โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Being the Boss: สัมภาษณ์พิเศษ JK - ทำไมไม่ใส่สูท? ทำไมไม่เล่นโซเชียล?

Soccersuck

เผยแพร่ 22 ม.ค. 2563 เวลา 14.30 น. • Soccersuck

เยอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ให้สัมภาษณ์พิเศษในรายการ Being the Boss ของ Sky Sports โดยเขาจะพูดถึงประเด็นต่าง ๆ เช่น การไม่มีแอคเคาท์ในโลกโซเชียล มีเดีย, การไม่สวมสูทคุมทีมข้างสนาม และนักเตะคนใดที่สามารถกลายเป็นกุนซือที่ดีได้
นายใหญ่ชาวเยอรมันใกล้พาทีมสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ลีกสูงสุดสมัยแรกในรอบ 30 ปี โดย "หงส์แดง" ของเขาทำคะแนนนำหน้าคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่นหลังผ่านการแข่งขันไป 22 นัด
แต่สิ่งใดที่เขาชื่นชอบมากที่สุดในการคุมทีม? เขาเปลี่ยนไปอย่างไร? และเขาปิดสวิตช์จากหน้าที่การงานได้อย่างไร? วินนี่ โอ'คอนเนอร์ ของ สกาย สปอร์ตส์ จะพูดคุยกับเขาถึงประเด็นต่าง ๆ เหล่านั้น
สิ่งที่ดีที่สุดในการเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลคืออะไร?
"ว้าว! เงินเหรอ? ฮ่าฮ่า! แน่นอนมันคือการทำงานในวงการฟุตบอล ผมชอบมากตั้งแต่วันแรกที่ได้เข้ามา ผมชอบแม้กระทั่งตอนทำงานเป็นโค้ชช่วงแรก ๆ ตอนที่ไม่มีใครรู้จักผม มันเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก
"การได้ทำงานร่วมกับนักเตะระดับโลกพวกนี้ทุกวัน การได้เห็นพวกเขาในการฝึกซ้อม ได้พยายามช่วยเหลือให้แต่ละคนเก่งขึ้นมาคนละนิดคนละหน่อยถ้าเป็นไปได้ในแง่มุมต่าง ๆ มันเป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่เลยล่ะ"
ความเป็นผู้จัดการทีมของคุณในตอนนี้แตกต่างจากตอนเริ่มทำงานใหม่ ๆ สมัยอยู่ ไมนซ์ อย่างไร?

"ขอบคุณพระเจ้าทุกวันนี้ผมเก่งขึ้นเยอะ แต่นั่นเป็นเพราะผมมีโอกาสได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาเยอะไง ผมต้องเจอกับเรื่องยาก ๆ ซึ่งมันเป็นประสบการณ์ที่ดีด้วยเช่นกัน ผมรู้จักฟุตบอลมากขึ้นด้วยเพราะผมเป็นนักเตะในวันอาทิตย์ และเป็นกุนซือหรือโค้ชในวันจันทร์ ดังนั้นมันจึงไม่มีเวลามากนักให้ผมได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่จำเป็นในวันถัดมา แต่ผมชอบนะตอนที่ผมเริ่มเข้ามาทำงาน
"เรียนตามตรงผมไม่เคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับฟุตบอลเลย ผมไม่เคยมีโอกาสได้ลองสอดส่องดูว่าโค้ชคนอื่นเขาทำอะไรกันดังนั้นผมจึงต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง มันเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก ๆ โดยเฉพาะช่วงไม่กี่ปีแรกตอนที่ไม่มีใครสนใจพวกเราจริง ๆ ซึ่งเราสามารถทำอะไรก็ได้ตามที่ต้องการ เราได้เห็นว่าเมื่อถึงสุดสัปดาห์แผนมันจะได้ผลหรือไม่! มันเจ๋งมากเลยนะ"
มีกุนซือคนไหนที่คุณมองดูเป็นแรงบันดาลใจในการคุมทีมไหม?

