซียร์รา” งบฯอีเวนต์ก้อนเล็กลง เชิญลูกค้ากลุ่มเล็กลง แต่สามารถหวังผลได้มากขึ้น

“ปีนี้ถ้าสังเกตเราจะเริ่มลดการทำ communication ช่วงเริ่มต้นโครงการลง การสื่อสารเราเน้นเฉพาะกลุ่มที่เราสามารถดึงมาสื่อสารโดยตรงถึงตัวได้ วิธีที่ทำก็เหมือนทุกคนทำในโซเชียลมีเดีย คือ look alive กลุ่มลักษณะท่าทางแบบเนี้ยมีกี่คน และโยงขยายให้ใหญ่ขึ้น คิดว่าคนเหล่านั้นจะเข้ามาซื้อ แต่ละครั้งที่เข้ามาก็มีคนทยอยซื้อไป แต่ไม่ได้ซื้อแบบหวือหวา ซื้อทีเดียวแล้วหมดเลย 500 ยูนิต คงไม่ใช่แบบนั้นอีกแล้ว”

ในด้านนักลงทุน ผู้บริหาร AP มองว่าจำนวนคน-จำนวนนักลงทุนไม่ได้หายไปไหน แต่สัดส่วนการซื้อน้อยลงตามภาวะตลาด เดิมเคยซื้อคนละ 10 ห้อง ปัจจุบันลดเหลือ 1-2 ห้อง

“ในอดีตเราเชื่อว่าไซเคิลการตลาดคอนโดฯ จะขึ้นและลงในช่วงตรงกลางเพราะกำลังก่อสร้าง ความต้องการซื้ออาจจะน้อย ปัจจุบันเราลงเงินตอนต้นน้อย แล้วแบ่งเงินทำ (อีเวนต์) ก็อาจเป็นรูปแบบใหม่ของการทำการตลาดคอนโดฯก็ได้ แต่ก็ต้องลองดูปีหน้าว่าโครงการที่กำลังสร้างเป็นปีที่ 2 สถานการณ์จะเป็นยังไง”

สนง.ขายอยู่ยาวจนสร้างตึกเสร็จ

กลยุทธ์ที่ 2 โฟกัสที่พนักงานขายหรือเซลส์ เดิมในยุครุ่งเรือง จองซื้อลอตใหญ่ แทบไม่ต้องออกแรง แต่สถานการณ์เปลี่ยนไป สิ่งแรกที่ต้องบริหารจัดการคือทำยังไงให้พนักงานขาย “ทำใจ” ให้ได้กับภาวะยอดขายฝืดเคือง

“การตลาดต้อง sink กับการขาย ว่าเราต้องค่อย ๆ ขายนะ เพราะสมัยก่อนเซลส์จะรู้สึกว่าสมัยก่อนยอดขายทีเดียวเปรี้ยงเลย จะรู้สึกใจชุ่มชื่น แต่วันนี้อย่างน้อยต้องมีความพยายามในการขายมากขึ้น ปรับกลยุทธ์ วิธีการ approach วิธีการขายใหม่”

กลยุทธ์ที่ 3 เป็นเรื่องสำนักงานขาย ในยุคบูมของตลาดคอนโดฯ สำนักงานขายอาจถูกรื้อเร็วมาก อย่างช้าไม่ถึง 1 ปีก็รื้อแล้ว เพราะสามารถปิดการขายได้รวดเร็ว

วันนี้เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน “มิ่ง-วิทการ” บอกกับทีมงานทุกไซต์โครงการว่า สำนักงานขายต้องอยู่ยาว ถ้าสร้าง 3 ปีสำนักงานขายก็ต้องอยู่ถึง 3 ปีค่อยรื้อ

เพราะฉะนั้นจุดที่สร้างสำนักงานขายส่วนใหญ่จึงวางไว้บนผังพื้นที่สีเขียวในโครงการ เพราะสามารถรันการก่อสร้างได้จนจบ อาจมีบางโครงการที่สร้างสำนักงานขายได้โดยไม่ต้องรื้อ แต่ส่งมอบเป็นออฟฟิศนิติบุคคลคอนโดฯแทน

“สำนักงานขายทุกวันนี้จำเป็นต้องมีห้องตัวอย่าง เป็นเรื่อง convenience ของลูกค้า คู่แข่งบางรายอาจทำสำนักงานขายจุดเดียวแต่ขาย 4-5 โครงการ ขึ้นกับโมเดลธุรกิจแต่ละบริษัท”

สนนราคาค่าลงทุนสำนักงานขาย + ห้องตัวอย่างค่าย AP ตกโครงการละ 20 ล้านบวกลบ

เตรียมการเงินลูกค้า 6 เดือน

โจทย์ทำคอนโดฯ ของบริษัทบริหาร “เรื่องง่าย ๆ” เพียง 2 ช่วงคือ ตอนขายกับตอนโอน เริ่มตอกเสาเข็มแล้วต้อง make sure ว่าขายได้หมด เมื่อสร้างเสร็จก็ต้อง make sure ว่าโอนได้หมดเช่นเดียวกัน

การทำงานใกล้ชิด AP+แบงก์ ถอดสูตรออกมาคือต้องเตรียมตัว-แต่งตัวให้กับลูกค้า โดยมีเวลาอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป

เช่น ห้องชุดราคา 5 ล้านบาท เฉลี่ยค่าผ่อนล้านละ 7,000-8,000 บาท เท่ากับงวดผ่อนเดือนละ 3.5-4 หมื่นบาท/เดือน แบงก์ให้ลูกค้าเปิดบัญชีและโอนเงินเข้าทุกเดือนในจำนวนเดียวกับค่าผ่อน

เงื่อนไขคือ เมื่อครบ 6 เดือนแบงก์มีโอกาสสูงในการปล่อยกู้เพราะถือว่ามีกำลังการผ่อน ขณะที่ลูกค้าห้ามถอนเงินเด็ดขาดเพราะถือว่าจ่ายค่าผ่อนมาแล้ว ในขณะที่ดีเวลอปเปอร์ได้งวดเงินดาวน์เพิ่มอีกก้อน

สูตรนี้เพื่อต้องการให้ “วิน-วิน-วิน” ทั้งสามฝ่าย ระหว่างลูกค้า-แบงก์-เจ้าของโครงการ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...