โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

นับถอยหลังเตรียมระเบิดศึก e-Commerce แนวรบใหม่ที่แบรนด์ต้องสู้ศึก

Marketing Oops

อัพเดต 24 พ.ย. 2560 เวลา 10.49 น. • เผยแพร่ 24 พ.ย. 2560 เวลา 00.00 น. • Watokung

e-Commerce-01

ช่วงที่ผ่านมา เราพูดกันถึงเรื่อง Cashless Society ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของ FinTech ช่วยให้การใช้จ่ายสะดวกมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะการชำระผ่าน QR Code  แต่หากมองดูให้ดีรูปแบบ QR Code เข้ามาช่วยพัฒนาธุรกิจในรูปแบบ C2C หรือ Peer 2 Peer โดยเป็นการชำระเงินระหว่างคน 2 คนแต่ระบบดังกล่าวดูเหมือนจะยังไม่ช่วยให้แบรนด์เจ้าของผลิตภภัณฑ์ช่วยพัฒนาการขายได้เลย

เนื่องจากประเทศไทยมีธุรกิจหลายขนาดตั้งแต่องค์กรขนาดใหญ่ธุรกิจขนาดกลางธุรกิจขนาดเล็กและธุรกิจรายย่อยซึ่งเทคโนโลยี QR Code จะช่วยสนับสนุนและส่งเสริมการขายให้กับธุรกิจขนาดเล็กเช่นร้านขายสินค้าขนาดเล็กและธุรกิจรายย่อยอย่างร้านค้ารถเข็นมอเตอร์ไซค์รับจ้างเป็นต้นขณะที่แบรนด์ไปผูกกับธุรกิจ Retail อย่างร้านค้าสะดวกซื้อห้างสรรพสินค้าเป็นต้น

ซึ่งกลุ่ม Retail ในปัจจุบันเองก็มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคดิจิทัลผ่านรูปแบบการขายออนไลน์ โดยบริษัท aCommerce ผู้ให้บริการด้านอีคอมเมิร์ซชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และผู้จัดจำหน่ายสินค้าทางออนไลน์ชี้ว่า ธุรกิจแบบ B2C (Business to Consumer) เติบโตอย่างรวดเร็วส่งผลให้แบรนด์ต่างๆ มองหาวิธีการทำธุรกิจหลากหลายช่องทางทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ อย่างกลุ่ม B2B (Business to Business) เช่น ร้านค้าที่ขายของต่อรัฐบาล(B2G– Business to Government)

คุณพอล ศรีวรกุล ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท aCommerce ชี้ว่า “ดิจิทัลกำลังขับเคลื่อนประพฤติกรรมการใช้จ่ายส่วนใหญ่ของผู้บริโภค เราจึงได้ลงทุนสร้างระบบนิเวศน์ของอุตสาหกรรมการค้าปลีก ทั้งในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  โลกออนไลน์ไม่เพียงแต่จะเปลี่ยนแปลงการค้าปลีกแต่จะเปลี่ยนภูมิทัศน์ (Landscape) ทั้งหมด ซึ่งรวมถึงการรวมเอาโฆษณา สื่อ และความบันเทิงเข้าไว้ด้วยกัน เราต้องการช่วยแบรนด์บริหารคอนเทนท์ ช่องทางจัดจำหน่าย และสร้างประสบการณ์ของผู้บริโภค ผ่านทางข้อมูลที่ครบวงจร (Data End-to-End)”

e-Commerce-05

แน่นอนว่าเมื่อ Retail เข้าสู่โลกของดิจิทัล จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของกลุ่ม Retail สิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ลูกค้าสามารถค้นหาสินค้ารวมถึงราคาของสินค้านั้นได้อย่างง่ายดาย ซึ่งรูปแบบของการซื้อขายผ่านดิจิตอลออนไลน์ ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะหาข้อมูลผ่านระบบอินเตอร์เน็ตรวมไปถึงรีวิวการใช้งานในสินค้าทุกประเภท เพื่อช่วยให้ลูกค้ามีความมั่นใจในการซื้อสินค้ามากขึ้น