"ผมสามารถเรียนรู้อะไรได้หลายอย่างจากหลาย ๆ คนแต่โอกาสที่แท้จริงอย่างเดียวคือตอนที่คุณได้ทำงานกับพวกเขา คนที่ผมเลื่อมใสคือ อาร์ริโก้ ซาคคี่ ผมไม่รู้จักกับเขาเป็นการส่วนตัวซึ่งผมมีโอกาสคุยโทรศัพท์กับเขาอยู่ครั้งหนึ่ง แน่นอนว่าผมรู้จักเขา แต่ผมได้เกี่ยวข้องกับงานของเขาตอนที่ วูล์ฟกัง แฟรงค์ อดีตผู้จัดการทีมของผมเอาวีดีโอของเขามาทั้งหมด ผมคิดว่าตอนนั้นผมได้ดูวีดีโอการซ้อมของ เอซี มิลานไปประมาณ 20, 30 หรือว่า 500 ครั้งนี่แหละ เพราะว่าโค้ชเก่าของผมอัดวีดีโอเอาไว้แล้วเอามาให้พวกเราดู!"
สิ่งใดคือคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดในการคุมทีม?

"ผมว่าการเอาใจใส่ในรายละเอียดน่าจะเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดนะ ความตึงเครียดหรืออะไรก็แล้วแต่บริเวณเส้นข้างสนามมันไม่สำคัญหรอก ผมคิดว่าคุณสามารถเป็นโค้ชที่ดีที่สุดของโลกโดยนั่งอยู่บนก้นของคุณได้ตลอดทั้ง 90 นาที แต่นั่นไม่ใช่ตัวผมอ่ะ โค้ชเก่ง ๆ คนอื่นสามารถทำได้ แต่ว่ามันไม่ได้สำคัญมากนักหรอก คือผมพยายามช่วยนักเตะระหว่างเกมไง ถ้าช่วยได้สักหน่อยผมก็โอเคแล้ว
"สิ่งที่สำคัญที่สุดเหรอ? แน่นอนว่าต้องเป็นการเข้าใจฟุตบอล การมองเห็นเกมในภาพกว้าง ไม่ใช่แค่เรื่องการทำประตู, การเสียประตู หรือการยิงประตู มันมีหลาย ๆ อย่างในเกมที่เป็นเรื่องสำคัญ คุณจำเป็นต้องจัดการทุกอย่างรอบด้านแล้วปล่อยให้นักเตะมีสมาธิกับสิ่งที่พวกเขาต้องทำ ก็จริงที่พวกเขาต้องหาทางแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองในสนาม แต่การแก้ไขปัญหาเหล่านั้นจำเป็นต้องได้รับการเตรียมการให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในการฝึกซ้อม"
คุณติดตามดูทีมอื่นทำเรื่องต่าง ๆ รอบโลกมากแค่ไหน? ได้ดูวีดีโอบ้างหรือเปล่า?
"ก็ไม่ได้ตั้งใจมากนักนะ ผมไม่ได้นั่งศึกษา บาร์เซโลน่า, เรอัล มาดริด, เอซี มิลาน ยุคเฟื่องฟู, บาเยิร์น มิวนิค หรือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผมชื่นชมโค้ชหลาย ๆ คนในสิ่งต่าง ๆ ที่พวกเขาทำ แต่ผมไม่ได้ติดตามบ่อยพอที่จะรับบางอย่างมาใช้กับเราแล้วบอกว่า: 'เรามาลองทำแบบนี้กัน' เราพยายามทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยแนวทางของเราเอง เพราะทุกอย่างมันเป็นเรื่องนักเตะของคุณและสิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้"
คุณรู้ไหม ไมค์ กอร์ดอน [ประธานกลุ่ม FSG เจ้าของสโมสรลิเวอร์พูล] นิยามว่าคุณเป็นนักปราชญ์ที่เก่งไปทุกเรื่อง (Polymathematical)?

"ไม่ใช่ผมหรอก เพราะผมไม่รู้มันคืออะไร?!"
มันแปลว่าคนที่มีความรู้ลึกในหลาย ๆ อย่างน่ะ!
"ฮ่าฮ่าฮ่า! ขอบคุณนะไมค์ เขาพูดก่อนที่ผมต่อสัญญาหรือพูดหลังจากนั้นอ่ะ?
ก่อนต่อสัญญา! เขาบอกด้วยว่า: "เยอร์เก้นเป็นหนึ่งในซีอีโอมือทองของโลก… ถ้าเขาไม่ได้คุมทีมฟุตบอล เขาสามารถทำงานให้ 500 บริษัทชั้นนำของโลกได้เลย…"
"ขอบคุณพระเจ้าที่ผมไม่ต้องทำแบบนั้น! เพราะจากมุมมองของผม สิ่งเดียวที่ผมเข้าใจก็คือฟุตบอลและชีวิตด้วยเช่นกัน แต่คุณไม่สามารถใช้เรื่องนั้นกับ 500 บริษัทชั้นนำของโลกได้หรอกผมว่านะ ไม่รู้ดิ ผมไม่เคยทำอ่ะ ผมไม่จำเป็นต้องทำ มันเป็นเรื่องที่วิเศษมาก แต่ผมพูดไปหลายครั้งว่าผมมีเจ้าของที่นิสัยดีที่สุดในโลก เขาสนับสนุนผมดีมาก! มันเป็นคำปลอบใจที่ดีนะ ฟังแล้วชื่นใจมาก แต่คงไม่จริงนักหรอก!"
คุณเป็นผู้จัดการทีมที่ชอบใส่ชุดวอร์มป่ะ?