นั่นจึงทำให้แบรนด์ต้องปรับวิธีคิดใหม่ ซึ่งทุกๆ วันสำหรับแบรนด์ เรียกได้ว่าคือการเริ่มต้นใหม่ในการหาวิธีเข้าถึงผู้บริโภค และต้องหาวิธีที่จะทำอย่างไรให้ผู้บริโภคสามารถเข้าหาแบรนด์ได้ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ แม้โซเชียล มีเดียและเทคโนโลยีจะทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลและสั่งสินค้าได้ง่าย แต่ต้องอย่าลืมว่ายอดขายกว่า 85% ของยอดขายทั้งหมดยังคงมาจากช่องทางการค้าแบบปกติ (Offline) จึงไม่แปลกที่ e-Commerce รายใหญ่อย่าง Alibaba และ Amazon จึงพยายามสร้างช่องทางด้าน Offline เพื่อสร้างประสบการณ์การซื้อขายที่ไร้รอยต่อระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ (Omni Channel)

e-Commerce-02

“นอกจากเรื่องของการขายแล้ว จำเป็นที่แบรนด์จะต้องให้บริการที่ครบวงจร การเป็นผู้ให้บริการครบวงจรทำให้สามารถเก็บข้อมูลจากทุกช่องทางการบริการ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากผู้บริโภค การขนส่งหรือสินค้า ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ทำให้แบรนด์สามารถเข้าใจผู้บริโภคได้อย่างตรงจุด และสามารถวางแผนเพื่อให้เข้าถึงเป้าหมายได้ดีขึ้น aCommerce เพราะช่วยเหลือแบรนด์ จากการที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนา3 ด้านทั้ง การสร้างประสบการณ์ของผู้บริโภค, ระบบและเทคโนโลยีต่างๆ  และการขนส่งสำหรับทุกรูปแบบธุรกิจ” คุณพอล ชี้แจง

สำหรับทิศทาง e-Commerce ในประเทศไทย aCommerce เห็นว่า กลุ่มผู้หญิงเริ่มเข้ามามีบทบาทกับตลาด e-Commerce มากขึ้น โดยเห็นได้จากผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับเด็กและสตรีมีมูลค่าการซื้อขายผ่าน e-Commerce สูงขึ้น สอดคล้องกับผลวิจัยที่ชี้ว่า ผู้หญิงเริ่มเข้าหาสินค้าออนไลน์มากขึ้น เนื่องจากผู้หญิงมีตำแหน่งหน้าที่รวมถึงเงินเดือนที่สูงกว่าผู้ชายมากขึ้น นั่นทำให้สินค้าในหมวดแฟชั่น รวมถึงแม่และเด็กได้รับความนิยมมากขึ้น ในขณะที่กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าไอทีที่มีฐานลูกค้าเป็นผู้ชายส่วนใหญ่เริ่มมีอัตราที่ลดลง

e-Commerce-04

นอกจากนี้ในปีหน้าจะมีผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Amazon ที่เตรียมแผนจะเข้ามาในประเทศไทยและ JD.com บริษัทด้าน e-Commerce จากจีนมาร่วมลงทุนกับกลุ่มเซ็นทรัลในประเทศไทย นอกจากนี้รูปแบบของ Cross-Border มีแนวโน้มเติบโตขึ้นด้วย เนื่องจากมีทิศทางของราคาที่ถูกลงแต่ก็ต้องขึ้นกับนโยบายภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของภาษีและกฎหมายเกี่ยวกับการซื้อของจากต่างประเทศ

การเข้ามาของกลุ่มธุรกิจ e-Commerce รายใหญ่ระดับโลก แน่นอนว่าต้องมีผลกระทบกับผู้เล่นรายเล็กที่อยู่ในตลาดมาก่อน เนื่องจากรายใหญ่เหล่านี้มีเงินทุนพร้อมที่จะเล่นตลาดด้วยราคา ซึ่งผู้เล่นรายเล็กจำเป็นต้องปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อเน้นขายสินค้าเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) จะช่วยสร้างความแตกต่างและสามารถสร้างรายได้ในยุคที่คู่แข่งรายใหญ่ระดับโลกรุกตลาดประเทศไทย

สำหรับ aCommerce ประเทศไทยมีรายได้เติบโต 250% เมื่อเทียบปีต่อปี นอกจากนี้ยังได้เปิดโกดังเก็บสินค้าในขนาด 21,000 ตรม.ใหม่เพื่อเพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพสำหรับลูกค้าทั้ง B2B และ B2C เนื่องจาก aCommerce ให้ความสำคัญกับการใช้เทคโนโลยีที่ดีที่สุดนอกจากนี้ aCommerce ยังได้สร้างยอดขายที่เพิ่มขึ้นถึง 335% จาก 70,000 รายการสินค้าเฉพาะช่วง 24 ชั่วโมงในมหกรรม 11.11 Online Shopping Festival ที่ผ่านมา

e-Commerce-03

 

Copyright © MarketingOops.com

อ่านบทความทั้งหมด ที่ MarketingOops.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...