"ก็ชัดเจนอยู่แล้ว!"
ทำไมไม่ใส่สูทล่ะ?
"ผมไม่ชอบอ่ะ ผมชอบใส่สูทในเวลาที่เหมาะสมและคำพูดของผมไม่ควรถูกเข้าใจว่าเป็นการไม่ให้เกียรติกันนะ เพราะเท่าที่ผมทราบโดยเฉพาะในอังกฤษ หลาย ๆ คน สวมสูทเพราะมันเป็นวันที่พิเศษหรืออะไรแบบนั้น แต่สำหรับผมคือผมไม่มีพื้นที่หรือทรัพยากรที่จะมาคิดเกี่ยวกับเรื่องชุดที่ผมต้องสวมก่อนเกม ผมไม่ใช่คนแบบนั้น ผมลงแข่งขันโดยในใจมีเรื่องอื่นที่ต้องทำ
"ดังนั้นถ้ามีคนบอกผมว่า: 'นายต้องผูกไทใส่สูทหรืออะไรพวกนั้น' มันคงไม่เวิร์คสำหรับผม ผมเคยลองแล้ว ก็คือไม่ได้ใส่สูท แต่พยายามใส่ชุดที่ดูลำลองหน่อยตอนคุมดอร์ทมุนด์ ช่วงสัปดาห์แรก ๆ ผมใส่ยีนส์กับเชิ้ตดำหรืออะไรแบบนั้นแล้วผมก็ลืมไป ตั้งแต่นั้นผมก็สวมชุดวอร์ม และนั่นเป็นเพราะว่าสโมสรจะเตรียมไว้ให้พร้อมในห้องแต่งตัว มันช่วยได้เยอะเลย นั่นคือเหตุผลหลัก"

ปิดสวิตช์หนีจากฟุตบอลอย่างไร?
"นอนสิครับ"
แค่นั้นเลยเหรอ?
"ส่วนใหญ่นะ หรือไม่ก็ตอนที่เราพักร้อน"
ทำไมถึงไม่เล่นโซเชียล มีเดีย?
"ผมไม่เข้าใจอ่ะแล้วก็ไม่รู้ว่าทำไปเพื่ออะไร บางทีสักวันผมอาจจะเล่นนะแต่นึกภาพไม่ออกเลย ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเราต้องคอยบอกคนอื่น คนที่เราไม่รู้จักว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่ดี หรือเป็นช่วงที่ไม่ดี แต่นั่นอาจเป็นปัญหาของคนยุคผม ผมแก่เกินไปสำหรับเรื่องนี้แล้ว"
นักเตะคนไหนของคุณน่าจะก้าวมาเป็นกุนซือที่ดี ขอเหตุผลด้วย

"ผมไม่มั่นใจว่าพวกเขาอยากจะเป็นผู้จัดการทีมกันหรือเปล่า แต่พวกหนุ่ม ๆ อังกฤษน่าจะได้นะ พวกนักเตะอังกฤษช่วงวัยกลางคนอย่าง มิลลี่, เฮนโด้, อดัม (ลัลลาน่า), จินี่ก็ทำได้แน่นอนถ้าเขาต้องการ พวกนักเตะหนุ่ม ๆ ก็ ร็อบโบ้, เทรนท์อาจจะได้ แต่หนทางพวกนี้ยังอีกยาวไกล! ยาวมาก เดยันเหมือนอยากจะเป็นกุนซือนะและสิ่งที่ดีเกี่ยวกับเขาคือเขาสามารถเป็นผู้จัดการทีมได้ใน 12 ประเทศที่แตกต่างกัน! เอาจริงเรามีนักเตะเก่ง ๆ หลายคนเลย ก็ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาอยากทำงานสายนี้หรือเปล่า ถ้าพวกเขาอยากทำก็สามารถทำได้ทุกคนแหละ"
ขอ 3 คำให้ตัวเอง…
"ผมไม่ค่อยคิดเรื่องตัวเองมากนักอ่ะ… 3 คำเหรอ นึกไม่ออกแฮะ"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...